การประชุม World Circular Economy 2018 (WCEF2018) หรือ ฟอรัมเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับโลกครั้งที่ 2  ที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่นและ บริษัท Sitra ของฟินแลนด์เป็นเจ้าภาพ ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 ตุลาคมที่ผ่านมา การประชุมดังกล่าวได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความเสมอภาคทางสังคมของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานและสภาพภูมิอากาศ โซลูชั่นสำหรับระบบเศรษฐกิจดังกล่าว เครือข่ายห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก และการค้าแบบหมุนเวียน รวมทั้งด้าน shared mobility และการแก้ขยะพลาสติกจากทะเล นอกจากนี้ในการประชุม WCEF2018 ยังมีการหารือเกี่ยวกับประสบการณ์ของญี่ปุ่นในการก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ฟอรัมการประชุมเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับโลกได้รับการริเริ่มจากฟินแลนด์ผ่านกองทุนนวัตกรรมฟินแลนด์ Sitra การประชุม WCEF รวบรวมผู้นำทางธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวกว่า 1,000 รายเพื่อร่วมหารือแนวทางการคว้าโอกาส และการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันผ่านทางโซลูชั่นเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน รวมถึงวิธีการที่เศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNGGs) การบูรณาการเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนวงกลมลงในวาระการพัฒนา 2030 Agenda ความท้าทายด้านนวัตกรรมสำหรับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เมืองหมุนเวียน การวิจัยเศรษฐกิจเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดหาเงินทุน จากการประชุมครั้งที่แล้วในปีค.ศ. 2017 ที่ประเทศฟินแลนด์ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน  ที่เมืองเฮลซิงกิประเทศฟินแลนด์และมีผู้เชี่ยวชาญประมาณ 1,500 คนและผู้มีอำนาจตัดสินใจในสาขาเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนจากกว่า […]

  ระหว่างการประชุม World Circular Economy Forum 2018 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น มีการประกาศวิสัยทัศน์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในปีค.ศ. 2050 ที่รวมถึงด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ การผลิต การขนส่ง การบริการ อาหาร การใช้ชีวิต พลาสติก และการพัฒนาศักยภาพ วิสัยทัศน์ดังกล่าวตั้งอยู่บนความตระหนักถึงว่าเราอยู่ในจุดสำคัญในประวัติศาสตร์ที่สังคมโดยรวม ต้องการที่จะเลือกอนาคตที่ยั่งยืนซึ่งสร้างขึ้นจากหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน รูปแบบการบริโภคในปัจจุบันของมนุษย์ไม่เพียง แต่เป็นภัยคุกคามต่อระบบสังคมเศรษฐกิจและระบบเศรษฐกิจทั่วโลกในอนาคตเท่านั้น ในปัจจุบันผลด้านลบในรูปแบบการบริโภคดังกล่าวเริ่มแสดงอาการให้เห็นได้ทั่วโลกแล้ว เศรษฐกิจแบบหมุนเวียนคือกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศการ สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการสำรวจรากเหง้าของปัญหาปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่สำคัญ รวมทั้งการสร้างสะพานความร่วมมือในระดับโลกและระดับท้องถิ่น รวมทั้งการหาจุดร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนรัฐ และประชาชนในการสร้างอนาคตร่วมกัน วิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็นการสร้างจินตนาการเปรียบเทียบว่าอนาคตน่าจะเป็นอย่างไรภายใต้การดำเนินตามปกติและภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน ในแต่ละด้าน   การดำเนินตามปกติ ภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน ทรัพยากรธรรมชาติและการผลิต   เศรษฐกิจยังอยู่บนพื้นฐานของเชื้อเพลิงถ่านหินและการสกัดทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืน ผลิตภัณฑ์และวัสดุส่วนใหญ่จะถูกใช้และไปสิ้นสุดในหลุมฝังกลบ กระบวนการผลิตมีการปรับให้เหมาะกับการทำงานในทิศทางเดียว ตั้งแต่การสกัดและสังเคราะห์ไปจนถึงการบริโภคและการกำจัด   ผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบด้วยความระมัดระวัง อายุการใช้งานและ lifecycle มีการเพิ่มมูลค่าผ่าน 3R, upcycling การอัพเกรดและซ่อมแซม อุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่นอุตสาหกรรมการผลิตและการเกษตรทำงานในระบบหมุนเวียนสิ้นเชิง […]

โยโกฮามา ญี่ปุ่น, 23 ต.ค. 2018 รองผอ.องค์การ UNIDO นาย Hiroshi Kuniyoshi ได้กล่าวในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม Grand Finale ของ World Circular Economy Forum จัดโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่นและกองทุนนวัตกรรมฟินแลนด์ (Sitra) เรียกร้องให้มีการจัดการความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับโลกอย่างสอดคล้องกัน นาย Hiroshi กล่าวต่อที่ประชุมว่า “ในขณะที่มีการใช้หลักการของเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนมาเป็นเวลาหลายปีในหลายประเทศ (แสดงให้เห็นว่า) การรับรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของเศรษฐกิจแบบ Circular เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเร็ว อย่างไรก็ตามความจำเป็นที่จะต้องสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะทุกประเทศควรมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในการสร้างความมั่งคั่งและความยั่งยืนในอนาคตของตน ” องค์การ UNIDO ตระหนักถึงศักยภาพที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรม ในการเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกแบบหมุนเวียนผ่านพอร์ตการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ที่ผ่านมาองค์กร UNIDO ได้พัฒนา ส่วนต่าง ๆ (Building blocks) ของเศรษฐกิจหมุนเวียน ในประเทศที่กำลังพัฒนาและมีการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจทั่วโลกมานานกว่าสองทศวรรษ สร้างศักยภาพให้กับผู้ผลิตของประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ ( Global South) ให้ สามารถเป็นได้รับประโยชน์ผ่านการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลและระบบการค้าที่เป็นผลมาจากการนำระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน UNIDO ก็ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องดังกล่าว ซึ่งล่าสุดได้มีการแถลงการณ์ที่กรุงเทพฯ […]

มหาอำนาจด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ของโลกในปัจจุบันคืออเมริกาและจีน บริษัทเทคขนาดใหญ่ทั้งสองสัญชาติได้ทำการรวบรวมเครื่องปรุงที่สำคัญในการสร้างและพัฒนาการให้บริการ AI ( ได้แก่- ข้อมูล ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถ และมีระบบ computing cloud) การครอบงำของทั้งสองมหาอำนาจในด้านนี้ทิ้งให้สหภาพยุโรปตกอยู่เบื้องหลัง แม้สหภาพยุโรปเป็นเบอร์สองในด้านเศรษฐกิจโลก

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ห้ารายแห่งยุโรป โฟล์คสวาเก้น BMW เดมเลอร์ ออดี้ และปอร์เช่ อยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการยุโรปจากการถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิด ในการสกัดกั้นเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซ สหภาพยุโรปได้ประกาศว่าจะมีการประเมินว่า บริษัทเหล่านี้ได้ทำการหารือเกี่ยวกับระบบควบคุมการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (หรือ selective catalytic reduction control – SCR) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ในรถดีเซล และตัวกรอง ‘otto’ ซึ่งช่วยลดการปล่อยอนุภาคในรถยนต์เบนซินหรือไม่ หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนร่วมในการดำเนินการเพื่อจำกัดและขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวหรือไม่ เพราะบริษัทผลิตรถยนต์เหล่านี้ ต่างมีความสามารถในการนำเอาระบบเหล่านี้ไปใช้ในรถยนต์ของตน แต่การนำเอาระบบดังกล่าวมาติดตั้งจะส่งผลให้น้ำหนักและทำให้รถยนต์ของบริษัทเหล่านี้มีประสิทธิภาพน้อยลง ข้อกล่าวหาดังกล่าวนับว่ามีความร้ายแรง นาง Margrethe Vestager กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านการแข่งขันกล่าวว่าหากการพิสูจน์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบริษัทเหล่านี้มีการสมรู้ร่วมคิดกันจริง เป็นนี้อาจขัดขวางผู้บริโภคไม่ให้มีโอกาสที่จะซื้อรถยนต์ที่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าแม้จะมีเทคโนโลยีดังกล่าวแล้วก็ตาม และหากการสมรู้ร่วมคิดดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ มีโอกาสที่สูงที่บริษัทที่เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษผ่านการปรับที่มูลค่าสูง ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้ถูกปรับและลงโทษเป็นมูลค่ากว่าหลายพันล้าน และอาจจะต้องเผชิญกับคดีความทางอาญาและการฟ้องร้องคดีแพ่งในประเทศเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ อีกด้วย กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเกือบหนึ่งปี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปได้ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์ของเยอรมันตามข้อสงสัยที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการ anti-competitive practices และเมื่อไม่นานมานี้เอกสารที่ยึดโดยหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของเยอรมันได้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดในการโกงการปล่อยมลพิษดีเซล ในปัจจุบันการตรวจสอบดังกล่าว จำกัดอยู่เพียงแค่ตรวจสอบการสมรู้ร่วมคิดที่เป็นไปได้ในการปิดกั้นเทคโนโลยีการปล่อยมลพิษ ที่ละเมิดสนธิสัญญาของสหภาพยุโรป แหล่งข่าวในกรุงบรัสเซลส์กล่าวว่าจุดมุ่งหมายการตรวจสอบนี้คือการเพิ่มแรงกดดันต่อ BMW ที่ยังคงปฏิเสธอย่างต่อเนื่องว่าไม่ได้ใช้อุปกรณ์โกงการปล่อยมลพิษในขณะที่ VW และ Daimler ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในฐานะพยานเพื่อลดโทษหากถูกดำเนินคดี การถูกดำเนินการดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันที่ยังคงถดถอยอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวที่รู้จักในนาม Deselgate […]

สำนักข่าว Bloomberg รายงานอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุดในยุโรปในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาโดยลดลงมากกว่า 10% ภาคการส่งออกซบเซาในเดือนที่ผ่านมา จากผลสงครามเศรษฐกิจโลกที่ระหว่างสหรัฐและจีน และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและสหภาพยุดรป อุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรปเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ที่ถูกโจมตีอย่างหนัก ภาคส่วนดังกล่าวกำลังเผชิญหน้ากับการชะลอตัวลงของความต้องการตลาด จากการสำรวจรายเดือนล่าสุดของ IHS Markit ในภาครวมอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์โดยรวมในกลุ่มประเทศยูโร มีการขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงสองปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเดือนกันยายน นอกจากนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ค.ศ. 2013 ที่ระดับการสั่งซื้อไม่เพิ่มขึ้น ตามความคิดเห็นของ Markit สะท้อนถึงความวิตกกังวลของผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปต่อความเสี่ยงกับความเสียหายอย่างร้ายแรงในการทำสงครามเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯและจีน ซึ่งกลุ่ม OECD ได้แสดงความกังวลว่าผลกระทบจากสงครามเศรษฐกิจอยากจะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก OECD ได้แจ้งคำเตือนดังกล่าวในสัปดาห์เดียวกับที่สงครามการค้าสหรัฐฯ – จีนทวีความรุนแรงขึ้น โดยที่ปักกิ่งได้แถลงว่าจะทำการตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมพ์ที่ได้ทำการเพิ่มภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าจากประเทศในเอเชีย ความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ สร้างความกังวลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขึ้นอยู่กับวงจรระยะยาวและความมั่นคง ผลกระทบด้านลบเห็นได้ชัดจากข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ผลิตรถยนต์เป็นภาคที่มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุดในยุโรปในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยลดลงมากกว่า 10% ในประเทศจีน ยอดขายรถยนต์ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่เดือนสิงหาคม การชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อการขยายตัวของตลาดรถที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าสามทศวรรษ นาย Klaus Rosenfeld ซีอีโอของ Schaeffler Group ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมของเยอรมันกล่าวว่า “ปัญหาในประเทศจีนคือความเชื่อมั่นเชิงลบที่เกิดขึ้นจากการถกเถียงที่เกี่ยวข้องกับสงครามเศรษฐกิจ ” ความตึงเครียดทางการค้าในจีนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งหมด ตั้งแต่รถบรรทุกไปจนถึงรถสปอร์ต ความต้องการที่ลดลงนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในวงกว้าง […]

เมื่อกล่าวถึงโปแลนด์ในฐานะโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ของยุโรป อาจจะทำให้ผู้อ่านบางท่านประหลาดใจ แต่ตามสถิติของสหภาพยุโรปแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาคการประกอบเฟอร์นิเจอร์ของโปแลนด์เป็นเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่อันดับสี่ของโลก เหตุใดเรื่องดังกล่าว ไม่เป็นที่แพร่หลาย? ทั้งที่โปแลนด์เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ด้านการออกแบบที่รุ่งโรจน์มาก โดยเริ่มตั้งแต่ปีค.ศ. 1904 ที่มีการจัดตั้งมี Warsaw School of Fine Arts ณ กรุงวอร์ซอ ซึ่งเป็นคู่แข่งกับ Staatliches Bauhaus ของเยอรมนี ต่อมารัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้จัดตั้งสถาบันออกแบบอุตสาหกรรม (Institute of Industrial Design) ซึ่งมีภารกิจคือการสร้างความร่วมมือระหว่างการออกแบบและอุตสาหกรรม โดยมีเฟอร์นิเจอร์เป็นศิลปะสิ่งแรกและสำคัญที่สุด (Furniture was art first and foremost) ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว ภายในโปแลนด์มีพนักงานประมาณ 23,500 คน มีการแข่งขันที่สูงและเน้นการส่งออกเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น โปแลนด์ส่งออกเฟอร์นิเจอร์มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านยูโรในปีค.ศ. 2014 โดยร้อยละ 90 ของผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ของโปแลนด์จำหน่ายในตลาดโลก โปแลนด์เป็นผู้ส่งออกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่อันดับ 4 ของโลกและเป็นผู้ผลิตอันดับที่ 10 ในระดับโลก ในระดับยุโรป โปแลนด์เป็นผู้จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่อันดับสามรองจากเยอรมนีและอิตาลี ในปีค.ศ. 2011 […]

บริษัท Veolia บริษัทด้านการจัดการทรัพยากรชั้นนำสัญชาติอังกฤษและเป็นผู้นำตลาดรีไซเคิลพลาสติกเปิดเผยถึงผลงานวิจัยใหม่ล่าสุดของบริษัทที่แสดงให้เห็นว่าสัดส่วนใหญ่ (กว่า 93%) ของกลุ่มตัวอย่าง รู้สึกว่าขวดพลาสติกควรมีส่วนผสมของวัตถุดิบที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง โดยและสัดส่วนที่สูงของกลุ่มดังกล่าว พร้อมที่จะจ่ายค่าดำเนินการโดยเฉลี่ยที่ 2.5 เพนนีเพิ่มในราคาของวัตถุดิบ

ผลการสำรวจครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์รายงาน Plan For Plastics รายงานของบริษัท Veolia และ RECOUP บริษัท ผู้เชี่ยวชาญด้านรีไซเคิลพลาสติก รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างความคาดหวังของประชาชนและความเป็นจริงของสัดส่วนวัตถุและผลิตภัณฑ์พลาสติกที่สามารถนำมาใช้ได้อีกครั้ง

หน่วยงานสถิติขององค์การ UNIDO รายงานการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมโลกในช่วงไตรมาสที่สองของปีค.ศ. 2018 การศึกษาพบข้อน่าสังเกตดังนี้

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีและการให้บริการสัญชาติฟินแลนด์ โนเกีย ได้ลงนามในการกู้เงินทุนมูลค่า 500 ล้านยูโรกับ European Investment Bank (EIB) การกู้ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนของสหภาพยุโรป (European Fund for Strategic Investments – EFSI) กองทุนดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของสหภาพยุโรปตามแผนของนาย Juncker ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โนเกียมีเพื่อที่จะใช้เงินกู้ก้อนดังกล่าวทำการเร่งการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะเป็นมาตรฐานการสื่อสารโทรคมนาคมในยุคต่อไป