โควิด-19 ที่ทำให้หลายประเทศตกอยู่ในความท้าทายด้านสังคมและเศรษฐกิจนั้น ได้นำมาซึ่งสัญญาณสร้างความตระหนักให้กับหลายประเทศในการทบทวนแนวทางและกำหนดแนวทางใหม่สำหรับนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STI) ของทั้งในประเทศตนเองและการประสานงานในระหว่างประเทศ การพัฒนาอย่างครอบคลุมและยั่งยืนเป็นประเด็นหลักที่โลกให้ความสนใจ แต่เป็นแนวคิดเชิงนามธรรมที่ยากต่อการนำไปดำเนินการโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา แต่ในช่วงโควิด-19 ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าแนวทางดังกล่าวนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ทำให้หลายบริษัทสามารถลดผลกระทบและมีผลประกอบการที่สวนกับตลาดส่วนใหญ่ได้ และยังช่วยทั้งประชาคมทั้งภายในประเทศและทั่วโลกอีกด้วย รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนไปผลิตสินค้าที่จำเป็นเพื่อรับมือกับโควิด-19 ได้อีกด้วย อย่างบริษัท Tesla และ LVMH ที่ปกติจะผลิตเฉพาะสินค้าที่มีความเฉพาะตัวสูงก็ได้ปรับการผลิตและแสดงถึงการส่งเสริมพันธกิจคลอบคลุมและยั่งยืน ทำให้เห็นได้ว่าการกำหนดนโยบายทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของบริษัทที่มีทรัพยากรจำนวนมากได้เพื่อก้าวผ่านพ้นจากวิกฤตได้ ทั้งนี้การกระจายการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพผ่าน STI ควรมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความยืดหยุ่นและลดผลกระทบที่มาจากปัจจัยภายนอก ในขณะที่ประเทศต่างๆเริ่มปรับแนวนโยบาย STI ให้สามารถตอบสนองต่อการจัดการด้านสุขภาพและการพัฒนาอุตสาหกรรมในโลกหลังโควิด-19 เรายังคงต้องส่งเสริมการอภิปรายเกี่ยวกับการทบทวนแผนพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ด้วยของแต่ละประเทศกำลังพัฒนาและใส่ใจถึงความต้องการและความท้าทายที่แตกต่างของในแต่ละประเทศ การระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันเป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นของการเตรียมความพร้อมไว้เสมอเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและฉุกเฉิน ซึ่งจะเห็นว่าความสามารถในการตอบสนองหรือรับมือได้อย่างทันถ่วงทีนั้นขึ้นอยู่กับขีดความสามารถด้าน STI ของประเทศซึ่งประเทศต้องพัฒนาจากภายใน รัฐบาลต้องส่งเสริมการลงทุนพัฒนาทักษะให้แก่ประชากรวัยหนุ่มสาวเพื่อให้พวกเขามีความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยให้แข็งแกร่ง การสนับสนุนเงินทุนและการสร้างแรงจูงใจที่เพียงพอ รวมถึงการกำหนดกรอบให้ชัดเจนที่จะนำ STI เข้าไปประยุกต์ในการดำเนินการ ในขณะที่การลงทุนเชิงรุกและเชิงกลยุทธ์ในด้านศักยภาพของ STI ควรต้องเชื่อมโยงกับกลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับความท้าทายของการพัฒนาที่ต้องการความเร่งด่วน ทั้งนี้นโยบายในการส่งเสริมความร่วมมือและการสร้างพันธมิตรระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในโลกหลังโควิด-19 ควรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักของประเทศเพื่อสามารถนำความรู้ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งที่มา : https://iap.unido.org/articles/covid-19-and-global-contraction-fdi

หลายประเทศกำลังเผชิญกับการล็อกดาวน์จากมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ธุรกิจที่มีการเชื่อมโยงกับนอกประเทศนั้นเริ่มเกิดปัญหา และเริ่มมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบทบาทของห่วงโซ่อุปทานโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต จากการระบาดของโควิด-19 มีการคาดเดาว่าบริษัทต่างๆ อาจพยายามลดความเสี่ยง โดยการปรับการดำเนินงานทั้งหมดหรือบางส่วนกลับสู่ประเทศตนเอง และหากประเทศต่างๆ หันเข้าสู่นโยบายการป้องกันมากขึ้นอันเนื่องมาจากการระบาดใหญ่ แนวโน้มการนำการผลิตเข้ามาใกล้บ้านมากขึ้นอาจจะได้รับการมุ่งเน้น ดังนั้นจึงมีการสร้างแบบจำลองเชิงปริมาณเพื่อตอบข้อสงสัยดังกล่าว เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าขั้นกลางที่มาจากทั้งในประเทศและระหว่างประเทศและการค้าสินค้าขั้นสุดท้าย โดยครอบคลุม 64 ประเทศใน 6 ทวีป และ 33 ภาคส่วน (ซึ่งถือว่าครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด) โดยใช้ฐานข้อมูล OIOD Inter-Country Input-Output (ICIO) ของ OECD เป็นแหล่งข้อมูล จากรูปภาพแสดงถึงการลดลงของ GDP ของประเทศต่างๆ บนพื้นฐานของการช็อกของอุปทานแรงงาน ซึ่ง GDP เฉลี่ยลดลงในระดับสูงที่ร้อยละ 31.5 ตั้งแต่ไต้หวันและสวีเดนที่ร้อยละ 21 ไปจนถึงเวียดนามที่มากสุดอยู่ที่ร้อยละ 40    โดยหากพิจารณาเฉพาะห่วงโซ่อุปทานโลกที่ส่งผลต่อการหดตัวของ GDP จะพบว่าโดยเฉลี่ยจะส่งผลราว 1 ใน 3 ของการลดลงของ GDP โดยรวม นั่นหมายถึงประเทศส่วนใหญ่โดยเฉลี่ย GDP จะลดลงร้อยละ 11 […]

องค์การ UNIDO ได้พัฒนาแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมในช่วงวิกฤตโควิด-19 หรือเรียกว่า “CIRP (COVID-19 Industrial Recovery Plan)” เพื่อสนับสนุนภาครัฐในการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทจริงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะเป็นเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมให้อยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุม และลดผลกระทบที่เกิดจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ผ่านการเพิ่มนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนไปที่ประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด รายได้ต่ำและประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับต่ำ เนื่องจากแผนพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติที่มีอยู่นั้น อาจไม่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงมีความสำคัญในการสร้างแผน CIRP (COVID-19 Industrial Recovery Plan) เพื่อเข้ามาเป็นส่วนช่วย ซึ่งแผนดังกล่าวแบ่งเป็นขั้นตอน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การประเมินและการวิเคราะห์ผลกระทบของโควิด–19 ต่อภาคอุตสาหกรรม = การทำรายงานการประเมินอย่างละเอียดเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมของประเทศในแต่ะละระดับเพื่อให้นำไปใช้สำหรับการระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมในขั้นตอนถัดไป 2) การระดมความคิดและสร้างฉันทามติในภาคส่วนหลักที่มีส่วนเกี่ยวข้อง = การจัดอภิปรายระดับชาติในวงกว้างเพื่อทำความเข้าใจกับบริบทที่เปลี่ยนไปหลังการระบาดใหญ่เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นพ้องกันเป็นฉันทามติในการกำหนดอนาคตของภาคอุตสาหกรรม 3) การพัฒนาแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมแห่งชาติ = การระบุถึงสิ่งที่ต้องพิจารณาในแผนพัฒนาฟื้นฟู ดังนี้ ระบุถึงห่วงโซ่คุณค่าที่สำคัญที่ต้องพัฒนา การทบทวนระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของห่วงโซ่คุณค่าที่สำคัญนั้นๆ พร้อมทั้งแหล่งเงินทุนสำหรับแผนฟื้นฟู และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อนำไปปรับใช้ในระดับบริษัทโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปมีส่วนร่วม 4) การดำเนินการนำร่องในภาคอุตสาหกรรม ตามขั้นตอนดังปรากฏในภาพ 5) การเลียนแบบความสำเร็จที่เกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมของประเทศ = การเผยแพร่ถึงวิธีการที่องค์กรที่ประสบความสำเร็จใช้ในการปรับตัว […]

รายงานการประเมินผลกระทบจากโควิด – 19 ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย จัดทำโดยองค์การ UNIDO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดรายงานการประเมินผลกระทบจากโควิด – 19 ต่อเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทยของทีมงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UN Thailand) ประเด็นที่น่าสนใจจากรายงาน กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตโควิด-19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด คือ กลุ่มบริษัทขนาดเล็ก (small-size firms) และบริษัทเทคโนโลยีขั้นต่ำ (low-tech firms) นอกจากนี้บริษัทขนาดเล็กยังเป็นกลุ่มที่เข้าถึงการช่วยเหลือจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐน้อยที่สุดอีกด้วยโดยผลกระทบที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากที่สุด คือ ปริมาณยอดสั่งซื้อที่ลดลง ทำให้บริษัทส่วนใหญ่ร้อยละ 90 หรือมากกว่านั้นคาดการณ์ว่าจะสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก โดยประเภทของบริษัทที่คาดการณ์ว่าจะสูญเสียรายได้มากที่สุด คือ บริษัท GVC และบริษัทขนาดเล็ก โดยการลดลงของคำสั่งซื้อนำมาซึ่งการขาดแคลนกระแสเงินสดและยิ่งถ้าหากมาตรการปิดเมืองยังคงขยายเวลาออกไปอีก ร้อยละ 52 ของบริษัทขนาดเล็ก และร้อยละ 44 ของบริษัทปลายน้ำในประเทศ คาดว่าจะต้องปิดตัวลงภายในสามเดือน มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่บริษัทต้องการมากที่สุด คือ การลดอัตราภาษีหรือการเลื่อนจ่ายภาษี การลดการบริจาคเพื่อสังคมและมาตรการเพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน อย่างลดค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคและเงื่อนไขเงินกู้ที่ดีขึ้น ตามลำดับ เป็นที่น่าสนใจที่บริษัทในไทยไม่มองว่าการเลิกจ้างพนักงานเป็นมาตรการรับมือเบื้องต้นและใช้วิธีในการลดต้นทุนการดำเนินงาน การเข้าถึงสินเชื่อ และการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเลือกเพื่อจัดการกับผลกระทบอย่างทันถ่วงทีเพื่อตอบสนองกับการระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้วิกฤตโควิด–19 อาจทำให้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ 9 การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุมและยั่งยืน (ISID) […]

จากการประชุม intersessional process considering the Strategic Approach and the sound management of chemicals and waste beyond 2020 (SAICM) ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2562 ได้มีการขอให้เลขาธิการจัดทำบทสรุปเกี่ยวกับอุปสรรคและมาตรการจูงใจที่เป็นไปได้เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (multi-stakeholder) และภาคส่วนต่างๆ (multi-sectoral) ในการตัดสินใจเกี่ยวกับสารเคมีสำหรับปี 2020 เป็นต้นไป ในรายงานได้ยืนยันว่าการจะบรรลุเป้าหมายการจัดการที่ดีของสารเคมีและของเสียสำหรับปี 2020 เป็นต้นไปนั้น การมีส่วนร่วมและความมุ่งมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและภาคส่วนทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลกนั้นมีความสำคัญ โดยเนื้อหาของรายงานจะกล่าวถึงอุปสรรคที่สร้างข้อจำกัดต่อการมีส่วนร่วม ประโยชน์ของการเข้าร่วม มาตรการจูงใจและการดำเนินการที่เป็นไปได้เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม และการระบุถึงขั้นตอนในลำดับถัดไปว่าควรดำเนินการเช่นใดเพื่อติดตามผลและพัฒนาในอนาคต อุปสรรคที่สร้างข้อจำกัดต่อการมีส่วนร่วม เช่นการให้ความสำคัญที่ต่างกันและการไม่จัดเรียงเป้าหมาย การไม่ระบุหรือพัฒนาบทบาทและความรับผิดชอบให้ชัดเจน การมองว่าการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวนั้นสำหรับแค่ภาคสิ่งแวดล้อมเท่านั้น การขาดเจตจำนงทางการเมืองในการขับเคลื่อน อย่างเช่น การกำหนดให้ SAICM เป็นเป้าหมายหลักสำหรับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และการไม่มีทรัพยากรที่เพียงพอในการสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ด้อยโอกาส (underrepresented stakeholders) ประโยชน์ของการเข้าร่วม เช่น […]

งาน The Global Manufacturing and Industrialisation Summit (GMIS) 2020 ในปีนี้ได้มีการปรับรูปแบบการประชุมไปสู่รูปแบบออนไลน์ (Virtual Edition) โดยเนื้อหาจะมุ่งเน้นที่ “Glocalization towards sustainable and inclusive global value chains” งาน GMIS มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นเวทีในการแบ่งปันแนวคิดเกี่ยวกับการผลิตในอนาคตและการส่งเสริมการผลิตขั้นสูงและนวัตกรรมผ่านการเจรจาระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (multi-holder dialogue) การดำเนินการต่างๆ และการสร้างพันธมิตร  งาน GMIS 2020 จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ 1) สัมมนาออนไลน์ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง (Digital Series) เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน – 25 สิงหาคม 2563 ทั้งหมด 7 หัวข้อ (สัปดาห์ละ 1 หัวข้อ) เช่น สัปดาห์ที่ 1 […]

ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ทั่วทั้งโลกย่อมต้องการให้มีการไหลเข้าของทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนายิ่งต้องการให้มีการไหลเข้าของทรัพยากรจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่นำทรัพยากรเหล่านั้นมา คือ “การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI)” ซึ่งในจุดนี้ภาครัฐต้องมีส่วนช่วยในการบริหารจัดการทั้งในด้านของการดึงดูดการลงทุนและรักษาการลงทุนนั้นไว้ให้ได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ การใช้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนและพัฒนานั้น โดยนอกจากนี้วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสำหรับรัฐบาลในการตรวจสอบแนวทางในการดึงดูดการลงทุนและการรักษาการลงทุนโดยการเชื่อมโยงการลงทุน  จากต่างชาติไว้กับระบบเศรษฐกิจในประเทศให้มากขึ้น โดยสามารถสรุปขอบเขตสำคัญในการสร้างกรอบแนวทางนโยบายหรือควรให้ความสำคัญ 3 ขอบเขต ดังนี้ ขอบเขตแรก คือ ต้องมีมาตรการและกลไกในสนับสนุนเพื่อช่วยให้บริษัทในประเทศสามารถเอาชนะข้อจำกัด รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านอุปทาน โดยมาตรการ 2 ประเภทที่สามารถทำให้เห็นผลได้ในระยะยาว คือ1) การพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทในประเทศและบริษัทต่างประเทศ โดยปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของโครงสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ เช่น การพัฒนาระบบการรับรองคุณภาพเพื่อสามารถรองรับการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทต่างประเทศ และ 2) การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่สามารถตอบสนองให้บริษัทสามารถดำเนินการจากระยะไกล ทั้งในแง่ของห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกและในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ขอบเขตที่สอง คือ เขตอุตสาหกรรมส่งออก (Export processing zones, EPZs) ซึ่งในหลายประเทศ กำลังพัฒนาใช้เครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ควรที่จะออกแบบเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ ต้องมีการปรับกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนให้เกิดความสัมพันธ์ร่วมกับซัพพลายเออร์ภายในประเทศ โดยการออกแบบหรือพัฒนาโครงการที่จะเข้ามามีส่วนสนับสนุนการหา คู่ค้าระหว่างบริษัทต่างประเทศและซัพพลายเออร์ภายในประเทศ ขอบเขตที่สาม คือ การดำเนินการระดับนานาชาติเพื่อช่วยเหลือประเทศในระหว่างและหลังวิกฤตโควิด-19 ควรให้ความใส่ใจกับประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและมีข้อจำกัดในด้านการดำเนินนโยบายเอื้ออำนวยต่อการลงทุนเพราะไม่มีทรัพยากรที่จะให้การสนับสนุนที่สำคัญแก่บริษัทภาคเอกชนได้  นี่คือเหตุผลว่าทำไมองค์กรระหว่างประเทศและกลุ่มประเทศ อย่างสหประชาชาติและกลุ่ม G20 ต้องตอบสนองต่อการร้องขอของกลุ่มประเทศดังกล่าวใน […]

องค์การ UNIDO ได้จัดทำ “แนวทางการฟื้นฟูธุรกิจสำหรับกลุ่มไมโคร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) ในวิกฤตโควิด-19” เพื่อช่วยให้ธุรกิจกลุ่มไมโคร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) สามารถระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด-19 และสามารถลงมือแก้ไขได้โดยเร็วที่สุด แนวทางของคู่มือนี้จะใช้คำถามเพื่อชี้นำแนวทางว่าธุรกิจควรตัดสินใจแบบใด เพื่อหาจุดเริ่มต้นและรูปแบบการฟื้นฟู โดยคำถามในแต่ละส่วนจะมุ่งเน้นไปที่กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจสถานการณ์ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ และต้องไม่ลืมการกำหนดตัวบุคคลเพื่อให้รับผิดชอบและรายงานสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยในบางขอบเขตอาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเพื่อมาช่วยในการสื่อสารกับลูกค้าและซัพพลายเออร์อย่างเหมาะสม ขั้นตอนในการฟื้นฟูธุรกิจมี 7 ขั้นตอนดังนี้ 1. การดำเนินการทันที เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับระบบธุรกิจว่าได้รับผลกระทบอย่างไร เช่น แรงงานได้รับผลกระทบจากฌโควิด-19 อย่างไร สามารถกลับมาทำงานได้หรือไม่ การติดตามสถานการณ์ของคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ การจัดการในสถานการณ์วิกฤตของธุรกิจเพียงพอหรือไม่ 2. การเตรียมพร้อมเพื่อการฟื้นฟู ไม่เพียงแต่การติดตามสถานการณ์เท่านั้น ต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าของธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นใจ ตั้งแต่เขายังไม่ตั้งคำถาม 3. การวิเคราะห์สถานการณ์ของธุรกิจในช่วงวิกฤต โดยวิเคราะห์ 3 หัวข้อหลัก ดังนี้ 1) สถานการณ์การเงินของธุรกิจ คือ กระแสเงินสด ต้องพิจารณาถึงการจ่ายเงินของลูกค้า การจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์และต้นทุนคงที่ต่างๆ 2) สภาพของตลาดที่ธุรกิจอยู่ หมายถึง ศักยภาพของการซื้อของสินค้ายังเพียงพออยู่หรือไม่  เส้นทางของวัตถุดิบไปจนถึงการส่งมอบแก่ลูกค้ามีปัญหาติดขัดบริเวณใดบ้าง หรือการแสวงหาโอกาสเพื่อเติมเต็มความต้องการซื้อใหม่ที่เกิดขึ้นในตลาดหรือแม้แต่อาจสร้างความร่วมมือกับคู่แข่งเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่หรือเรียกว่า coopetition […]

องค์การ UNIDO ได้มีการออกกรอบการดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 ขององค์การ UNIDO ภายใต้แนวคิด “สร้างอนาคตที่ดีกว่า” ซึ่งจะเป็นกรอบแนวทางการดำเนินการขององค์การในช่วง 12 ถึง 18 เดือนต่อจากนี้ ผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้ 1. เตรียมตัวและปกป้อง > สนับสนุนการเตรียมการสำหรับวิกฤตสุขภาพและที่มีผลทางเศรษฐกิจ โดยการปกป้องห่วงโซ่อุปทาน ภาคการผลิตและภาคแรงงาน 2. ตอบสนองและปรับตัว > ช่วยเหลือภาคการผลิตในการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ โดยใช้วิธีการที่ครอบคลุมและยั่งยืน และสร้างความยืดหยุ่น 3. ฟื้นฟูและปฏิรูป > สนับสนุนการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจที่ครอบคลุม ยืดหยุ่นและยั่งยืนผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและครอบคลุม โดยทั้ง 3 เสาหลักมีจุดมุ่งเน้นไปที่ 1) ความร่วมมือเพื่อเร่งการตอบสนองระดับโลก 2) แพ็กเกจบริการแบบครบวงจรที่ปรับให้เหมาะกับสถานการณ์และความต้องการเฉพาะของแต่ละประเทศสมาชิก 3) การเสริมสร้างศักยภาพและการแลกเปลี่ยนความรู้ตามบทเรียนที่ได้รับ 4) แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ทั้งนี้เพื่อมุ่งหมายที่จะสนับสนุนประเทศผ่านวิธีการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอย่างครอบคลุมและมุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและครอบคลุม (ISID) ในระดับใหญ่ หากต้องการเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม : กรอบการดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 ขององค์การ UNIDO ภายใต้แนวคิด “สร้างอนาคตที่ดีกว่า” ฉบับเต็ม […]

คู่มือนี้ถูกพัฒนาโดยองค์การ UNIDO ตามคำขอของกระทรวงอุตสาหกรรม ประเทศเลบานอนเพื่อช่วยภาคอุตสาหกรรมในการตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของแรงงานในสถานประกอบการ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอิตาลีและญี่ปุ่น วัตถุประสงค์ของคู่มือ 1) เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันที่แนะนำ 2) ชี้ให้เห็นถึงมาตรการเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อให้สามารถจัดหาอุปกรณ์ในการรองรับอย่างเพียงพอ 3) เป็นแนวทางในการแก้ไขนโยบายด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของบริษัท 4) ป้องกันแรงงานจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 5) ลดการสูญเสียวันทำงานที่มาจากการเจ็บป่วย คู่มือนี้ประกอบด้วยมาตรการป้องกัน 12 ข้อ ซึ่งครอบคลุมในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การเก็บรักษา การผลิตและการกระจายสินค้า ดังนี้ 1) การตรวจคัดกรองแรงงานและผู้เยี่ยมเยียน > แบ่งออกเป็น 3 วิธี          คือ 1) การตรวจสอบอาการด้วยตนเอง 2) แบบเชิงรับ คือ ป้ายข้อมูลและวิธีปฏิบัติ 3) เชิงรุก คือ สอบถามหรือตั้งจุดตรวจบริเวณทางเข้า 2) การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดการรักษาระยะห่างทางกายภาพ > แบ่งออกเป็น 7 ข้อ          คือ 1) ทางเข้า/ทางออกที่ใช้ร่วมกัน 2) วิธีการลงชื่อเข้างาน/จุดลงชื่อเข้างาน […]