โควิด-19 เป็นวิกฤตด้านสุขภาพที่แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทุกประเทศต่างต้องรับมือกับวิกฤตนี้แบบเรียนรู้ไปพร้อมกับการปฏิบัติเพื่อหาจุดเหมาะสมที่สุดสำหรับบริบทของประเทศตนเองในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส การป้องกันสุขภาพของประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ของประชาชนและผลกระทบทางเศรษฐกิจในอนาคต ทำไมการลดความเสียหายที่จะเกิดต่ออุตสาหกรรมและบริษัทถึงมีความสำคัญ วัตถุประสงค์แรกของการตอบสนองทางนโยบายคือการช่วยเหลือบริษัทที่ยังคงอยู่และระบบนิเวศของอุตสาหกรรมให้ยังคงอยู่ได้ เนื่องจากเป็นองค์ประกอบดังกล่าวเป็นส่วนหลักของเศรษฐกิจในการสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจและการจ้างงาน รวมถึงรายได้แก่ครัวเรือน ถ้าหากไม่ช่วยเหลือบริษัทที่มีศักยภาพในตอนนี้จะไม่ให้พวกเขาไม่สามารถกลับมาฟื้นฟูได้และสุดท้ายหลังวิกฤตจำนวนจ้างงานและรายได้ที่เกิดจากบริษัทนั้นก็จะหายไปตลอดกาล นอกจากนั้นแล้วจะเกิดผลกระทบต่อเนื่องไปถึงบริษัทคู่ค้าไม่ว่าจะเป็นบริษัทจัดหาวัตถุดิบหรือบริษัทสั่งซื้อสินค้าก็จะได้รับผลกระทบลูกโซ่เช่นกัน (ตามแผนภาพ 1) ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของการล้มละลายของบริษัทขนาดเล็กหลายๆแห่ง และสุดท้ายจะนำไปสู่ปัญหาด้านสภาพคล่องของตลาดการเงิน ซึ่งการสั่นคลอนของตลาดการเงินจะนำมาซึ่งทำให้ความกดดันต่อบริษัทต่างๆ แล้วอาจนำไปสู่สถานการณ์แย่ลงขึ้นอย่างทวีคูณและอย่างรวดเร็วจนเกิดการล้มละลายและการว่างงานเป็นจำนวนมากตามมา แผนภาพ 1 แสดงถึงความเชื่อมโยงของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานและผลกระทบที่เกิดขึ้นหากบริษัทนั้นเกิดปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุข้างต้น ภาครัฐต้องทำหน้าที่เสมือนผู้ค้ำประกันและต้องดำเนินการจัดการปัญหาให้ผลลัพธ์อย่างชัดเจนเพื่อรักษาบริษัทและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนของตน รวมถึงการป้องกันความเสียหายระยะยาวที่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ จากแผนภาพ 2 เป็นการแสดงสถิติของกรณีศึกษาของการบริหารจัดการเพื่อลดความเสียหายต่อบริษัทให้น้อยที่สุดหรือป้องกันไม่ให้บริษัทออกไปจากภาคอุตสาหกรรมในช่วงวิกฤตปี 2008 ของประเทศเยอรมนีที่มีมาตราการเพื่อช่วยเหลือบริษัทอย่างจริงจัง ทำให้สามารถฟื้นฟูจากวิกฤตได้รวดเร็ว โดยระดับการจ้างงาน (สามารถกลับมาอยู่ในระดับปกติภายในปี 2011) รวมทั้งระดับค่าจ้างและเงินเดือน (กลับมาเป็นปกติภายในปี 2010) ต่างกับอีกสองประเทศคือฝรั่งเศสกับอิตาลีที่อาจไม่ได้มีมาตราการช่วยเหลืออย่างจริงจังในการช่วยเหลือบริษัท ทำให้บริษัทหายไปจากอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากและก่อให้เกิดผลกระทบทางลบระยะยาวอย่างการว่างงานจำนวนมากและความยากในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมดังกล่าวให้กลับมาเหมือนเดิม  แผนภาพ 2 แสดงจำนวนสถานประกอบการและดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศฝรั่งเศส อิตาลีและเยอรมนี นโยบายที่ใช้เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์นี้ในด้านของการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมและบริษัท แนวทางนโยบายสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจสามารถกลับมาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว คือ การรักษาการจ้างงานไว้และยังคงความสัมพันธ์อุตสาหกรรมในขอบเขตที่เป็นไปได้ ซึ่งการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้คนและครัวเรือนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเป็นการช่วยผยุงทั้งสองเสาหลักของระบบเศรษฐกิจคือทั้งอุปสงค์หรืออำนาจในการซื้อและอุปทานหรือกำลังการผลิต โดยการสนับสนุนเงินโดยการให้เงินสดแก่บริษัท โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากเพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเลิกจ้างแรงงานและสามารถจ่ายเงินเดือนต่อไป เนื่องจากหากพิจารณาถึงต้นทุนในการปล่อยให้บริษัทเหล่านั้นล้มลงแล้ว มีทั้งต้นทุนดชดเชยการว่างงาน ผลกระทบลูกโซ่ต่อบริษัทอื่นในห่วงโซ่อุปทาน ต่อเนื่องไปจนถึงสภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจที่จะหายไป ซึ่งแม้ว่าอาจจะประเมินเป็นมูลค่าต้นทุนที่ชัดเจนไม่ได้ แต่จะเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจกลับมาอีกครั้งจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าเดิมแน่นอน […]

งานสัมมนาออนไลน์เรื่อง “โอกาสในการลงทุนและมาตราการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยหลังโควิด – 19 ” จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Thailand Board of Investment (BOI)) ได้แบ่งออกเป็น 3 เรื่อง ดังนี้ 1) เรื่อง “อุตสาหกรรมการแพทย์” จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 11:00 – 12:00 (ตามเวลายุโรปกลาง) หรือ 16:00 – 17:00 (ตามเวลาประเทศไทย) 2) เรื่อง “เศรษฐกิจชีวภาพ หมุนเวียนและสีเขียว (BCG)” จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2563 เวลา 11:00 – 12:00 (ตามเวลายุโรปกลาง) หรือ 16:00 – 17:00 (ตามเวลาประเทศไทย) หากสนใจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ >>>https://attendee.gotowebinar.com/register/8258967705531077643?source=France 3) […]

รัฐบาลออสเตรียสนับสนุนเงินจำนวน 8 ล้านยูโรเพื่อเพิ่มระดับการเข้าสู่ระบบดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยให้สำนักงานส่งเสริมงานวิจัยออสเตรีย (Forschungsförderungsgesellschaft, FFG) ดำเนินการเกี่ยวกับการสมัคร สำหรับวันเปิดรับเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 โดยเงินสนับสนุนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้ 1. โปรแกรมความสามารถด้านการวิจัยเพื่อเศรษฐกิจ (Research competencies for the economy) เป็นโปรแกรมที่ให้บริษัทส่งข้อเสนอเพื่อรับการสนับสนุน โดยมุ่ง 3 ขอบเขต ดังนี้ 1) การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  (e-commerce) 2) ความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ (cyber security) และ 3) โรงงานอัจฉริยะ (smart factory) โดยในส่วนนี้กระทรวงดิจิทัลและเศรษฐกิจ (BMDW) เป็นผู้สนับสนุนเงินกว่า 5 ล้านยูโร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกจำนวน 4.1 ล้านยูโร สำหรับโปรแกรม Qualification networks (อยู่ใน tender […]

ธนาคารโลกได้รายงานผลการวิจัยของแนวคิดริเริ่มเกี่ยวกับการใช้นวัตกรรมและการนำน้ำเสียกลับมาใช้อีกครั้ง ในรายงานได้มีการเรียกร้องให้มีการดำเนินการสำหรับการเรียกคืนและใช้ประโยชน์จากน้ำเสียให้มากขึ้น โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมจากการจัดการน้ำเสียอย่างชาญฉลาด รายงานดังกล่าวมีชื่อเรื่องว่า “จากของเสียสู่ทรัพยากร: การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการจัดการน้ำเสียอย่างชาญฉลาด ในภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน” โดยสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่เผชิญในภูมิภาค LAC “ซึ่งไม่ซ้ำกัน” และแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดจากภูมิภาคนี้จะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยธนาคารโลกตั้งเป้าหมายว่าจะขยายแนวคิดริเริ่มนี้ไปสู่ความคิดริเริ่มในระดับโลกที่สามารถให้วิธีในการดำเนินการตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในโครงการน้ำเสียทั่วโลก ธนาคารโลกเน้นว่าการบริหารจัดการด้านน้ำ สุขาภิบาลและสุขอนามัย (WASH) อย่างปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกันโรคและปกป้องสุขภาพของมนุษย์ บทเรียนจากการดำเนินการในภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน (LAC) แบ่งออกเป็น 4 การดำเนินการหลักเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในภาคการจัดการน้ำเสีย 1) แนะนำให้วางแผนการบำบัดน้ำเสียภายในลุ่มน้ำ (river basin) เพื่อประโยชน์สูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพและการจัดสรรทรัพยากร และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2) เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนจากโรงบำบัดน้ำเสีย (wastewater treatment plants) ไปเป็นศูนย์กู้คืนทรัพยากรน้ำ (water resource recovery facilities) โดยระบุว่าประเทศต่างๆจำเป็นต้อง “ตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของน้ำเสียและทรัพยากรที่สามารถสกัดได้จากน้ำเสีย” ซึ่งหมายถึงน้ำสะอาด พลังงาน และแร่ธาตุ 3) เสนอให้ใช้นวัตกรรมทางการเงินและรูปแบบธุรกิจเชิงนวัตกรรม รวมถึงการอุดหนุนที่มีประสิทธิภาพ 4) แนะนำให้ดำเนินการกรอบนโยบาย สถาบัน และกฎระเบียบที่จำเป็นในการเอื้อต่อการเปลี่ยนไปสู่การใช้ซ้ำและการกู้คืนทรัพยากรและเศรษฐกิจหมุนเวียน ในรายงานจะมีกรณีศึกษาหลากหลายในการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด โดยเน้นโปรแกรมและโครงการที่ส่งเสริมการดำเนินการตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยจะมีตัวอย่างกรณีศึกษา ดังนี้ การศึกษาศักยภาพในการผลิตพลังงานจากบ่อแบบไม่ใช้ออกซิเจน […]

องค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้เผยแพร่แผ่นพับนำเสนอประโยชน์ของการจัดการสารเคมีอย่างถูกต้องต่อภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาสังคม และได้แสดงถึงความเชื่อมโยงไปกับเป้าหมาย SDG และข้อตกลงพหุภาคีด้านด้านสิ่งแวดล้อม (MEAs) เกี่ยวกับสารเคมี แผ่นพับดังกล่าวมีชื่อเรื่องว่า “ประโยชน์จากการใช้ระบบการจัดการสารเคมีอย่างถูกต้อง” โดยแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับด้านต่างๆ ดังนี้ การจัดการสารเคมีอุตสาหกรรม สารกำจัดศัตรูพืช การป้องกัน เตรียมพร้อมและตอบสนองต่ออุบัติเหตุจากสารเคมี และการจัดตั้งทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTRs) เป้าหมาย SDGs เฉพาะเจาะจงที่สามารถบรรลุได้ หากมีการบริหารจัดการสารเคมีอย่างถูกต้อง ดังนี้           – เป้าหมาย 3.9 ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายในอากาศ น้ำและมลพิษทางดิน  และการปนเปื้อน           – เป้าหมาย 6.3 การปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยลดมลพิษ กำจัดการปล่อยทิ้งและลดการปล่อยสารเคมี และวัสดุที่เป็นอันตรายให้น้อยที่สุด           – เป้าหมาย 9.4 การสร้างโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน           – เป้าหมาย 11.6 ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของเมือง           – เป้าหมาย 12.4 บรรลุเป้าหมายการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างถูกต้องที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประโยชน์ที่จะได้รับจากการจัดการสารเคมีอย่างถูกต้องต่อภาคส่วน 3 […]

การวางแผนยุทธศาสตร์ยุทธศาสตร์ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสหภาพยุโรป มาจากการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในที่นี่เราได้นำตัวอย่างของหนึ่งในองค์กรที่เป็นตัวแทนหลักของ SMEs ในสหภาพยุโรป นั่นคือ SMEunited เป็นองค์กรที่ดำเนินงานสนับสนุนผลประโยชน์ของบริษัท SMEs กว่า 12 ล้านแห่งโดยมีแรงงานกว่า 50 ล้านคนทั่วยุโรป ซึ่งได้ทำการรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากสมาชิกเพื่อทำข้อเสนอแก่คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปในการวางแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป (recovery plan) โดยข้อเสนอที่จัดทำขึ้นมานี้ได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงของนโยบายเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรน่า ดังนี้ 1. ช่วงวิกฤต – มาตรการเร่งด่วน (emergency measures) – เน้นสภาพคล่อง ต้องการให้ความสำคัญไปที่ “สภาพคล่องของธุรกิจ” และ “การตอบสนองอย่างรวดเร็ว” แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ 1) ช่วงวิกฤต เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อใช้ในการเสริมสภาพคล่องของธุรกิจ (ป้องกันการล้มละลายและการรักษาลูกจ้าง) การเลื่อนชำระภาษีหรือค่าอื่นๆ ของหน่วยงานภาครัฐ 2) ช่วงฟื้นฟู เช่น เตรียมพร้อมสำหรับการกู้ยืมเพื่อฟื้นฟู 2. ช่วงคลี่คลาย – มาตรการออกจากวิกฤต (exit measure) – […]

เนื่องจากจากสถานการณ์แพร่บาดของโควิค-19 ทำให้สหภาพยุโรปต้องเผชิญกับผลกระทบในทุกมิติของสังคม ซึ่งการบริหารเพื่อตอบสนองนั้นต้องมีความสอดคล้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อที่จะสามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีสู่ประเทศสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากวันที่ 26 มีนาคมที่มีการรับรองการทำความตกลงร่วม (Joint Statement) เพื่อหายุทธศาสตร์ในการประสานงานเพื่อหนทางออกเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูอย่างครอบคลุมและแนวทางกระจายแหล่งเงินทุน โดยในปัจจุบันความตกลงร่วมดังกล่าวได้มีนำเสนอกรอบแผนดำเนินการออกมา 2 กรอบด้วยกันคือ 1) กรอบแผนการดำเนินการผ่อนคลายมาตรการกักกันโควิค-19 (นำเสนอในวันที่ 15 เมษายน) และ 2) กรอบแผนการดำเนินงานสำหรับการฟื้นฟูของสหภาพยุโรปและแนวทางในการกระจายการลงทุนเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการและการปรับรูปแบบเศรษฐกิจ เพื่อสร้างเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปมีความยืดหยุ่น ยั่งยืนและเท่าเทียม (นำเสนอในวันที่ 21 เมษายน) โดยในบทความนี้จะเป็นการสรุปกรอบแผนการดำเนินงานสำหรับการฟื้นฟูของสหภาพยุโรปและแนวทางในการกระจายการลงทุน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4  การดำเนินการหลัก ได้แก่ 1) การทำให้ตลาดเดียว (single market) ทำงานได้อย่างสมบูรณ์และทันสมัย โดยหัวใจหลักของการพัฒนา คือมุ่งเน้น “สีเขียว” และ “ดิจิทัล” และเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ยังต้องสร้างให้ตลาดมีความยืดหยุ่นสำหรับเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยในวิกฤตนี้ทำให้สหภาพยุโรปตระหนักว่ามีการพึงพาวัตถุดิบและสินค้าจากประเทศที่สามมากเกินไป ต้องมีการปรับให้ห่วงโซ่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าที่มีความสำคัญ อย่างอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขด้วย โดยในด้านนี้ภาคส่วนทางการเงินจะเล่นบทบาทสำคัญในการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และพันธมิตรด้านนวัตกรรมและการปลดล็อคด้านการเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จะได้รับการสนับสนุน 2) การลงทุนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต้องการให้เกิดการเคลื่อนย้ายและลงทุนทั่วยุโรป ตั้งแต่ระบบของระดับสหภาพ ระดับประเทศ […]

สถานการณ์แพร่ระบาดโคโรน่าไวรัสที่กำลังเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกำลังคุกคามอย่างรวดเร็วและนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจโลก  และเพื่อลดการแพร่ระบาดในหลายประเทศก็ได้ออกมาตรการปิดเมืองหรือลดการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ 3 เสาหลักของเศรษฐกิจโลกอย่างมาก คือ ความต้องการซื้อ ความต้องการขาย และด้านการเงิน โดยการจัดการอย่างทันถ่วงทีและการประสานงานกันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาด ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นให้น้อยที่สุดและสร้างเงื่อนไขใหม่ให้กับกิจกรรมเศรษฐกิจของโลก ดังนั้นการประเมินอย่างครอบคลุมของมาตรการเพื่อลดอัตรการติดเชื้อถือว่าจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงของการทวีความรุนแรงทางเศรษฐกิจที่ตามมา โดยเราจะหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจมาขยายในมุมมองของการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านความต้องการซื้อและความต้องการขายในตลาดที่เปลี่ยนไป ในด้านความต้องการซื้อ ในหลายผลการวิจัยได้ปรากฏหลักฐานออกมาว่าในประเทศจีนและประเทศพัฒนาแล้ว ขณะนี้เกิดการหดตัวของความต้องการซื้อ โดยพิจารณาจากปริมาณพลังงานที่ใช้ การใช้ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเชิงพาณิชย์และตัวชี้วัดอื่นๆที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างชัดเจน ประกอบกับมาตรการ social distance ที่ทำให้กิจกรรมเชิงพาณิชย์ลดลงไปด้วย นอกจากการพิจารณาตัวชี้วัดเชิงมหภาคแล้ว ปัจจัยโดยตรงของตัวบุคคลอย่างรายได้ที่ต่ำลงและความหวาดกลัวการติดเชื้อ สองปัจจัยนี้ทำให้การใช้จ่ายส่วนบุคคลลดน้อยลง และถึงแม้ว่ามีการเพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐแต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับส่วนที่หายไป ในด้านความจัดการวัตถุดิบ เนื่องจากการต้องปิดโรงงานลงหรือไม่สามารถผลิตได้เต็มกำลังศักยภาพ รวมถึงการที่ลูกจ้างถูกป้องกันไม่ให้มาทำงานจากมาตรการของรัฐต่างๆ ดังนั้นจึงเกิดผลผลิตที่น้อยลง นอกจากนี้บางสายการผลิตอาจถูกระงับลงเนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบขึ้นกลางในการผลิตสินค้า รวมทั้งการหยุกชะงักด้านการค้าและการที่เครือข่ายกรผลิตทั่วโลกหรือห่วงโซ่คุณค่าของโลกเปิดไม่ครบ ความแตกต่างกันของผลกระทบที่เกิดขึ้นแต่ละประเทศ ปัจจัยที่ทำให้เกิดผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสามารถในการรับมือกับวิกฤตและการรับมือกับผลกระทบของของประเทศนั้นๆ นอกจากนี้บางประเทศต้องรอรับความช่วยเหลือจากประเทศผู้บริจาค อย่างที่เห็นชัดจากมาตรการปิดเมืองที่กำลังเป็นปัญหาในหลายประเทศ หากประเทศมีระบบสวัสดิการสังคมดีมีเงินชดเชยให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายต่อวันในช่วงปิดเมืองก็อาจทำให้สามารถบริหารจัดการได้ดีกว่าประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ทำงานประทังชีวิตวันต่อวัน และระบบสวัสดิการสังคมไม่สามารถให้เงินในการซื้ออาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่พอใจและออกมาไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำให้ควบคุมได้ยากกว่าเดิม การปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ของภาคการผลิต บริษัทในภาคอุตสาหกรรมมีการตอบสนองต่อสถานการณ์แพร่ระบาดในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การแก้ปัญหาความท้าทายทางด้านสภาพคล่องโดยการลดค่าใช้จ่าย หาวิธีในการพักชำระหนี้ รับความช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐ รวมถึงการบริหารจัดการลูกจ้างที่มีอยู่โดยหากภาครัฐมีมาตรการรองรับ อย่าง short-time working อย่างหลายในประเทศในสหภาพยุโรปก็จะเป็นส่วนช่วยสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท ทำให้เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นบริษัทจะมีความพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจได้อย่างทันทีหรือในบางครั้งบริษัทอาจขอให้ลูกจ้างหยุดเพื่อลดภาระด้านการเงินของบริษัท ในขณะที่บริษัทหลายแห่งอาจกำลังปรับสายการผลิตไปเป็นสินค้าที่มีความต้องการเร่งด่วน […]

1. สนับสนุนประเทศสมาชิกในการให้คำแนะนำทางด้านเทคนิคในการแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โควิค-19 ที่มีต่อด้านความปลอดภัยของอาหารและการดำเนินธุรกิจอาหาร เมื่อวันที่ 9 เมษายน ผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายอาหรับด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านอาหาร (AFRANet) ได้ทำรายงานการทางเทคนิคเกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดเกี่ยวกับโควิค-19 และไวรัสที่เกี่ยวข้อง SARS-CoV-2 ที่ส่งผลกระทบต่อด้านความปลอดภัยของอาหารและการดำเนินธุรกิจอาหารในกลุ่มประเทศอาหรับ โดยรวมถึงชุดมาตรการเพื่อส่งเสริมวิธีการจัดการความเสี่ยงและสุขอนามัยทางด้านอาหาร โดยมุ่งเน้นลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของไวรัสในกลุ่มของผู้ประกอบการอาหารและรักษาให้ภาคการผลิตอาหารเป็นภาคส่วนที่สำคัญในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมในรายงานดังกล่าวเป็นผู้ที่ผ่านโครงการอบรมที่องค์การ UNIDO มีส่วนสนับสนุนในการให้ความรู้ทางด้านเทคนิคเพื่อการดำเนินงานของธุรกิจผลิตอาหารในประเทศและทั่วโลกในบริบทของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิค-19 นอกจากนี้ฝ่ายโภชนาการและระบบอาหารในแผนกธุรกิจการเกษตรของ UNIDO มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการริเริ่มพัฒนาศักยภาพต่างๆ อีกด้วย 2. สร้างทักษะให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคการเกษตรและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านระบบการเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต (e-learning) ในประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 20 เมษายน องค์การ UNIDO ยังคงทำพันธกิจในการช่วยประเทศสมาชิกให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างบูรณาการและยั่งยืน และเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิค-19 จึงทำให้การจัดการฝึกอบรมต้องทำผ่านอุปกรณ์การเรียนการสอนออนไลน์และการสัมมนาผ่านเว็บการฝึกอบรมออนไลน์ รายละเอียดโครงการ – โครงการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในประเทศมองโกเลีย ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรปและดำเนินร่วมกับกระทรวงอาหาร เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเบาของประเทศมองโกเลีย องค์การ UNIDO ได้ดำเนินการจัดสัมมนาผ่านเว็บ โดยมีผู้เข้าร่วมหลายกว่า 350 คนจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ 21 จังหวัด โดยสัมมนาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-30 เมษายน 2563 โดยมีผู้เข้าร่วม คือ […]

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า-19 ก่อให้เกิดวิกฤตอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนทั้งในประวัติศาสตร์ขององค์การ UNIDO เองและตลอดเวลา 75 ปีขององค์การสหประชาชาติ และในขณะนี้แต่ละฝ่ายต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน รวมทั้งทุกประเทศต่างเผชิญกับผลกระทบทางด้านระบบสาธารณสุข รวมถึงทั้งภาพรวมในด้านเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย วิกฤตครั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการความมีส่วนร่วมของผู้ชายและผู้หญิงในภาคการผลิตและภาคการส่งออกจะแตกต่างกันออกไปทั้งในระหว่างช่วงวิกฤตและช่วงการฟื้นฟู ดังนั้นต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและยังคงการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและเยาวชนในตลาดแรงงาน องค์การ UNIDO ได้วางโครงสร้างแผนการดำเนินการต่อสถานการณ์แพร่ระบาดนี้ ออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่1) ในระยะสั้น คือ การช่วยเหลือประเทศสมาชิกทันทีในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข 2) ในระยะกลาง คือ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของกิจกรรมในภาคการผลิตและการทำให้ระบบการผลิตและห่วงโซ่อุปทานกลับมาดำเนินการอีกครั้ง 3) ในระยะหลังวิกฤตและระยะยาว คือ การสนับสนุนด้านการพัฒนาแก่ประเทศสมาชิกในระยะการฟื้นฟู จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า-19 ก่อให้เกิดวิกฤตอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนทั้งในประวัติศาสตร์ขององค์การ UNIDO เองและตลอดเวลา 75 ปีขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน รวมทั้งทุกประเทศต่างเผชิญกับผลกระทบทางด้านระบบสาธารณสุข รวมถึงทั้งภาพรวมในด้านเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย องค์การ UNIDO ร่วมกันกับองค์การต่างๆ ภายใต้องค์การสหประชาชาติในการช่วยเหลือประเทศสมาชิกให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน โดยองค์การพร้อมที่จะเสนอความช่วยเหลือทั้งในระยะกลางและระยะยาวเพื่อฟื้นฟูสถานการณ์หลังแพร่ระบาดนี้ โดยจากภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขนี้ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายมากมายในการช่วยชีวิตจึงส่งผลต่อเนื่องไปเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว การพัฒนาอุตสาหกรรมแบบบูรณาการและยั่งยืนนั้นถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อทุกระยะของวิกฤตนี้ เช่น การปรับให้ภาคการผลิตหันไปผลิตสินค้าที่มีความต้องการเร่งด่วนก่อน การลดกำลังการผลิตอย่างฉับพลันที่ส่งผลกระทบต่อระบบห่วงโซ่คุณค่าของโลกและปริมาณวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า และเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการต้องมีบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการว่างงานและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรง จากผลกระทบที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจที่แผ่กระจายไปยังภูมิภาคและประเทศต่างๆ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะระบุถึงความต้องการเฉพาะของเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการและแรงงานที่เป็นผู้หญิง องค์การ UNIDO […]