ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Ursula von der Leyen ได้ปฏิญาณที่จะเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นร้อยละ 55 จากระดับของปี ค.ศ. 1990 ภายในปี ค.ศ. 2030 ในการกล่าว State of the European Union address ที่รัฐสภาสหภาพยุโรป พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยถึงแผนเพื่อจัดการกับการปล่อยมลพิษและการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดด้วยนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวต่างๆ โดยเป้าหมายแรกเริ่มของ European Green Deal และเป้าหมายของคณะกรรมาธิการยุโรป คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ระดับร้อยละ 40 จากระดับของปี ค.ศ. 1990 โดยเธอยอมรับว่าเป้าหมายใหม่ดังกล่าวเป็นเป้าหมายที่ถือว่าประนีประนอม โดยระบุว่า “เป้าหมายที่ได้ประกาศไปนั้นอาจจะเพียงพอสำหรับบางคนแต่ไม่เพียงพอสำหรับคนอื่นๆ” และเธอหวังที่จะผลักดันให้ไปสู่ระดับร้อยละ 60 แต่ในทางกลับกันมีประเทศสมาชิกหลายประเทศที่ต่อต้านความมุ่งมั่นดังกล่าวหรือเรียกร้องเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากบรัสเซลส์ ทั้งนี้มีผู้นำด้านธุรกิจและนักลงทุนจำนวน 170 รายจากทั่วยุโรปเข้าร่วมลงนามรับรองเป้าหมายดังกล่าวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ระดับร้อยละ 55 ตัวอย่างผู้ลงนาม ได้แก่ Microsoft IKEA Deutsche Bank Unilever Google และ EDF ซึ่งข้อตกลงนี้จะทำให้สหภาพยุโรปอยู่บนเส้นทางเพื่อนำไปสู่เป้าหมายของปี ค.ศ.2050 […]

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2563 ณ การประชุม GLOBAL MANUFACTURING AND INDUSTRIALISATION SUMMIT (GMIS) ได้ประกาศความคิดริเริ่ม “Green Chain”  โดยร่วมกับองค์กรต่างๆ ของเยอรมนีเพื่อเป็นแพลตฟอร์มรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งประเทศที่ใช้พลังงานฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียนในการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกด้านพลังงานหมุนเวียน พร้อมกับเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อนำไปสู่แก้ปัญหาทั้งสภาพภูมิอากาศและนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุมและยั่งยืน จะส่งเสริมพลังงานสะอาด ผลิตภัณฑ์สีเขียว และการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อขับเคลื่อนไปสู่ความเป็น carbon-neutrality ความคิดริเริ่มนี้เป็นการเชื่อมความสนใจของแต่ละภาคส่วนเข้าด้วยกันหรืออาจสรุปเป็นแนวคิดสั้นๆ ดังนี้ “พลังงานสีเขียวเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์สีเขียวที่สามารถซื้อได้โดยใช้สกุลเงินเข้ารหัสสีเขียว” หากแบ่งตามความสนใจแต่ละภาคส่วนจะเป็นดังนี้ สำหรับรัฐบาล (การให้แหล่งพลังงานสีเขียวใหม่) สำหรับอุตสาหกรรม (ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบการผลิต) และสำหรับผู้บริโภค (สามารถใช้สกุลเงินเข้ารหัสสีเขียว (green cryptocurrencies) ในการซื้อผลิตภัณฑ์) ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะทำการรวบรวมโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล (4IR) เพื่อสร้างผลลัพธ์โลกสีเขียวสำหรับทุกคน โดย GMIS ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวคิดและวัตถุประสงค์ของความคิดริเริ่มนี้ ประกอบด้วย UNIDO สภาอุตสาหกรรมแห่งเยอรมนี (BDI) สมาคมหอการค้าเยอรมนีและอุตสาหกรรม (DIHK) สมาคมวิศวกรเยอรมนี (VDMA) สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ZVEI) และหอการค้าและอุตสาหกรรมอาหรับ – […]

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2563 ได้มีการกล่าวคำแถลงเจตจำนงการทำงานร่วมกันของ 5 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร (CDP CDSB GRI IIRC SASB) เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่เปรียบเทียบกันได้และลดภาระในการรายงานของบริษัท ความเร่งด่วนของการรายงานให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นระหว่างผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ความเสี่ยงทางการเงินและอัตราผลตอบแทน” รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการระบาดทั่วโลก และได้อ้างถึงว่ามีหลายภาคได้ให้การสนับสนุนระบบการรายงานอย่างครอบคลุมดังกล่าวด้วย การเปิดเผยเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจถึงผลการดำเนินการของบริษัทที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และการส่งผลต่อการเงินขององค์กรและการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวขององค์กรอย่างไร รัฐบาลต้อง “ส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่และข้ามชาติให้นำไปปฏิบัติและบูรณาการข้อมูลด้านความยั่งยืนเข้ากับการรายงานด้วย” โดยจะมีดัชนีชี้วัดของเป้าหมายนี้ (SDG 12.6.1) คือ “จำนวนบริษัทที่เผยแพร่รายงานความยั่งยืน” โดยก่อนหน้านี้ UNCTAD ได้เปิดตัวเครื่องมือในปี 2562 เพื่อปรับปรุงให้เกิดความสอดคล้องระหว่างการรายงานทางการเงินและการรายงานด้านความยั่งยืนของภาคเอกชน โดย UNCTAD ได้ตั้งข้อสังเกตว่าหากกรอบการรายงานมีความหลากหลายจะทำให้เกิดความท้าทายต่อหน่วยงานภาครัฐและนักลงทุนที่สนใจในการติดตามการดำเนินการเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ ซึ่งหากอยู่ในรูปแบบเดียวกันจะสามารถช่วยให้รัฐบาลรวมกับภาคเอกชนร่วมกันในรายงานทบทวนระดับชาติโดยสมัครใจ (Voluntary National Review) ได้ง่ายยิ่งขึ้น และเมื่อเดือนเมษายน 2563 องค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (GRI) ได้ออกคำแนะนำแก่รัฐบาลในการรวบรวมการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับ SDGs ใน VNR โดยเน้นย้ำว่าการรวบรวมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อทำความเข้าใจว่าการดำเนินการใดบ้างที่มีความจำเป็นและใครสามารถดำเนินการเพื่อทำให้บรรลุเป้าหมาย SDG ในแต่ละประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติม 5 องค์กร […]

คณะกรรมการพิจารณาทบทวนสารเคมี (CRC) ของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งสารเคมีล่วงหน้า (PIC) สำหรับสารเคมีอันตรายและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชบางชนิดในการค้าระหว่างประเทศได้เห็นชอบที่จะเสนอแนะให้ที่ประชุมของประเทศสมาชิก กำหนดให้สารเคมีอุตสาหกรรม 2 ชนิด คือ decabromodiphenylether (decaBDE) และ perfluorooctanoic acid (PFOA) และสารประกอบที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใต้กระบวนการแจ้งสารเคมีล่วงหน้า (PIC) จากรายงานโดย Earth Negotiations Bulletin ได้ให้รายละเอียดสำหรับสารเคมี 2 ชนิดนี้ไว้ ดังนี้ decabromodiphenylether (decaBDE) ถูกใช้เป็นสารหน่วงการติดไฟ (flame retardant) ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท อย่างเช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ฟูก ยานพาหนะ และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งพบว่าเป็นสารพิษตกค้างยาวนาน (persistent, bioaccumulative, and toxic) ต่อมนุษย์และสัตว์ป่า รวมทั้งยังสามารถปล่อยสารพิษสู่สิ่งแวดล้อมได้ในระหว่างการผลิต การใช้งาน และการกำจัด perfluorooctanoic acid (PFOA) และสารประกอบที่เกี่ยวข้องถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ เช่น เครื่องครัวเคลือบสารกันติด (non-stick cookware) พรมกันคราบ […]

คณะกรรมการประสานงานกิจกรรมทางสถิติ (CCSA) ได้เผยแพร่รายงานเล่มสองเพื่ออัพเดตสถานการณ์ของ โควิด-19 ที่ส่งผลต่อโลกผ่านมุมมองสถิติ เนื้อหาจะเป็นการนำเสนอภาพรวมผลกระทบจากโควิด-19 ต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม ภูมิภาคและสถิติผ่านตัวเลขสถิติที่รวบรวมตามความเชี่ยวชาญขององค์กรสหประชาชาติและสถาบันการเงินระหว่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ ดังปรากฏตามภาพ ข้อมูลทางสถิติที่น่าสน มีดังนี้ แนวโน้มจำนวนการติดเชื้อของประเทศต่างๆ ที่ประสบกับโควิด-19 ภายใต้สถานการณ์และการตอบสนองของนโยบายที่แตกต่างกัน   ในปี 2563 คาดการณ์ว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกจะลดลงมากถึงร้อยละ 40 จากการคาดการณ์สำหรับกลุ่มเศรษฐกิจพัฒนาแล้วจะลดลงร้อยละ 25 ถึง 40 ในขณะที่กลุ่มเศรษฐกิจกำลังพัฒนาจะลดลงมากกว่าที่ร้อยละ 30 ถึง 45 เนื่องจากมีการลงทุนที่หลากหลายน้อยกว่า หลังจากผลผลิตทั่วโลกตกต่ำที่สุดในช่วงเดือนเมษายน (ลดลงกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) จากข้อมูลล่าสุดจีนสามารถกลับมาเท่ากับช่วงก่อนโควิด-19 แล้ว ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ เริ่มจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ภาคการผลิตของโลกมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเกิดใหม่พบว่าการลดลงอย่างชัดเจนมากกว่าประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังคงสามารถรักษาระดับการผลิตให้คงที่ได้ เช่น เกาหลี ในเดือนมิถุนายน พบว่า ภาคอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้ามีการลดลงที่น้อยลง การระบาดใหญ่ครั้งนี้กำลังทำให้ผู้คนอีกกว่า 71 ถึง 100 […]

องค์การ UNIDO ได้เผยแพร่ดัชนีสมรรถนะทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมประจำปี 2020 (Competitive Industrial Performance Index 2020)ซึ่งในรายงานแสดงตัวชี้วัดและลำดับการเป็นผู้นำ  รวมถึงประสิทธิภาพและข้อผิดพลาด ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงบทบาทของภาคการผลิต โดยเฉพาะในแง่ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุม การนำเสนอจะอยู่ในรูปแบบของการเปรียบเทียบความสามารถของแต่ละประเทศในการผลิตและส่งออกสินค้า โดยทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 2 รูปแบบ คือ เทียบกับปีก่อนหน้า และเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก จำนวน 152 ประเทศ สำหรับในปี 2020 ประเทศที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด จากการเปรียบเทียบดัชนีสมรรถนะทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม คือ เยอรมนี จีน เกาหลี สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ตามลำดับ สำหรับไทยอยู่ในลำดับที่ 24 ดังแผนภาพปรากฏ ลำดับต่อมา คือ ตารางแสดงสมรรถนะในแต่ละหัวข้อย่อยของ CIP ของไทย โดยเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกและลำดับของปีก่อน รวมถึงแสดงเส้นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 และกราฟเปรียบเทียบสมรรถนะทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมกับทั่วโลก (152 ประเทศ) และกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ไทยอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจนี้ และกราฟการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิต (สัดส่วนของมูลค่าเพิ่มของการผลิตต่อ GDP เทียบกับสัดส่วนของมูลค่าเพิ่มของเทคโนโลยีขั้นกลางและขั้นสูงต่อมูลค่าเพิ่มของการผลิตทั้งหมด) […]

Pacific Economic Cooperation Council (PECC) ได้ตีพิมพ์รายงาน “State of the Region: Special report on COVID-19” เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเด็นความร่วมมือต่างๆ รายงานมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่จะสามารถช่วยให้รัฐบาลประเทศต่างๆ มีแนวทางเพื่อใช้สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์โควิด-19 ในรายงานเผยข้อมูลการเติบโตของเอเชียแปซิฟิกในปีนี้จะลดลงร้อยละ 4.7 ในขณะที่การว่างงานจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.9 ไปเป็น 5.5 และจากการสำรวจความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ 710 คนในภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา รัฐบาล และภาคประชาสังคมพบว่าได้คาดการณ์สถานการณ์ไว้ในระดับเลวร้ายกว่าที่ทางการระบุไว้ และไม่คิดว่าจะสามารถฟื้นตัวสู่ระดับก่อนวิกฤตได้ภายใน 5 ปี ในปัจจุบันมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคไปแล้วราว 5.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่รายงานมีข้อสังเกตว่านักกำหนดนโยบายยังมีข้อจำกัดบางอย่าง อันเนื่องมาจากประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการเงินเมื่อไม่นานมานี้ และเผยว่า “เศรษฐกิจในภูมิภาคยังมีช่องว่างในการกระตุ้นอีก” กลไกในระดับภูมิภาคถือเป็นส่วนสำคัญในการเอื้อต่อการออกแบบ การประสานงานและความร่วมมือ รวมถึงกำหนดทิศทางในการสนับสนุนการเติบโตในอนาคตได้ด้วย โดยลำดับความสำคัญของการร่วมมือในภูมิภาค เป็นดังนี้ 1) การแบ่งปันแนวปฏิบัติในการเตรียมรับมือการแพร่ระบาด 2) การพัฒนาวัคซีน 3) การอำนวยความสะดวกสำหรับสินค้าที่จำเป็น 4) การยกเลิกข้อจำกัดด้านการส่งออกสำหรับสินค้าที่จำเป็น และ 5) […]

World Economic Forum (WEF) ได้เผยแพร่สมุดปกขาว (White paper) ว่าด้วยการวิเคราะห์โอกาสเพื่อส่งเสริมให้พลาสติกมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น โดยได้นำผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและการค้ามาร่วมวิเคราะห์และชี้แนวทางสำหรับการค้าและการลงทุนเพื่อจัดการกับความท้าทายของปัญหาขยะพลาสติกข้ามพรมแดนและการมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ในปัจจุบันโลกผลิตพลาสติกมากกว่า 400 ล้านตันต่อปี โดยมีเพียงร้อยละ 14 – 18 เท่านั้นของขยะพลาสติกที่ถูกนำไปรีไซเคิลอย่างถูกต้อง และส่วนมากมักจะส่งออกไปต่างประเทศเพื่อไปรีไซเคิล จากบริบทนี้ทำให้ต้องมีการหาแนวทางระเบียบข้อบังคับเพื่อทำให้การค้าขายเป็นไปอย่างถูกต้องและอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาดสำหรับการรีไซเคิล โดยในปัจจุบันความท้าทายเพื่อขยายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติกมี 4 ความท้าทายหลัก ดังนี้ 1) กฎระเบียบ เช่น การห้ามหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้าขยะพลาสติก 2) มาตรฐานและข้อมูล เช่น มาตรฐานด้านฉลาก หรือ ภาครัฐต้องการให้ผู้รีไซเคิลผลิตพลาสติกรีไซเคิลในหลายเกรด ซึ่งทำให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น 3) การลงทุน คือ การส่งเสริมภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำเพื่อทำให้เกิดการคุ้มค่าในการลงทุน 4) กระบวนการ เช่น ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไปในอนุสัญญาบาเซลจะควบคุมการค้าขยะพลาสติกข้ามพรมแดนผ่านขั้นตอนการขอความยินยอมล่วงหน้า (PIC) นอกจากนี้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวเนื่องกับการระบาดของโควิด-19 ด้วยว่าทำให้มีความต้องการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพิ่มขึ้นทั้งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) บรรจุภัณฑ์จากการสั่งออนไลน์ บรรจุภัณฑ์จากบริการส่งอาหาร แต่ในขณะเดียวกันโควิด-19 ได้ทำให้ความสามารถในการรีไซเคิลลดลงจากการล็อคดาวน์  รวมทั้งรัฐบาลในบางประเทศได้มีการ “ยกเลิกการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง” เพื่อรักษาอัตราการติดเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำ […]

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับ UNFCCC และ Institute for Global Environmental Strategies (IGES) ได้เปิดตัว “PLATFORM for REDESIGN 2020” แพลตฟอร์มออนไลน์ว่าด้วยการฟื้นฟูอย่างยั่งยืนและสร้างความยืดหยุ่นจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันโลกเผชิญกับ 2 ความท้าทายหลัก จากทั้งโควิด-19 ที่หยุกชะงักกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากปัญหาโลกร้อน ซึ่งหลายประเทศได้ใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่บนแนวคิด “ฟื้นฟูใหม่ให้ดีขึ้น build back better” เพื่อตอบโจทย์ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ยืดหยุ่นและครอบคลุม แพลตฟอร์มนี้จะเป็นศูนย์กลางในการนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินการสำหรับรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ไม่ใช่รัฐที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ สำหรับรัฐบาลสามารถใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อเป็นส่วนสนับสนุนในการเตรียมแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ (Nationally Determined Contributions (NDCs) เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูอย่างยั่งยืนและยืดหยุ่นที่ต้องส่งภายในสิ้นปีนี้ได้ นอกจากนี้แพลตฟอร์มนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการประชุมระดับรัฐมนตรีที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศและด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 กันยายน 2563 รูปแบบออนไลน์อีกด้วย ทั้งนี้จุดประสงค์ของทั้งแพลตฟอร์มและการประชุมที่จะจัดขึ้นเพื่อสร้างแรงผลักดันในระดับโลกเพื่อรักษาความมุ่งมั่นเพื่อมุ่งสู่การสร้างความสำเร็จในการประชุม ​​COP26 ในปี 2564 แหล่งที่มา : https://unfccc.int/news/new-online-knowledge-sharing-platform-to-bolster-climate-action

สำนักเลขาธิการของ UNFCCC ได้ตีพิมพ์ 3 งานวิจัยเกี่ยวกับ “เส้นทาง” ของเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ (climate technology) ซึ่งเป็นการระบุถึงความต้องการเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มความยั่งยืนและสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปใช้อย่างเต็มรูปแบบ งานวิจัยมี 3 หัวข้อดังนี้ 1) การศึกษาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับใช้ตอบสนองความต้องการเทคโนโลยีของประเทศ 2) บทบาทความสำคัญของนวัตกรรมในการกระตุ้นให้เกิดการใช้เทคโนโลยี และ 3) การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเพิ่มความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเขตชายฝั่ง ซึ่งทั้งสามงานวิจัยดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในการเปลี่ยนเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีความยืดหยุ่น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับภาครัฐในการเตรียมแพ็คเกจฟื้นฟูเศรษฐกิจสีเขียวเพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ภาพรวมของแต่ละงานวิจัย งานวิจัยแรก หัวข้อ “Enhancing Implementation of the Results of Technology Needs Assessments” เป็นการสำรวจจุดเริ่มต้นเส้นทางของเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศของประเทศต่างๆ รวมถึงการระบุและการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดต่อความต้องการของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ในรายงานยังศึกษาเกี่ยวกับความท้าทาย แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด และโอกาสต่างๆ เพื่อใช้ปรับปรุงขั้นตอนการประเมินความต้องการเทคโนโลยีอีกด้วย (Technology Needs Assessment, TNA) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำหรับประเทศต่างๆ ในการกำหนดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศของประเทศ รวมทั้งยังแสดงกรณีศึกษาเกี่ยวกับความก้าวหน้าของประเทศต่างๆ ที่ได้นำขั้นตอน TNA ไปปรับใช้อีกด้วย ในงานวิจัยที่สอง หัวข้อ “Innovative […]