องค์กร UNIDO ได้เผยแพร่รายงานประจำปีพ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นปีที่สำคัญสำหรับองค์กรที่ฉลองครบรอบ 50 ปี ผอ.ใหญ่ขององค์กรกล่าวในรายงานว่าปีพ.ศ. 2559 เป็นปีที่สะท้อนถึงประวัติความเป็นมาและกิจกรรมการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผ่านมา และมองไปสู่โครงการต่าง ๆ ในอนาคตและการยกระดับบทบาทขององค์กรในเป้าหมาย 2030 Agenda for Sustainable Development องค์กรได้ทำการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีโดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติ และนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทขององค์กรต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการสนับสนุนจากผู้นำระดับสูงของหลายประเทศ ซึ่งยืนยังถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ และองค์กรที่เน้นเฟ้น ปีพ.ศ. 2559 ยังเป็นปีแรกของการดำเนินการวาระการพัฒนา 2030 Agenda for Sustainable Development และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายที่ 9 หรือ Building Resilient Infrastructure, Promoting inclusive […]

องค์กร UN Industrial Development Organisation หรือ UNIDO นำเสนอรายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกสำหรับไตรมาสที่สี่ของปีพ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา โดยคำนวณการคาดการเติบโตของเศรษฐกิจโดยใช้ดัชนีอุตสาหกรรมการผลิต (indices of industrial production) ผู้ที่สนใจสามารถหารายงานของไตรมาสก่อนหน้านี้ อ่านได้บนเว็บไซส์ขององค์กร ซึ่งแสดงวิธีการคำนวณและประเมินอัตราการเติบโตประจำปี และรวบรวมดัชนีรายไตรมาสต่าง ๆ รายละเอียดหลักของรายงานดังกล่าวมีดังนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 ในไตรมาสที่สี่ของปีพ.ศ. 2559 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในด้านบวก ตั้งแต่ต้นปีพ.ศ. 2559 สามารถแบ่งออกเป็นการเติบโตของผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ในประเทศอุตสาหกรรมร้อยละ 1.4 และ ในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมร้อยละ 4.4 การเติบโตในประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมแล้ว มีลักษณะที่แตกต่างจาก แนวโน้มการเติบโตในเอเชียตะวันออก โดยที่ประเทศในเขตยุโรปมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีในขณะที่มีการชะลอตัวโดยรวมของประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ เศรษฐกิจเอเชียมีอัตราการเติบโตที่สูงถึง 5.5% จาการประมาณการของ UNIDO การผลิตของประเทศกำลังพัฒนา มีการลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ที่แล้ว ประเทศในเขตลาตินอเมริกาลดลง 1.0% และแอฟริกา5% ในแง่ของผลการดำเนินงานโดยรวมของ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการผลิตระดับสูงและปานกลางมีการเติบโตสูงสุด – การผลิตคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ออพติคอลเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 […]

รัฐสภายุโรปได้ประกาศกฎหมายใหม่ด้านการควบคุมอาหารเมื่อวันพุธที่ 15 มีนาคม 60 ที่ผ่านมา ข้อบังคับดังกล่าวมุ่งปราบปรามการปลอมแปลงอาหาร โดยให้สิทธิเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบและทำการทดสอบที่จำเป็นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบก่อน กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีพ.ศ. 2562 และจะมีการปรับอัตราค่าปรับของผู้กระทบผิดให้สูงขึ้น อีกทั้งอัตราค่าปรับจะถูกคำนวณจากรายได้และกำไรของบริษัทที่ระบุรายระเอียดของอาหารผิดและถึงเป็นการกิจกรรมฉ้อโกง การปรับข้อบังคับและการลงโทษดังกล่าวมาจากข่าวการปลอมแปลงเนื้อวัวและเนื้อหมูโดยใช้เนื้อม้าในปีค.ศ. 2556 ที่สร้างความตื่นตระหนกต่อผู้คนนับล้านในสหภาพยุโรป และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เนื้อปรุงแต่งและเนื้อบดต่าง ๆ ถูกถอนออกจากร้านค้าทั่วสหภาพยุโรป นาง Karin Kadenback ผู้แทน MEP จากออสเตรียได้กล่าวในที่ประชุมที่นำเสนอกฎหมายดังกล่าวต่อรัฐสภายุโรปใน เมือง Strasbourg ประเทศฝรั่งเศส “อาหารในยุโรปต้องไม่มีความเสี่ยงและปลอดภัย” และผู้บริโภคจะต้องไม่ถูกหลอกโดยเรื่องอื้อฉาวอย่างที่ผ่านมาอีก แม้การปลอมแปลงดังกล่าวจะไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่นี้ได้รับการอนุมัติจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 28 ประเทศของกลุ่มแล้ว และมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตรวจสอบ การฉ้อโกง และช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมอาหารที่เกี่ยวเนื่องกัน กฎหมายดังกล่าวครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อาหาร (food chain) ทั้งอาหาร อาหารสัตว์ เกษตรอินทรีย์ สารกำจัดศัตรูพืช สวัสดิภาพและสุขภาพของสัตว์ และ การบ่งชี้ที่มาด้าน ภูมิศาสตร์ ข้อสรุปของกฎดังกล่าวมีดังนี้ กรอบของข้อบังคับที่มีความครบถ้วนมากขึ้น โดยรวมเอาห่วงโซ่อาหารทั้งหมด เช่น อาหาร อาหารสัตว์ สุขภาพของพืช สารฆ่าแมลง สวัสดิภาพของสัตว์ […]

หน่วยงาน European Chemical Agency (ECHA) ประกาศเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 60 ที่ผ่านมาว่าสารกำจัดวัชพืช Glyphosate ไม่ควรอยู่ในหมวดสารเคมีก่อมะเร็ง (carcinogen) สวนทางกับความเห็นของกลุ่ม NGO ด้านรักษ์ธรรมชาติ การลงความเห็นดังกล่าวมาจากกระบวนการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ  ECHA Risk Assessment Committee (RAC) ที่สรุปจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าสารดังกล่าวไม่มีสารก่อมะเร็งและเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ และการตัดสินใจของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป แม้ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่างในกลุ่มประเทศสมาชิกก็ตาม ในหมู่กลุ่มสมาชิก ประเทศฝรั่งเศสและมอลตาเป็นสองประเทศที่คัดค้านการรับรองสารดังกล่าว ในขณะที่เยอรมนีเป็นหนึ่งในเจ็ดประเทศที่งดออกเสียง สารเคมีดังกล่าวถูกใช้ในผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชชื่อดัง – roundup ของบริษัทมอนซานโตสจากสหรัฐอเมริกา กลุ่มที่ต่อต้านการรับรองดังกล่าวนำโดยกลุ่ม Greenpeace ชี้ว่าผลการวิจัยโดย World Health Organisaition สรุปว่าสารดังกล่าวอาจจะก่อมะเร็งและเรียกร้องให้มีการงดจำหน่ายสารดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งกล่าว่า ECHA เมินเฉยต่อหลักฐานมากมายที่เพียงพอต่อการแบนสารดังกล่าว นอกจากนี้การตัดสินใจที่ซับซ้อนไม่โปร่งใสทำให้เกิดความไม่พอใจต่อสหภาพยุโรป ตัวแทนของ Green Peace Franziska Achterberg กล่าวย้ำว่าการตัดสินใจบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์นั้นสหภาพยุโรปจะต้องไม่บิดเบือนความจริง หากสหภาพยุโรปตัดสินใจในด้านดังกล่าวอย่างไม่ถูกต้องแล้วประชาชนและสิ่งแวดล้อมจะเป็นหนูทดลองของภาคอุตสาหกรรมเคมีต่อไป อย่างไรก็ตามในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจาก WHO และ UN […]

เมื่อวันที่ 4 มีนาคมค.ศ. 2017 คณะกรรมาธิการด้านความร่วมมือและการพัฒนาระหว่างประเทศ นาย  Neven Mimica ได้ประกาศการจัดทำโครงการด้านพลังงานทดแทนจำนวน 19 โครงการในแอฟริการวมมูลค่ากว่า 4.8 พันล้านยูโร ในที่ประชุมคณะกรรมการโครงการ  Africa Renewable Energy Initiative  โครงการด้านพลังงานทดแทนอย่างยั่งยืนนี้จะได้รับเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรปถึง 300 ล้านยูโร ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำไปสู่การระดมทุนรวมมูลค่ากว่า 4.8 พันล้านยูโร และนำไปสู่ความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนเพิ่มขึ้น 1.8 Gigawatts ในแอฟริกา นาย Mimica ได้กล่าวว่า โครงการทั้ง 19 โครงการนี้…เป็นการทำตามคำมั่นสัญญาของสหภาพยุโรปในการลงทุนและทำโครงการให้เป็นจริง..สหภาพยุโรปยืนยันบทบาทสำคัญของตนที่จะช่วยผลักดันให้แอฟริกาสามารถส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อพัฒนาการเข้าถึงพลังงานของประชาชนแอฟริกา การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายของคณะกรรมาธิการยุโรปสำหรับปีค.ศ. 2020 ซึ่งได้แก่ 1) การเข้าถึงพลังงานทดแทนของประชาชนเพิ่มขึ้นอีก 30 ล้านคน 2) หลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 11 ล้านตันต่อปี 3ป ช่วยสร้างแหล่งพลังงานทดแทน 5 Gigawatts ในแอฟริกา เป้าหมายดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของเป้าหมายโดยรวมของ Africa Renewable Energy Initiative […]

ในปีพ.ศ. 2561 นี้จะครบรอบ 180 ปีการคมนาคมระบบรางของประเทศออสเตรีย ซึ่งในปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพระบบหนึ่งของโลก ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ความสามารถในการของออสเตรียอยู่ที่อันดับ 14 ของโลกในด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน (โดย World Economic Forum) และไล่หลังประเทศเพื่อนบ้านเช่น เยอรมัน (อันดับที่ 8 ) และสวิสเซอร์แลนด์ (อันดับที่ 6 ) ไม่ไกลมาก กล่าวกันว่าออสเตรียอาจจะได้ลำดับที่สูงกว่านี้หากพิจารณาเพียงโครงสร้างของระบบรางและถนนเท่านั้น ทำไมออสเตรียถึงมีโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่ดีทั้งๆ ที่เป็นประเทศที่เล็ก มีประชากรไม่ถึง 9 ล้านคน ? ต้นทางระบบรางออสเตรีย ประวัติศาสตร์ระบบรางของออสเตรียเริ่มขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1515 โดยมีระบบกระเช้ารางที่ให้บริการขึ้นลงปราสาท Salzburg (ในปัจจุบันยังสามารถใช้บริการได้อยู่) ต่อมามีการสร้างระบบรถรางม้าลากในช่วงปีศตวรรษที่ 18 จนในปีค.ศ. 1838 ระบบรางรถจักรไอน้ำ ในชื่อ Kaiser-Fraz-Ferdinands-Nordbahn ได้เปิดทำการเป็นระบบแรกของออสเตรีย ให้บริการรับส่งประชาชนในเขตเหนือของประเทศ  ระบบดังกล่าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การล่มสลายของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ในปีค.ศ. 1918 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน มีการจัดตั้งองค์กรใหม่ ๆ เข้ามาดูแลและเปลี่ยนมือไปอยู่ภายใต้การจัดการของรัฐนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนเมื่อหลังสงครามโลกมีการจัดตั้งองค์กร […]

เส้นแบ่งระหว่างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นเริ่มที่จะมีความบางลงเรื่อย ๆ การเกิดของบริษัทที่ให้บริการ rideshare หรือการแบ่งปันการใช้ยานยนต์เช่น Uber และ Lyft ทำให้ระบบคมนาคมถูกผูกไว้กับการโทรศัพท์มือถือมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับขี่ หรือ autonomous driving technology กำลังเปลี่ยนให้รถยนต์กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ยังคงมีราคาที่สูงในปัจจุบัน งบประมาณด้าน R&D ของบริษัทยานยนต์เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 61 ระหว่างปีค.ศ. 2010 และ 2014 มีมูลค่ารวมกว่า 137 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ CEO ของบริษัท Fiat Chrysler นาย Sergio Marchionne คิดว่าการที่บริษัทรถยนต์ต่าง ๆ ทุ่มเงินเพื่อพัฒนาระบบที่คล้ายคลึงกันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล บริษัทที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ต่าง ๆ ทั้งขนาดใหญ่และเล็กจึงเริ่มจับกลุ่มเพื่อทำการร่วมรับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาแทน ยกตัวอย่างเช่น Fiat Chrysler ได้ร่วมมือกับ Google เพื่อพัฒนารถตู้ขนาดเล็ก (minivan) ที่สามารถขับเคลื่อนตนเองได้ จำนวน 100 คันและอยู่ในระหว่างการปรึกษากับ Uber เพื่อที่จะดำเนินการโครงการที่คล้ายคลึงกัน ในขณะเดียวกัน […]

ข้อมูลของ Aspern Lake City พื้นที่รวม 240 เฮกเตอร์ พื้นที่การพัฒนาสุทธิ: 100 เฮกเตอร์ พื้นที่ชั้นการใช้งาน: 2.6 million sqm จำนวนที่อยู่อาศั: 10,500 flats หรือมากกว่า > 20,000 คน จำนวนงาน: ~ 20,000 ตำแหน่ง การลงทุน: ~ € 5 พันล้านยูโร กำหนดการพัฒน: วางแผนแม่บท ค.ศ.2007 ทำการขายในปีค.ศ. 2029 หนึ่งในโครงการภายใต้นโยบายพัฒนากรุงเวียนนา Smart City Vienna ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินการหรือแผนงานเบื้องต้น (Initiative) ที่มีผลบังคับใช้ในระยะยาวคือโครงการ Aspern seestadt หรือ Aspern Lake City เป้าหมายของโครงการ Aspern lake city คือการสร้างเขตเมืองใหม่ที่มีการใช้งานหลากจุดประสงค์ เป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน […]

World Economic Forum ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจ้างงานในอนาคต สำนักงานที่ปรึกษาฯขอสรุปมาให้ท่านผู้อ่านดังนี้ ไม่มีงานที่สามารถทำได้ตลอดชีวิตอีกต่อไป “เด็กในวันนี้จะต้องเปลี่ยนงานอย่างน้อยเจ็ดครั้ง และ(รูปแบบของ)งานเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น” เอสเต้บาน บูริช นายกกระทรวงศึกษาฯ อาเจนติน่า งานใหม่ ๆ รองรับโดยการศึกษาที่เหมาะสม “ในอนาคตอันใกล้ เราจะไม่สามารถหางานที่เรามีในปัจจุบันได้อีก แต่จะมีการสร้างงานรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้น เราจะต้องให้อำนาจ (empower) ประชาชนโดยการให้การศึกษาและโอกาสที่ถูกต้อง ฉันเชื่อว่าอนาคตที่จะมาถึงมีความรุ่งโรจน์ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการยอมรับเทคโนโลยีที่มีอนาคตที่สุด (most promising technologies) และเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับและสร้างโอกาสให้ประชาชนในทุกชนชั้น” เดวิน เวนิก ประธานและซีอีโอของอีเบย์ สิ่งที่เราต้องสอนต่อเด็ก ๆ “การบ่มเพาะความเฉลียวฉลาดแบบดิจิตอลที่ตั้งอยู่บนคุณค่าของมนุษย์ (human values) เป็นสิ่งจำเป็นที่จะสร้างให้ เด็ก ๆ ของเราจะกลายเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีแทนการถูกควบคุมโดยมัน หากขาดโครงการด้านการศึกษาดิจิตอลในระดับชาติแล้ว ความสามารถในการใช้และการเข้าถึงเทคโนโลยีจะถูกกระจายตัวอย่างไม่เท่าเทียม และส่งผลให้ความไม่เท่าเทียมให้รุนแรงขึ้น อีกทั้งกีดความคล่องตัวด้านสังคมและเศรษฐกิจ  ” ยูยุน พาร์ก ประธานมูลนิธิ infollutionZERO นโยบายต้องตามให้ทัน “แม้(ในขณะนี้)จะมีความคิดเห็นที่ต่างกันในเรื่องผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการจ้างงาน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือเรา (โลก) อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน […]

บริษัท ManpowerGroup หนึ่งในบริษัทจัดหางานที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้จัดทำรายงานผลกระทบของตลาดแรงงานจากการปฏิวัติเทคโนโลยีหรือ Industry 4.0 ในชื่อรายงาน “The Skills Revolution,” โดยได้ทำการเผยแพร่ในที่ประชุม World Economic Forum ที่ผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเมืองระดับนานาชาติมาพบกันที่เมือง Davos ประเทศ Switzerland. รายงานดังกล่าวได้ทำการสัมภาษณ์พนักงานมากกว่า 18,000 คนใน 43 ประเทศจากหกภาคอุตสาหกรรม Manpower พบว่าในขณะที่การพัฒนาเทคโนโลยีจะนำไปสู่การใช้ระบบอัตโนมัติที่สูงขึ้น จำนวนการจ้างงานและอัตราการจ้างงานในบางภาคส่วนจะลดลง อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญคือการเพิ่มความเชี่ยวชาญของภาคแรงงานหรือ การ “upskills” แรงงานให้มีศักยภาพและความสามารถเพียงพอในการทำงานในงานใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น บริษัทต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องลงทุนในการฝึกฝนและอบรมพนักงานของตนให้ไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง (being left behind). “เรากำลังอยู่ในช่วงที่เริ่มการปฏิวัติความเชี่ยวชาญ (ของแรงงาน) ซึ่งการช่วยให้ผู้คนยกระดับความสามารถของตนและปรับตัวให้เข้ากับโลกของการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจะเป็นความท้าทายที่สำคัญในปัจจุบัน ผู้ที่มีความสามารถที่ตรงตามความต้องการจะสามารถสร้างโอกาสให้กับตนเอง มีอำนาจ และสามารถเลือกว่าจะทำงานที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร นายJonas Prising, Chairman และ CEO ของบริษัท Manpower Group ได้กล่าวต่อที่ประชุม “ส่วนผู้ที่ไม่มีความสามารถที่เหมาะสม […]