โครงการการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมสวมใส่ หรือ Matflexend ที่เป็นหนึ่งในโครงการวิจัยของสหภาพยุโรป ระหว่างเยอรมนี (ผู้ประสานงาน), สเปน, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, อังกฤษ, อิตาลี, และ สาธารณรัฐเช็ก ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 5 ล้านยูโร (ระหว่าง ตุุลาคม 2013 – กันยา 2016) โครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาเสื้อผ้าที่สามารถผลิตพลังงานได้ในขณะที่ผู้สวมใส่ทำการเดิน โดยนักวิจัยได้นำเอาวัสตุนาโนที่แตกต่างและมีความหลากหลายมารวมกับเป็น energy harvester Energy Harvester ดังกล่าวได้ถูกออกแบบให้สามารถผลิตพลังงานจากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่และสามารถเก็บพลังงานได้ แม้จะมีความถี่ในการเคลื่อนไหวที่ต่ำและพลังงานที่น้อยก็ตาม คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันต่าง ๆ ภายในสหภาพยุโรปได้ร่วมพัฒนาอุปกรณ์แบตเตอร์รี่ที่มีความเล็ก ยืดหยุ่น ทนทาน และสามารถสอดใส่ในเสื้อผ้าได้ นอกจากนี้วัสดุนาโนที่ว่ายังมีความหนาแน่นทางพลังงานที่สูงมาก จุดโฟกัสหลักของคณะทำงานคือการสามารถผลิตพิมพ์วัสดุดังกล่าว ที่ทำมาจาก Nanofibers และเซรามิคประเภท nanoparticles ได้ โดยมีการความคุมคุณภาพเพื่อให้ความสามารถในการผลิตและเก็บพลังงานของวัสดุนี้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ด้วย จุดมุ่งหมายสุดท้ายของโครงการคือการสร้างองค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถฝังตัวลงในเนื้อผ้าได้ง่าย ความท้าทายหลักคือการตรวจสอบความยืดหยุ่นทางกลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวและแบตเตอร์รี่มีความยืดหยุ่นมากพอในการรักษาลักษณะสิ่งทอได้ที่ถูกฟังตัวลงไปได้ นักวิจัยในโครงการดังกล่าวคาดว่า ภาคอุตสาหกรรมน่าจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาจากนวัตกรรมใหม่ของพวกเขา และนำวางตลาดได้ ภายในเวลาไม่ถึงห้าปีหลังจากนี้ http://ec.europa.eu/research/infocentre/article_en.cfm?id=/research/star/index_en.cfm?p=sf-20170522-matflexend&calledby=infocentre&item=Infocentre&artid=44257

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้ลงความเห็นเสนอให้สหภาพยุโรปยับยั้งมาตรการทำโทษทางเศรษฐกิจกับโปรตุเกสจากการขาดดุลงบประมาณที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นมาตรการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2011 ในปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 2016) โปรตุเกสมีอัตราการขาดดุลงบประมาณที่ร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ลดลงจากปีค.ศ. 2015 ถึงร้อยละ 4.4 และเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อโดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต ครั้งเมื่อปีค.ศ. 2011 ที่รัฐบาลโปรตุเกสได้ขอความช่วยเหลือต่อสหภาพยุโรปในช่วงวิกฤตหนี้ยูโรโซน ในปัจจุบันรัฐบาลโปรตุเกสดำเนินการโดยพรรคสังคมนิยมที่แม้จะมีเสียงข้างน้อย แต่ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีทั้งหมดมาจากพรรคของตนแทนที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลผสม โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์และฝ่ายซ้ายร่วมเป็นเสียงข้างมากแต่ไม่ขอตำแหน่งบริหาร ซึ่งนับว่าสวนทางกับความเชื่อดังเดิมที่กีดกันการจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคฝั่งซ้าย นับตั้งแต่การปฏิวัติ Carnation Revolution ในปีค.ศ. 1974 เป็นต้นมา พันธมิตรระหว่างพรรคสังคมนิยมและพรรคฝั่งซ้ายอีกสองพรรคได้สร้างความไว้วางใจจากประชาชนมาตั้งแต่การจัดตั้งในปีค.ศ. 2015 ผ่านการสร้างเสถียรภาพและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มของอัตราเงินเดือนและลดการขาดดุลงบประมาณ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหภาพยุโรปก็ตาม ซึ่งผลที่ออกมาสวนทางกับการคาดหมายส่วนใหญ่ แม้แต่ประธานาธิบดี Marcelo Rebelo de Sousa ที่มีความเชื่อแบบอนุรักษ์นิยมยังต้องยอมรับว่าคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันสามารถทำงานได้ดี นาย Antonio Costa นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเป็นหัวหน้าของพรรคสังคมนิยมของโปรตุเกส ได้รับแรงบันดาลใจจากเศรษฐศาสตร์ของเคนส์ (Keynesian) เขาเป็นผู้นำผิวสีเพียงคนเดียว ในสหภาพยุโรป ปู่ของเขาเป็นคาทอลิกจากรัฐ Goan ซึ่งเป็นรัฐของอินเดียที่เคยอยู่ภายใต้โปรตุเกสและเป็นรัฐที่ร่ำรวยที่สุดของอินเดียในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคอสตาได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะนายกเทศมนตรีเมืองลิสบอนตั้งแต่ปีค.ศ. […]

Digital City Vienna เป็นการร่วมตัวของบริษัทด้าน ICT ของกรุงเวียนนาและเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ Smart City Vienna กลุ่มดังกล่าวเป็นการร่วมตัวที่ไม่หวังผลกำไรตอบแทนและไม่ขึ้นกับหน่วยงานใด ที่มีเป้าประสงค์หลักในการสร้างร่วมมือด้าน ICT ที่เกี่ยวข้องกับกรอบนโยบาย “Smart City Wien” ของกรุงเวียนนา และการผลิตสร้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อรองรับความต้องการด้าน Digital ผ่านการผลักดันและให้การสนับสนุนต่อประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะสตรี ให้มีความสนใจต่ออาชีพในด้านด้าน IT และมุ่งสร้างความเข้มแข็งในการตอบสนองต่อแนวโน้มของเทคโนโลยีให้กับกรุงเวียนนา ลักษณะที่สำคัญของกลุ่มนี้คือการมีส่วนร่วมที่สูง มีการสร้างแพลตฟอร์มหรือพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดและการทำงานร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานในแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากภาควิจัยและประชาชนทั่วไป การทำงานร่วมกันและการมีส่วนร่วมที่สูงนี้จะนำไปสู่การพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ภายใต้ Smart City Vienna ในอนาคต ต้นกำเนิดของ Digital City Vienna มากจากผลการวิเคราะห์ตำแหน่งและบทบาทของตลาด ICT ในกรุงเวียนนา โดยกลุ่มธุรกิจไอที ตัวแทนจากธุรกิจไอทีมากกว่า 20 กิจการลงความเห็นร่วมกันว่าความตระหนักของประชาชนถึงต่อธุรกิจไอทีนั้นมีอยู่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับขนาดและความสำคัญของภาคดังกล่าวซึ่งมีมากกว่า 5,700 กิจการ มีการจ้างงานมากกว่า 54,000 ตำแหน่งและสร้างรายได้ต่อปีถึง 5.6 พันล้านยูโร อุตสาหกรรมไอทีมีการสร้างนวัตกรรมใหม่ […]

  จากที่สำนักงานที่ปรึกษาอุตสาหกรรมแห่งกรุงเวียนนาได้นำเสนอบทความเอกสารการดูงาน Smart City Vienna ไปก่อนหน้านี้ บทความนี้ขอนำเสนอรายละเอียดของกรณีศึกษาดังกล่าวเพิ่มเติม ในเฉพาะด้าน โครงการ Citizen’s Solar Power Plants ที่มาของรายละเอียดได้รับการจุดประกาย จากเอกสารขององค์กร IGLUS และ EPFL รวมทั้งแหล่งข่าวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กรุงเวียนนาได้ตั้งปณิธานในการจัดตั้ง Smart city เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นเมื่องที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้อยู่อาศัยในเมือง ในขณะที่ลดการบริโภคทรัพยากรให้ต่ำที่สุด ผ่านการใช้นวัตกรรม วิสัยทัศน์ดังกล่าวครอบคลุมระบบเมืองในทุก ๆ ด้าน และสอดคล้องกับแนวความคิดการใช้พลังงาน Smart Energy ซึ่งพลังงานเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีการใช้ในเมืองมากที่สุด โครงการดังกล่าวได้จัดตั้งเป้าหมายในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างชัดเจน อาทิ เช่น การลดปริมาณก๊าซ CO2 ลงเป็นสัดส่วนสองในสามจากระดับปัจจุบัน ภายในปีค.ศ. 2050 โดยทำการแจกแจงลงในระดับต่อประชากรที่ 1 ตันต่อประชากรของเมือง (ลดลงจากระดับปีค.ศ. 1990 ร้อยละ 80) รวมทั้งลดระดับการใช้พลังงานเป็นสัดส่วนหนึ่งในสามภายในปีค.ศ. 2050 ไปอยู่ที่ 2,000 W ต่อประชากร […]

องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมของสหประชาชาติ (UNIDO) มีการดำเนินการโครงการที่เกี่ยวข้องกับพิธีสารมอนทรีออลมาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับสารพิธีดังกล่าวมากกว่า 450 โครงการใน 61 ประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือประเทศจีน หลังจากที่ประชาคมของโลกประสบความสำเร็จในการเลิกใช้ สาร chlorofluorocarbons หรือ CFCs ที่เป็นอันตรายในช่วงปีทศวรรษที่ 1990 ปัจจุบันได้เปลี่ยนความมุ่งหมายไปที่การลดการใช้สาร ไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ HCFC แทน ภายใต้สนธิสัญญามอนทรีออล จีนจะต้องลดไฮโดรเจนฟลูออโรคาร์บอน (HCFC) ออกไปภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) จากการศึกษาพบว่าสาร Propane (R-290) เหมือนจะเป็นสารที่เหมาะสมจะนำมาใช้เแทน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ สาร Propane เป็น สารที่มาจากธรรมชาติ มีความเป็นมิตรต่อชั้นโอโซน มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และส่งผลต่อสภาวะโลกร้อนต่ำ อย่างไรก็ตาม การนำสารดังกล่าวมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้รับการต่อต้าน หนึ่งในเหตุผลหลักคือสภาพการไวไฟของสาร Propane ที่สูง ภาคอุตสาหกรรมของจีนจึงหาทางออกร่วมกับ UNIDO หันไปใช้ Isobutane (R-600a) และสาร Cyclopentane ในอุตสาหกรรมทำความเย็น (refrigeration sector) […]

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ที่ผ่านมานาย Li Yong ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีฮุนเซนเพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์การและประเทศกัมพูชาเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน ผอ. Li Yong ได้เดินทางไปกัมพูชาอย่างเป็นทางการเป็นเวลาสามวัน กล่าวถึงการสนับสนุนจากรัฐบาลกัมพูชาต่อกิจกรรมขององค์การที่มีมาอย่างต่อเนื่องและ ได้กล่าวว่า UNIDO มุ่งหวังที่จะพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์การกับกัมพูชา ผ่านโครงการ Programme for Country Partnership (PCP) ที่จะช่วยพัฒนาองค์กรภาคเอกชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม และแนะนำมาตรการเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังจะเน้นในการพัฒนาทักษาอุตสาหกรรมการอำนวยความสะดวกทางการค้า บริการด้านโลจิสติกส์ และการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้า ความร่วมมือระหว่างองค์การ UNIDO และกัมพูชามีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2536 โดยเน้นด้าน อุตสาหกรรมการเกษตร การพัฒนาทักษะด้านการค้า พลังงานทดแทน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่รวมไปถึงการลดการปล่อยสาร Persistent Organic Pollutants  (มลพิษอินทรีย์ถาวร) โดยโครงการทั้งหมดมีมูลค่ารวมกว่า 42 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างการหารือทั้งสองฝ่ายเห็นว่ามีความจำเป็นที่ UNIDO จะต้องเพิ่มการสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาในการดำเนินการต่างลำดับความสำคัญของนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม (Industrial Development Policy – IDP) […]

  พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน หรือ Montreal Protocol ที่ผ่านการรับรองในปี 2538 (1995) เป็นสนธิสัญญาสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุม, ยับยั้ง, และรณรงค์ให้ลดการผลิตและการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน หนึ่งในกลไกหลักของสนธิสัญญาดังกล่าวคือการผลักดันให้มีการใช้สารทำความเย็นประเภท Hydrofluorocarbons (HFCs) แทนการใช้ Chlorofluorocarbons (CFCs) และลดการใช้ Hydro-chlorofluorocarbons (HCFCs) เช่น R-22 ลง โดยมีเป้าหมายลดการใช้ HCFCs อย่างสิ้นเชิงทั่วโลกภายในปีค.ศ. 2020 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่เช่น สหภาพยุโรป ที่มีมาตรฐานในระดับภูมิภาคและประเทศที่สูงกว่า เริ่มประสบความสำเร็จในการผลักดันดังกล่าวแล้ว หนึ่งในความท้าทายหลักในการผลักดันสารพิธีดังกล่าว ได้แก่การเสาะหาสารที่มาใช้ทดแทน สาร HCFCs เพราะ HCFCs โดยเฉพาะ สารทำความเย็น R-22 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมที่หลากหลาย ทำให้การหาสารเคมีที่จะมาทดแทนการใช้งานอย่างเป็นตัวตายตัวแทนมีความยาก สารเคมีที่ได้รับการพิจารณาว่าสามารถนำมาแทนที่โดยหลักได้แก่ R-407C (Zeotropic) R-410A (near azeotropic mixture) และ R-290 (Hydrocarbon propane) โดยมีการใช้ R-410A […]

ในปัจจุบันมีสัดส่วนประชาชนที่สูงขึ้นที่ไม่ได้สนใจเพียงผลกำไรที่ได้จากการลงทุนเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการลงทุนของตนด้วย การเพิ่มขึ้นของประชากรที่ให้ความสนใจในด้านดังกล่าวส่งผลให้มีการเติบโตในการลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (socially responsible investment products) และการลงทุนที่มีชื่อเฉพาะว่า “Impact Investing” ในตลาด Wall Street นอกจากนี้การเติบโตของพันธบัตรสีเขียว หรือ Green Bonds ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มดังกล่าวอีกด้วย “ความสนใจของนักลงทุนต่อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental solutions) นั้นเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา การลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคมทั่วโลกคิดเป็นมูลค่ากว่า 21.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐและมากกว่าร้อยละ 93 ของเศรษฐีเงินล้านในสหรัฐให้ความสนใจในการลงทุนด้าน Impact Investing” ธนาคาร Bank of America Merrill Lynch ระบุในรายงานล่าสุด เมื่อต้นปีนี้ (ค.ศ. 2017) มูลค่ารวมของพันธบัตรสีเขียวขึ้นไปถึง 200 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นมูลค่าสูงสุดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพันธบัตรดังกล่าว และคาดว่าในปีนี้พันธบัตรดังกล่าวจะเพิ่มมูลค่าขึ้นอีก 150 พันล้านเหรียญฯ ตามรายงานของกลุ่ม equity strategists ของธนาคาร Bank of America Merrill Lynch […]

องค์กร UNIDO ได้เผยแพร่รายงานประจำปีพ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นปีที่สำคัญสำหรับองค์กรที่ฉลองครบรอบ 50 ปี ผอ.ใหญ่ขององค์กรกล่าวในรายงานว่าปีพ.ศ. 2559 เป็นปีที่สะท้อนถึงประวัติความเป็นมาและกิจกรรมการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผ่านมา และมองไปสู่โครงการต่าง ๆ ในอนาคตและการยกระดับบทบาทขององค์กรในเป้าหมาย 2030 Agenda for Sustainable Development องค์กรได้ทำการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีโดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติ และนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทขององค์กรต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการสนับสนุนจากผู้นำระดับสูงของหลายประเทศ ซึ่งยืนยังถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ และองค์กรที่เน้นเฟ้น ปีพ.ศ. 2559 ยังเป็นปีแรกของการดำเนินการวาระการพัฒนา 2030 Agenda for Sustainable Development และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายที่ 9 หรือ Building Resilient Infrastructure, Promoting inclusive […]

องค์กร UN Industrial Development Organisation หรือ UNIDO นำเสนอรายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกสำหรับไตรมาสที่สี่ของปีพ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา โดยคำนวณการคาดการเติบโตของเศรษฐกิจโดยใช้ดัชนีอุตสาหกรรมการผลิต (indices of industrial production) ผู้ที่สนใจสามารถหารายงานของไตรมาสก่อนหน้านี้ อ่านได้บนเว็บไซส์ขององค์กร ซึ่งแสดงวิธีการคำนวณและประเมินอัตราการเติบโตประจำปี และรวบรวมดัชนีรายไตรมาสต่าง ๆ รายละเอียดหลักของรายงานดังกล่าวมีดังนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 ในไตรมาสที่สี่ของปีพ.ศ. 2559 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในด้านบวก ตั้งแต่ต้นปีพ.ศ. 2559 สามารถแบ่งออกเป็นการเติบโตของผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ในประเทศอุตสาหกรรมร้อยละ 1.4 และ ในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมร้อยละ 4.4 การเติบโตในประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมแล้ว มีลักษณะที่แตกต่างจาก แนวโน้มการเติบโตในเอเชียตะวันออก โดยที่ประเทศในเขตยุโรปมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีในขณะที่มีการชะลอตัวโดยรวมของประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ เศรษฐกิจเอเชียมีอัตราการเติบโตที่สูงถึง 5.5% จาการประมาณการของ UNIDO การผลิตของประเทศกำลังพัฒนา มีการลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ที่แล้ว ประเทศในเขตลาตินอเมริกาลดลง 1.0% และแอฟริกา5% ในแง่ของผลการดำเนินงานโดยรวมของ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการผลิตระดับสูงและปานกลางมีการเติบโตสูงสุด – การผลิตคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ออพติคอลเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 […]