เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมาองค์การ UNIDO ร่วมกับ International Telecommunication Union (ITU) ได้จัดการอภิปรายเกี่ยวกับ Industry 4.0 โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม Work Summit for the Information Society (WSIS) forum 2017 กิจกรรมดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อ ช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการเตรียมตัวสำหรับ Industry 4.0 หรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผ่านการใช้ระบบดิจิทัล กิจกรรมดังกล่าวเป็นรูปแบบฟอรั่มโดยมีการอภิปรายระหว่างวิทยากร (panel discussion) ได้แก่ Ratika Jain, Executive Director of Manufacturing at the Confederation of Indian Industries (อินเดีย); Sami Haddadin, Professor and Director of the […]

การปฎิวัติอุตสาหกรรม 4.0 เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มความเชื่อมต่อระหว่างสินค้า ห่วงโซ่คุณค่า (value chain) และรูปแบบธุรกิจต่าง ๆ ผ่านการใช้ระบบดิจิทัล เพื่อทำความเข้าใจการพัฒนาดังกล่าว บริษัทที่ปรึกษา PWC ได้ทำการสอบถามบริษัทอุตสาหกรรมในเยอรมนีกว่า 235 บริษัท เพื่อสำรวจความคิดเห็นและระบุโอกาส ความท้าทาย และปัจจัยที่สำคัญของการพัฒนาดังกล่าว บริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจมาจากภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ วิศวะการ การผลิต อุปกรณ์และระบบอิเล็กโทรนิกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมโทรคมนาคม การลงทุนที่สูง ผู้ร่วมการสำรวจคาดว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบริษัทของตนอย่างมีนัยสำคัญ และจะต้องใช้มูลค่าการลงทุนที่สูงพอสมควร โดยคาดว่าจะการปรับตัวให้เป็น Industry 4.0 จะใช้การลงทุนคิดเป็นร้อยละ 50 ของการลงทุนในอีกห้าปีข้างหน้าเลยทีเดียว ซึ่งหากเป็นจริงภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันจะลงทุนต่อ Industry 4.0 เป็นมูลค่าถึง 40 พันล้านยูโรต่อปีจากปีค.ศ. 2020 ไป และเมื่อใช้สัดส่วนดังกล่าวทำการคำนวนการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมในยุโรปพบว่าการลงทุนต่อปีในด้านดังกล่าวนั้นสูงถึง 140 พันล้านยูโรเลยทีเดียว สามแรงผลักดันที่สำคัญ แรงผลักดันที่สำคัญของการใช้ระบบอินเตอร์เนตในภาคอุตสาหกรรมคือ โอกาสในการบูรณาการและจัดการห่วงโซ่มูลค่าในแนวตั้งและแนวนอน (horizontal and vertical value chains) ซึ่งบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจคาดว่าจะเพิ่มศักยาภาพด้านการผลิตกว่าร้อยละ 18 ในช่วงห้าปีถัดไป […]

  บทความนี้นำเสนอด้านนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าของนอร์เวย์ โดยขยายความจากบทความก่อนหน้านี้ ในความน่าสนใจที่นอร์เวย์เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการผลักดันรถพลังงานไฟฟ้า ทั้งที่เป็นประเทศที่มีบ่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นของตนเอง และทำรายได้จากการส่งออกเป็นสัดส่วนรวมถึงร้อยละ 57 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดและคิดเป็นร้อยละ 20 ของผลผลิตมวลรวมของประเทศ (นอร์เวย์ส่งออกน้ำมันเป็นอันดับ 5 ของโลกและก๊าซเป็นอันดับ 3 ของโลก) ซึ่งทำให้น่าแปลกใจว่าทำไมนอร์เวย์ถึงตัดสินใจผลักดันรถพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศของตนเองอย่างแข็งขัน และทำสำเร็จได้อย่างไร เหตุผลหลักที่นอร์เวย์ต้องการผลักดันรถพลังงานไฟฟ้าคือปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลภาวะทางเสียงในตัวเมือง รวมทั้งปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและเป้าหมาย Paris Agreement อีกทั้งการสร้างแหล่งการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่ได้รับการผลิตเพิ่มขึ้นจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ พลังลม และน้ำที่ได้รับการติดตั้งเพิ่มขึ้น ซึ่งพลังงานเหล่านี้เป็นพลังงานทดแทนที่ไม่หมดสิ้น รัฐบาลนอร์เวย์ผลักดันให้เกิดความนิยมรถพลังงานไฟฟ้าผ่านนโยบายภาษีที่น่าสนใจ รถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดจะได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการซื้อรถ (non-recurring fee และpurchases Taxes) ซึ่งรวมทั้งภาษี VAT อีกร้อยละ 25 กลไกภาษีดังกล่าวได้ถูกประกาศใช้ในปีค.ศ. 2012 หากยกตัวอย่างเช่น Tesla Model S ที่ได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมดมูลค่ารวมกว่า 91 000 เหรียญสหรัฐ ราคาของรถที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจะเหลือเพียง 83 000 – 91 000 เหรียญในขณะที่รถใช้น้ำมันที่ศักยภาพพอๆ กันมีราคาที่ 300 […]

หากกล่าวถึงรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว หนึ่งในยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายก็คงจะไม่พ้นรถไฟฟ้าเทสล่า (Tesla) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านศักยภาพ ความหรูหรา และนวัตกรรมที่แตกต่างจากรถไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ บริษัทเทสล่านับเป็นน้องใหม่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ ผลิตรถไฟฟ้ารุ่นแรกขึ้นในปีค.ศ. 2008 ใช้ชื่อรุ่นว่า Tesla Roadster และตามมาด้วย Model S ในปีค.ศ. 2012 ที่กลายเป็นรถไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก สามารถทำเป้าการจำหน่ายได้ถึง 150 000 คันในปีค.ศ. 2016 และตามหลังเพียงรถ Nissan Leaf ในจำนวนการขายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจำหน่าย คงจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ซื้อรถเทสล่ากว่าร้อยละ 50 เป็นชาวอเมริกัน เพราะเทสล่าเป็นรถสัญชาติอเมริกา แต่ที่น่าแปลกใจคือ กลุ่มผู้ซื้อเทสล่าหลักนอกจากอเมริกาคือชาวนอร์เวย์ นอร์เวย์นำเข้ารถเทสล่าคิดเป็นสัดส่วนหลักกว่าร้อยละ 50 ของรถเทสล่าที่นำเข้ายุโรปทั้งหมด หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทสล่าเป็นรถยนต์ยอดฮิตในนอร์เวย์คือภาษี กลไกภาษีของนอร์เวย์ส่งผลให้รถเทสล่าได้รับการยกเว้นภาษีเป็นมูลค่ารวมกว่าครึ่งหนึ่งของราคารถ (คิดเป็นมูลค่าประมาณ 91 000 เหรียญสหรัฐฯ) ราคา Tesla Model S ในนอร์เวย์อยู่ที่ประมาณ 81 000 – 92 000 เหรียญสหรัฐฯ เปรียบเทียบกันรถใช้น้ำมันที่มีศักยาภาพใกล้เคียงกันที่มีราคาประมาณ […]

การจัดประชุมด้านพลังงาน ณ กรุงเวียนนา หรือ Vienna Energy Forum ก็ได้ผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ผู้เข้าร่วมได้จัดทำข้อสรุปที่สะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญของพลังงานต่อการดำเนินการ Sustainable Development Goal (SDG) และข้อตกลงด้านสภาพอากาศ (Paris climate agreement) การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 1650 คนจาก 128 ประเทศ องค์การ UNIDO เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงานดังกล่าว โดยมี สถาบัน International Institute of Applied Systems Analysis (IIASA) รัฐบาลออสเตรีย และองค์การ Sustainable Energy for All (SEforALL)เป็นพันธมิตร ในท้ายการประชุมผู้เข้าร่วมประชุมได้ ร่วมกัน บรรจุ 10 หัวข้อเพื่อสรุปการประชุมดังกล่าว โดยเน้นบทบาทของพลังงานในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) และข้อตกลงปารีสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาอาศ ข้อสรุปทั้ง 10 ข้อมีดังนี้ […]

รถจักรยานไฟฟ้าหรือ electric bicycle (e-bike) เป็นรูปแบบใหม่ของจักรยานที่ได้ความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่มีผู้ใช้จักรยานอย่างแพร่หลายอยู่แล้วเช่น เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย และฝรั่งเศส โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์ที่ในปีค.ศ. 2015 มีการเติบโตของตลาดรถจักรยานไฟฟ้ากว่าร้อยละ 24 คิดเป็นจำนวน e-bike กว่า 276’000 คัน แต่จำนวนการซื้อขายที่มากที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรปยังคงเป็น ยักษ์ใหญ่เยอรมนีที่แม้การเติบโตจะต่ำกว่า (ร้อยละ 11.5) แต่จำนวนสุทธิอยู่ที่ 535’000 คัน แม้ตลาดจักรยานไฟฟ้าของสหภาพยุโรปมีความน่าสนใจสำหรับผู้ผลิตในระดับนานาชาติ แต่การเข้าถึงตลาดดังกล่าวยังคงมีความท้าทายที่สูง เพราะกฎ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ซับซ้อนและมีมาตรฐานที่สูง สำนักงานที่ปรึกษาอุตสาหกรรมในกรุงเวียนจึงได้จัดทำบทความนี้เพื่อทำการศึกษาและแบ่งปันข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจักรยานไฟฟ้าไทย แบตเตอร์รี่และมอเตอร์ในรถจักรยานไฟฟ้าก่อให้เกิดความเสี่ยงในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่แตกต่างไปจากรถจักรยานทั่วไป สหภาพยุโรปจึงได้จัดตั้งกฎหมายและข้อบังคับเฉพาะสำหรับรถจักรยานไฟฟ้า ที่ภาคการผลิต ผู้จัดจำหน่าย กิจการให้เช่าและยืม ร่วมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักถึง ล่าสุดมีการปรับข้อบังคับดังกล่าวในปีค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา องค์กร Bike Europe ได้ทำการสรุปและจัดทำเอกสาร White Paper เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและเข้าใจรายละเอียดดังกล่าวได้ง่ายขึ้น White paper ดังกล่าวรวบรวมรายละเอียดของข้อบังคับต่าง […]

โครงการการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมสวมใส่ หรือ Matflexend ที่เป็นหนึ่งในโครงการวิจัยของสหภาพยุโรป ระหว่างเยอรมนี (ผู้ประสานงาน), สเปน, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, อังกฤษ, อิตาลี, และ สาธารณรัฐเช็ก ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 5 ล้านยูโร (ระหว่าง ตุุลาคม 2013 – กันยา 2016) โครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาเสื้อผ้าที่สามารถผลิตพลังงานได้ในขณะที่ผู้สวมใส่ทำการเดิน โดยนักวิจัยได้นำเอาวัสตุนาโนที่แตกต่างและมีความหลากหลายมารวมกับเป็น energy harvester Energy Harvester ดังกล่าวได้ถูกออกแบบให้สามารถผลิตพลังงานจากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่และสามารถเก็บพลังงานได้ แม้จะมีความถี่ในการเคลื่อนไหวที่ต่ำและพลังงานที่น้อยก็ตาม คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันต่าง ๆ ภายในสหภาพยุโรปได้ร่วมพัฒนาอุปกรณ์แบตเตอร์รี่ที่มีความเล็ก ยืดหยุ่น ทนทาน และสามารถสอดใส่ในเสื้อผ้าได้ นอกจากนี้วัสดุนาโนที่ว่ายังมีความหนาแน่นทางพลังงานที่สูงมาก จุดโฟกัสหลักของคณะทำงานคือการสามารถผลิตพิมพ์วัสดุดังกล่าว ที่ทำมาจาก Nanofibers และเซรามิคประเภท nanoparticles ได้ โดยมีการความคุมคุณภาพเพื่อให้ความสามารถในการผลิตและเก็บพลังงานของวัสดุนี้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ด้วย จุดมุ่งหมายสุดท้ายของโครงการคือการสร้างองค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถฝังตัวลงในเนื้อผ้าได้ง่าย ความท้าทายหลักคือการตรวจสอบความยืดหยุ่นทางกลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวและแบตเตอร์รี่มีความยืดหยุ่นมากพอในการรักษาลักษณะสิ่งทอได้ที่ถูกฟังตัวลงไปได้ นักวิจัยในโครงการดังกล่าวคาดว่า ภาคอุตสาหกรรมน่าจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาจากนวัตกรรมใหม่ของพวกเขา และนำวางตลาดได้ ภายในเวลาไม่ถึงห้าปีหลังจากนี้ http://ec.europa.eu/research/infocentre/article_en.cfm?id=/research/star/index_en.cfm?p=sf-20170522-matflexend&calledby=infocentre&item=Infocentre&artid=44257

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้ลงความเห็นเสนอให้สหภาพยุโรปยับยั้งมาตรการทำโทษทางเศรษฐกิจกับโปรตุเกสจากการขาดดุลงบประมาณที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นมาตรการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2011 ในปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 2016) โปรตุเกสมีอัตราการขาดดุลงบประมาณที่ร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ลดลงจากปีค.ศ. 2015 ถึงร้อยละ 4.4 และเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อโดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต ครั้งเมื่อปีค.ศ. 2011 ที่รัฐบาลโปรตุเกสได้ขอความช่วยเหลือต่อสหภาพยุโรปในช่วงวิกฤตหนี้ยูโรโซน ในปัจจุบันรัฐบาลโปรตุเกสดำเนินการโดยพรรคสังคมนิยมที่แม้จะมีเสียงข้างน้อย แต่ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีทั้งหมดมาจากพรรคของตนแทนที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลผสม โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์และฝ่ายซ้ายร่วมเป็นเสียงข้างมากแต่ไม่ขอตำแหน่งบริหาร ซึ่งนับว่าสวนทางกับความเชื่อดังเดิมที่กีดกันการจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคฝั่งซ้าย นับตั้งแต่การปฏิวัติ Carnation Revolution ในปีค.ศ. 1974 เป็นต้นมา พันธมิตรระหว่างพรรคสังคมนิยมและพรรคฝั่งซ้ายอีกสองพรรคได้สร้างความไว้วางใจจากประชาชนมาตั้งแต่การจัดตั้งในปีค.ศ. 2015 ผ่านการสร้างเสถียรภาพและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มของอัตราเงินเดือนและลดการขาดดุลงบประมาณ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหภาพยุโรปก็ตาม ซึ่งผลที่ออกมาสวนทางกับการคาดหมายส่วนใหญ่ แม้แต่ประธานาธิบดี Marcelo Rebelo de Sousa ที่มีความเชื่อแบบอนุรักษ์นิยมยังต้องยอมรับว่าคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันสามารถทำงานได้ดี นาย Antonio Costa นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเป็นหัวหน้าของพรรคสังคมนิยมของโปรตุเกส ได้รับแรงบันดาลใจจากเศรษฐศาสตร์ของเคนส์ (Keynesian) เขาเป็นผู้นำผิวสีเพียงคนเดียว ในสหภาพยุโรป ปู่ของเขาเป็นคาทอลิกจากรัฐ Goan ซึ่งเป็นรัฐของอินเดียที่เคยอยู่ภายใต้โปรตุเกสและเป็นรัฐที่ร่ำรวยที่สุดของอินเดียในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคอสตาได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะนายกเทศมนตรีเมืองลิสบอนตั้งแต่ปีค.ศ. […]

Digital City Vienna เป็นการร่วมตัวของบริษัทด้าน ICT ของกรุงเวียนนาและเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ Smart City Vienna กลุ่มดังกล่าวเป็นการร่วมตัวที่ไม่หวังผลกำไรตอบแทนและไม่ขึ้นกับหน่วยงานใด ที่มีเป้าประสงค์หลักในการสร้างร่วมมือด้าน ICT ที่เกี่ยวข้องกับกรอบนโยบาย “Smart City Wien” ของกรุงเวียนนา และการผลิตสร้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อรองรับความต้องการด้าน Digital ผ่านการผลักดันและให้การสนับสนุนต่อประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะสตรี ให้มีความสนใจต่ออาชีพในด้านด้าน IT และมุ่งสร้างความเข้มแข็งในการตอบสนองต่อแนวโน้มของเทคโนโลยีให้กับกรุงเวียนนา ลักษณะที่สำคัญของกลุ่มนี้คือการมีส่วนร่วมที่สูง มีการสร้างแพลตฟอร์มหรือพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดและการทำงานร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานในแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากภาควิจัยและประชาชนทั่วไป การทำงานร่วมกันและการมีส่วนร่วมที่สูงนี้จะนำไปสู่การพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ภายใต้ Smart City Vienna ในอนาคต ต้นกำเนิดของ Digital City Vienna มากจากผลการวิเคราะห์ตำแหน่งและบทบาทของตลาด ICT ในกรุงเวียนนา โดยกลุ่มธุรกิจไอที ตัวแทนจากธุรกิจไอทีมากกว่า 20 กิจการลงความเห็นร่วมกันว่าความตระหนักของประชาชนถึงต่อธุรกิจไอทีนั้นมีอยู่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับขนาดและความสำคัญของภาคดังกล่าวซึ่งมีมากกว่า 5,700 กิจการ มีการจ้างงานมากกว่า 54,000 ตำแหน่งและสร้างรายได้ต่อปีถึง 5.6 พันล้านยูโร อุตสาหกรรมไอทีมีการสร้างนวัตกรรมใหม่ […]

  จากที่สำนักงานที่ปรึกษาอุตสาหกรรมแห่งกรุงเวียนนาได้นำเสนอบทความเอกสารการดูงาน Smart City Vienna ไปก่อนหน้านี้ บทความนี้ขอนำเสนอรายละเอียดของกรณีศึกษาดังกล่าวเพิ่มเติม ในเฉพาะด้าน โครงการ Citizen’s Solar Power Plants ที่มาของรายละเอียดได้รับการจุดประกาย จากเอกสารขององค์กร IGLUS และ EPFL รวมทั้งแหล่งข่าวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กรุงเวียนนาได้ตั้งปณิธานในการจัดตั้ง Smart city เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นเมื่องที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้อยู่อาศัยในเมือง ในขณะที่ลดการบริโภคทรัพยากรให้ต่ำที่สุด ผ่านการใช้นวัตกรรม วิสัยทัศน์ดังกล่าวครอบคลุมระบบเมืองในทุก ๆ ด้าน และสอดคล้องกับแนวความคิดการใช้พลังงาน Smart Energy ซึ่งพลังงานเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีการใช้ในเมืองมากที่สุด โครงการดังกล่าวได้จัดตั้งเป้าหมายในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างชัดเจน อาทิ เช่น การลดปริมาณก๊าซ CO2 ลงเป็นสัดส่วนสองในสามจากระดับปัจจุบัน ภายในปีค.ศ. 2050 โดยทำการแจกแจงลงในระดับต่อประชากรที่ 1 ตันต่อประชากรของเมือง (ลดลงจากระดับปีค.ศ. 1990 ร้อยละ 80) รวมทั้งลดระดับการใช้พลังงานเป็นสัดส่วนหนึ่งในสามภายในปีค.ศ. 2050 ไปอยู่ที่ 2,000 W ต่อประชากร […]