คลังเก็บป้ายกำกับ: UNIDO

ยูนิโดร่วมจัดการประชุมเศรษฐกิจหมุนเวียนในลาตินอเมริกา

กรุง มอนเตวิเดโอ, อุรุกวัย, 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560 –

จะมีการจัดฟอรั่มการประชุมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในกลุ่มประเทศละตินขึ้นครั้งแรกในระหว่างวันที่ 7-8 กันยายนที่ กรุงมอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบเศรษฐกิจ Circular Economy ในประเทศอุรุกวัยและภูมิภาคดังกล่าว

ฟอรั่มการประชุมดังกล่าว เป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และกระทรวงอุตสาหกรรมพลังงานและเหมืองแร่ กระทรวงปศุสัตว์การเกษตรและการประมง และกระทรวงการเคหะการวางแผนดินแดนและสิ่งแวดล้อม ของอุรุกวัย โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Biovalor ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การ Global Environment Facility (GEF) และได้รับการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งละตินอเมริกา (CAF) โครงการดังกล่าวได้รับการดำเนินการในอุรุกวัยโดย UNIDO ตั้งแต่ปีค.ศ. 2014

การประชุมนี้จะนำเสนอความรู้และแนวทางรูปธรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจถึงรูปแบบการผลิตภายใต้แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่ใช้การออกแบบมาช่วยการบูรณะและฟื้นฟู (restorative and regenerative) ซึ่งตรงข้ามกับแนวทาง “ผลิต – ขาย – ทิ้ง” ที่เป็นเศรษฐกิจแบบเส้นตรง นอกการสัมมนาดังกล่าวยังเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน ผ่านการจัดแสดงผลกระทบและความท้าทายในด้านต่าง ๆ ผ่านกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงจากทั่วโลก นอกจากนี้ยังจะช่วยสร้างชุมชนองค์กร บริษัท และผู้ประกอบการที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจในรูปแบบดังกล่าผ่านกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ และเป็นโอกาสในการสร้างความ ความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้องในด้านดังกล่าวระดับประเทศและนานาชาติ

“เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) เน้นย้ำถึงกระบวนทัศน์ของการเติบโตจากภายใน – การเติบโตที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีวัฏจักรห่วงกลับชีวภาพ (technological back loop cycles) เพื่อเพิ่มมูลค่าในขณะที่ลดผลกระทบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม” ตัวแทน UNIDO ในประเทศอุรุกวัยนาย Manuel Albaladejo กล่าว

ผู้อำนวยการแผนกสิ่งแวดล้อมของ UNIDO นาย Stephan Sicars ที่จะเข้าร่วมการประชุมยังกล่าวอีกว่า “องค์การ UNIDO ได้เริ่มดำเนินการสร้างระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนในภูมิภาค ผ่านโครงการด้านความร่วมมือเชิงเทคนิคที่เกี่ยวกับทรัพยากรและประสิทธิภาพในการใช้พลังงานการผลิตที่สะอาดและการจัดการของเสีย”

คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมฟอรั่มดังกล่าวกว่า 300 คน เพื่อร่วมทำการศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนจะสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติได้อย่างไร

ที่มา  – http://www.unido.org/news/press/helping-boost-the-tr.html

UNIDO จับมือ ธนาคารโลก สร้างความร่วมมือ อำนวยความสะดวกการเข้าถึงแหล่งทุน

<ข่าวย้อนหลัง> องค์การเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และ ธนาคารโลกได้ลงนามในข้อตกลงมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรัฐบาลต่าง ๆ ในการใช้บริการที่ปรึกษาและความเชี่ยวชาญของ UNIDO ผ่านโครงการที่ได้งบประมาณจากธนาคารโลก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้การเข้าถึงแหล่งทุนของประเทศที่ทำการกู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมของตนมีความสะดวกสูงขึ้น

นาย Li Yong ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การ UNIDO ได้กล่าวถึงความร่วมมือดังกล่าวว่าจะช่วยส่งผลต่อการดำเนินการในภาคสนามขององค์กร และช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมาย SDG 9 (ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน) รวมทั้งการสนับสนุนเป้าหมาย SDGs อื่น ๆ อีกด้วย

ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามโดยนาย Li Yong และ Hartwig Schafer ตัวแทนของธนาคารโลก ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ข้อตกลงดังกล่าวจะอนุญาติให้ประเทศต่าง ๆ ได้รับผลประโยชน์ที่สูงขึ้นจากการให้บริการขององค์กรทั้งสอง

นาย Schafer ได้ตั้งข้อสังเกตว่าข้อตกลงนี้ จะช่วยยกระดับความรวดเร็วในการดำเนินการโครงการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการให้บริการและใช้โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่จำเป็นได้เร็วขึ้น นาย Schafer ยังได้กล่าวอีกว่า ข้อตกลงดังกล่าวมุ่งอำนวยความสะดวกให้มีการสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริง (deliver of outputs and real results)

ในฐานะที่ UNIDO เป็นหน่วยงานเฉพาะด้านของสหประชาชาติ องค์การ UNIDO ได้รับมอบหมายภาระกิจในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครบวงจรและยั่งยืนเพื่อการขจัดความยากจนโลกาภิวัตน์และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วถึง

ที่มา – http://sdg.iisd.org/news/unido-world-bank-partner-for-sdg-9/

รายงานประจำปี 59 ของ UNIDO

องค์กร UNIDO ได้เผยแพร่รายงานประจำปีพ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นปีที่สำคัญสำหรับองค์กรที่ฉลองครบรอบ 50 ปี ผอ.ใหญ่ขององค์กรกล่าวในรายงานว่าปีพ.ศ. 2559 เป็นปีที่สะท้อนถึงประวัติความเป็นมาและกิจกรรมการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผ่านมา และมองไปสู่โครงการต่าง ๆ ในอนาคตและการยกระดับบทบาทขององค์กรในเป้าหมาย 2030 Agenda for Sustainable Development

องค์กรได้ทำการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีโดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติ และนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทขององค์กรต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการสนับสนุนจากผู้นำระดับสูงของหลายประเทศ ซึ่งยืนยังถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ และองค์กรที่เน้นเฟ้น

ปีพ.ศ. 2559 ยังเป็นปีแรกของการดำเนินการวาระการพัฒนา 2030 Agenda for Sustainable Development และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายที่ 9 หรือ Building Resilient Infrastructure, Promoting inclusive and sustainable industrialization and fostering innovation เป็นเป้าหมายที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเป้าหมายอื่น ๆ ภายในวาระการพัฒนาดังกล่าว มีส่วนสำคัญในการกำจัดความยากจนของประชากรโลก และมีความเกี่ยวข้องกับองค์กร UNIDO โดยตรง

รายงานประจำปีขององค์กรฉบับนี้เน้นประเด็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องขององค์กรในด้านการจัดการภายใน ทั้งโครงสร้างและกระบวนการ โดยเฉพาะนโยบายสำนักงานภาคสนาม (field office policy) ที่ได้ผ่านการรับรองจากการประชุมสามัญครั้งล่าสุด นโยบายดังกล่าวมุ่งจัดระบบทรัพยากรและการวางตำแหน่งเจ้าหน้าที่องค์กรเพื่อให้การประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกและองค์กรมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในส่วนที่ 1 ของรายงานประจำปีระบุถึงภาพรวมของกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรในปีที่ผ่านมา โดยมีความกระชับมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว (ตามความต้องการของที่ประชุม IDB) และมีการแนะนำหน่วยงานใหม่ Gender Equality and Empowerment of Women Strategy ในส่วนที่สองจะเป็นการแนะนำกรอบการดำเนินการขององค์กรใหม่ – Integrated results and performance framework (IRPF) ที่เป็นส่วนหนึ่งของ medium-term programme framework (MTPF) 2016-2019 กรอบการดำเนินการด้งกล่าวจะช่วยให้มีการรายงานผลการดำเนินการและประสิทธิภาพขององค์กรในบริบทของเป้าหมายการพัฒนา 2030 Agenda และอาณัติ ISID

UNIDO ANNUAL REPORT 2016

UNIDO เผยแพร่เอกสาร UNIDO Investment Promotion: A Retrospective

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 59 ที่ผ่านมาองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ UNIDO ได้เผยแพร่เอกสารด้านการส่งเสริมการลงทุนขององค์การในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่จัดตั้งองค์การในปีค.ศ. 1966 เอกสารดังกล่าวตีพิมพ์ในชื่อ UNIDO Investment Promotion: A Retrospective เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า UNIDO เป็นองค์การแรกที่ส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในประเทศกำลังพัฒนา และเป็นองค์หนึ่งเดียวที่มีความเชี่ยวชาญอย่างครอบคลุมในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม

นอกจากนี้เอกสารดังกล่าวยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการร่วมลงทุนกับกลุ่ม World Bank ซึ่งเป็นความร่วมมือรวมกว่าหลายสิบปีที่ดึงเอาจุดแข็งของทั้งสององค์กรในด้านการระบุและเตรียมโครงการด้านอุตสาหกรรมในประเทศกำลังพัฒนา

เอกสารดังกล่าวอธิบายถึงประวัติศาสตร์ของสำนักงาน Network of Investment and Technology Promotion Offices (ITPOS) ขององค์กร (เดิมชื่อ Investment Promotion Services) ซึ่งสำนักงานแรกตั้งอยู่ ณ กรุงบรัสเซลส์ (ปี 1976) สำนักงานเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสสำหรับผู้ลงทุนและผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ผ่านการหาคู่ partner  และให้การบริการกับนักธุรกิจและสถาบันธุรกิจต่าง ๆ

 

รายงาน UNIDO Investment Promotion: A Retrospective

อินโดฯ เปิดตัวกรอบการพัฒนา Country Programme ร่วมกับ UNIDO

เมื่อวันที่ 16 พค. 2559 ที่ผ่านมาผู้อำนวยการใหญ่องค์การ UNIDO ได้เดินทางไปกรุงจากาตาร์เพื่อร่วมลงนามทำพิธีเปิดตัวกรอบการพัฒนา Country Programme ระหว่างองค์กรและอินโดนิเชีย โดยได้ลงนามร่วมกับนาย Saleh Hussein นายกรัฐมนตรีอุตสาหกรรมของอินโดนิเชีย โดยกรอบการพัฒนาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ระหว่างปี ค.ศ. 2016-2020

Country Programme ดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับความช่วยเหลือขององค์การต่ออินโดนีเซียใน การผลักดันให้การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศเป็นไปอย่างมีส่วนร่วมและมีความ ยั่งยืน ตามปฏิญญาลิมาซึ่งเป็นอาณัติขององค์การ แผนดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนการพัฒนาระยะยาว 20 ปีของอินโดฯ ที่มีผลบังคับใช้ระหว่างปีค.ศ. 2005 – 2025 (Rencana Pembangunan Jangka Panjang – RPJMP) โดย Country Programme ดังกล่าวมุ่งดำเนินการ ISID’s Technical Cooperation สี่ประเภทด้วยกัน ได้แก่ 1) การลดความยากจน (Poverty reduction), 2) พลังงานสำหรับประชาชน (Energy for all), 3) Environment and clean production (การผลิตที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) และ, 4) การพัฒนาที่มีความร่วมมือและยั่งยืน (Partnership and Sustainable Development)

Country Programme จึงเปรียบเสมือนกรอบ (Framework) ความร่วมมือและการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกและองค์การ UNIDO ที่คำนึงถึงบริบท ลำดับความสำคัญ และแนวทางการพัฒนาของแต่ละประเทศ การจัดตั้งกรอบดังกล่าวมีความสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของ ประเทศสมาชิก เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และใช้เวลาในการดำเนินการที่ยาวนาน กรอบการพัฒนาที่ชัดเจนจะช่วยในการสร้างความร่วมมือที่แน่นเฟ้นระหว่างภาค ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งจากภาครัฐ เอกชน และองค์กรนานาชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง Synergies ในการพัฒนาและหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในการดำเนินการ องค์การ UNIDO จึงมองกรอบการพัฒนา Country Programme ของอินโดนิเชียนี้ เป็นแนวทางการพัฒนาระหว่างอินโดนิเชียและ UNIDO ที่สำคัญ

ที่ผ่านมามีการดำเนินโครงการ UNIDO ในประเทศไทยกว่า 100 โครงการ และมีโครงการที่รอการดำเนินการอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ในปัจจุบันยังไม่มีการจัดทำ Country Programme ระหว่างประเทศไทยกับ UNIDO การจัดทำกรอบการพัฒนาดังกล่าวเป็นหนึ่งในข้อเสนอของการประเมินผลการดำเนินการโครงการขององค์กรในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2558

รายงาน Country Programm ของอินโดนิเชีย

รายงาน Countr y Programmes for Inclusive and Sustainable Industrial Development

ที่มา

http://www.unido.org//news/press/unido-supports-indonesia-on-road-to-inclusive-and-sustainable-industrial-development.html?tx_ttnews%5Byear%5D=2016&tx_ttnews%5Bmonth%5D=05&cHash=ee6ae3e6590835b16fa2dadce81a7fa1

ครบรอบ 50 ปีองค์การ ์ UNIDO

ในปีค.ศ. 2016 นี้ องค์การ UNIDO ทำการฉลองครบรอบ 50 ปี ภายใต้การนำของผู้อำนวยการใหญ่ นาย Li Yong โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นขององค์การในการให้ความช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมของตน เพื่อนำไปสู่การลดความยากจน globalisation และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ความเป็นมาโดยย่อขององค์การมีดังนี้ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1996 ได้มีการก่อตั้งองค์กรพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nation Industrial Development Organization ขึ้น โดยเป็นองค์กรประเภทพิเศษของสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติในการส่งเสริมและเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะในภาคการผลิต ต่อมาในการประชุมสามัญ (General Conference) ครั้งที่สองของ UNIDO ในปีค.ศ. 1975 ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู มีการประกาศปฏิญญาขององค์กร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีการจัดเก็บข้อมูลด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ

ในปีค.ศ. 1985 องค์กรดังกล่าวได้เปลี่ยนรูปแบบเป็น Specialised Agency ของสหประชาชาติ เพื่อทำงานร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ภายใต้ United Nations Economic and Social Council ในระดับระหว่างรัฐบาลโดยผ่านคณะกรรมการระดับสูงของสหประชาชาติ (United Nations Chief Executives Board) ที่ทำการประสานงานระหว่างเลขาธิการต่าง ๆ

ในการประชุมสามัญขององค์กรปีค.ศ. 2013 ได้มีการประกาศปฏิญญาลิมาครั้งที่สอง ที่ระบุถึงภาระหน้าที่ขององค์กรในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีส่วนร่วมและความยั่งยืน (Inclusive and Sustainable Industrial Development – ISID) ในประเทศที่มีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ศักยภาพของการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวที่จะนำไปสูงการพัฒนาในด้านต่าง ๆ นั้นได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกในสหประชาชาติ เห็นได้จากการรับรองเป้าหมายการพัฒนา 2030 Agenda for Sustainable Development เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2015 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดให้เป้าหมายที่ 9 หรือ SDG-9 “Build Resilient Infrastructure, Promote Inclusive and Sustainable Industrialization and Foster Innovation” ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ ISID อยู่ด้วย

ที่มา http://www.unido.org/news-centre/events/unido-50th-anniversary.html

UNIDO เปิดสำนักงานสนับสนุนการลงทุนและเทคโนโลยีในไนจีเรีย

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 59 ที่ผ่านมารัฐบาลไนจีเรียและองค์การ UNIDO ทำการเปิดสำนักงานสนับสนุนการลงทุนและเทคโนโลยี (Investment and Technology Promotion Office – ITPO) ที่เมืองหลวง กรุง Abuja

สำนักงานดังกล่าวเป็นสำนักงาน ITPO แห่งแรกในทวีปอัฟริกา และถูกตั้งขึ้นตามคำร้องของรัฐบาลไนจีเรีย สำนักงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย ITPO ที่มีสาขาใน บาร์เรน จีน (กรุงปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้) อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และรัสเซีย

โครงการในปัจจุบันของสำนักงาน ITPO สาขาไนจีเรียได้แก่ การสร้างเทคโนโลนีใหม่ที่จะช่วยส่งเสริม clusters ด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง สินค้ากสิกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น และงานฝีมือต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ส่งเสริม clean technology สำหรับการปรุงอาหารและลงทุนด้านพลังงานทดแทนอีกด้วย

ที่มา UNIDO

UNIDO เผยแพร่สถิติอุตสาหกรรม 2016

องค์การ UNIDO ได้เผยแพร่รายงาน International Yearbook of Industrial Statistic ประจำปี 2016 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา รายงานดังกล่าวนำเสนอข้อมูลด้านอุตสาหกรรมและโครงสร้างธุรกิจของประเทศต่างๆ อีกทั้งแสดงมุมมองในภาพรวมของการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เห็น ตัวชี้วัดในรายงานดังกล่าวหลายๆ ประเภทมีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมาย Sustainable Development Goals โดยเฉพาะเป้าหมาย SDG 9 ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรม

รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตของโลกมีการเติบโตเพียงร้อยละ 2.8 ในปีค.ศ. 2015 และจะมีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2016 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและ emerging countries และแม้ว่าจีนจะมีการเติบโตที่ช้าลงในปีนี้ แต่ภาคการผลิตของจีนก็เติบโตจนก้าวข้ามสหรัฐอเมริกาไปแล้ว ญี่ปุ่น เยอรมนีและเกาหลี ยังคงเป็นประเทศที่มีภาคอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งที่สุด (อันดับ 3 4 และ 5 ของโลก) อินเดียได้เลื่อนตัวเองขึ้นมาที่ลำดับที่ 6 นำหน้า อิตาลี (อันดับที่ 7) และฝรั่งเศส (อันดับที่ 8) ที่น่าสนใจคือ อินโดนีเซียได้ดีดตัวเข้ามาอยู่ในประเทศ 1 ใน 10 ได้เป็นครั้งแรก

ในช่วงปีที่ผ่านมา การชะลอตัวของการเติบโตนั้นมาจากตกลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) และสภาวะเศรษฐกิจภายนอกที่ซบเซา อัตราการเติบโต manufacturing value added (MVA) ของประเทศกำลังพัฒนาลดลงจากร้อยละ 5.4 ในปีค.ศ. 2014 เหลือเพียงร้อยละ 4.5 ในปีค.ศ. 2015

อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโต manufacturing value added (MVA) ของประเทศพัฒนากลับสวนทาง คือมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 1.5 โดยคาดว่าได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ต่ำลง

นอกจากอัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมแล้ว รายงานดังกล่าวยังรวมเอาข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เสมอภาคระหว่างประเทศต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ค่า MVA ต่อประชากร ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สูงถึง 5,350 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่กลุ่มประเทศด้อยการพัฒนา (LDC) นั้นมีเพียง 89 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ

รายงานดังกล่าวสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่

ที่มา – http://www.unido.org/news/press/global-manufacturing-increased-modestly-in-2015-as-growth-slowed-in-developing-and-emerging-industrial-economies-unido-report.html

SMEs ต้องอ่าน – คู่มือจัดการความเสี่ยง ISO 31000

วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559 องค์การ United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) ศูนย์ International Trade Centre (ITC) และ องค์กร International Organization for Standardization (ISO) ได้ทำการเปิดตัวคู่มือช่วย SMEs จัดการความเสี่ยงของการดำเนินกิจการ

กิจการ SMEs ถือเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก แต่การจัดตั้ง พัฒนา และดำเนินกิจการ SMEs ให้ประสบความสำเร็จนั้นมีความท้าทายที่สูง โดยเฉพาะในด้านการเสาะหาลูกค้า การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และการจ้างงานที่เหมาะสม ดังนั้นความสามารถที่จะระบุและจัดการความเสี่ยงที่มาจากด้านต่าง ๆ จะช่วยพัฒนาศักยภาพของ SMEs และความยั่งยืนของกิจการได้

จึงเป็นที่มาของการจัดทำคู่มือ ISO 31000 – Risk Management ที่มุ่งช่วย SMEs ในการระบุโอกาสและความเสี่ยงต่าง ๆ อีกทั้งจัดสรรทรัพยากรเพื่อจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ผ่านการเข้าใจมาตรฐาน ISO 31000 โดยเชื่อว่าจะช่วยนำทางกิจการ SMEs ไปสู่ความสำเร็จ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และการมีส่วนร่วมในตลาดสากลได้ มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยกิจการ SMEs ในการเปรียบเทียบการดำเนินการของตน (benchmark) กับการดำเนินการระดับนานาชาติเพื่อนำไปสู่การพัฒนา อีกทั้งแนะนำหลักการการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

นาย John Lark ผู้จัดทำคู่มือนี้กล่าวว่า มีเจ้าของกิจการ SMEs จำนวนมากที่ไม่ดำเนินการจัดการความเสี่ยง (risk management processes) เพราะเชื่อว่ากิจการของตนไม่ใหญ่เพียงพอที่จะทำการจัดการความเสี่ยงได้ คู่มือนี้ถูกจัดทำขึ้นสำหรับเจ้าของกิจการขนาดเล็ก ที่ต้องการจะจัดการความเสี่ยงของตนอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการความเสี่ยงจะสามารถช่วยให้กิจการอยู่รอดและเติบโตได้

csm_Handbook_800pix_new_6191578337

รายงาน ISO 31000 – Risk Management

Link:iso_31000_for_smes

ที่มา UNIDO

 

การประชุมสามัญขององค์การ UNIDO ครั้งที่ 16

การประชุมสามัญของ UNIDO สมัยที่ 16 ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2558 ณ สำนักงานใหญ่ UNIDO (Vienna International Centre) กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มีประเทศสมาชิกยูนิโดทั้ง 131 ประเทศเข้าร่วมประชุม

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมทั้งหมด 5 คน นำโดยผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ซึ่งเป็นผู้กล่าวแถลงการณ์ต่อที่ประชุมในนามของประเทศไทย

S__14491668

การประชุมสามัญครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นการกำหนดอาณัติขององค์กรให้ชัดเจนอีกครั้ง หลังจากการประกาศปฏิญญาลิมาไปในการประชุมสามัญครั้งก่อน (พ.ศ. 2556) และการกำหนดเป้าหมาย SDG Agenda 2030 โดยองค์การสหประชาชาติ (กันยายน 2558)

ในการประชุมครั้งนี้ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก Industrial Development Board (IDB) ครบวาระปี ค.ศ.2019 (GC สมัยที่ 18) และ สมาชิกProgramme and Budget Committee (PBC) โดยจะทำหน้าที่จนถึงสิ้นสุดการประชุมสามัญสมัยปกติ สมัยที่ 17 ในปี ค.ศ.2017

ในระหว่างการประชุมสามัญครั้งนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ได้จัดการประชุม Inclusive and Sustainable Industrial Development ครั้งที่ 4 (4th ISID Forum) เพื่อแสดงผลการดำเนินการโครงการนำร่อง Country Partnership Programme ในประเทศเอธิโอเปียและเซเนกัล และเปิดตัวโครงการนำร่องลำดับที่ 3 ในประเทศเปรู นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการขององค์การ เช่น การประชุม Donor forum การเปิดตัวหนังสือ Oxford Handbook: “Africa, whatever you thought, think again” การประชุมบทบาทของ innovation hubs for sustainable industrialization and shared prosperity และการเปิดตัว Industrial Development Report 2016 และในปีนี้ ที่ประชุมสามัญได้มีมติรับ Marshall Islands เข้าเป็นสมาชิกองค์การในกลุ่มอีกด้วย

S__14491669
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายศิริรุจ จุลกะรัตน์

ที่ประชุมมีข้อตัดสินใจกำหนดการจัดการประชุมสามัญ สมัยที่ 17 ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม ค.ศ.2017 (2560) ณ กรุงเวียนนา ผู้ที่สนใจสามารถอ่านเอกสารการประชุม ได้ที่ http://www.unido.org/gc16.html

ผู้อำนวยการใหญ่ UNIDO เยือนญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา นาย Li Yong ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การ UNIDO ได้ทำการเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยได้พบปะกับนาย Yasuhide Nakayama รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาย Yoshihiro Seki รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI)

ผู้อำนวยการได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ ว่าเพื่อตอกย้ำความสำคัญด้านความร่วมมือระหว่าง UNIDO และญี่ปุ่นและเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นด้านแนวทางความร่วมมือที่จะสามารถส่งเสริมได้ในอนาคต ผู้อำนวยการ Li Yong ได้แสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นต่อองค์การที่ยาวนานและต่อเนื่อง ที่ผ่านมาญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ชำระเงินค่าสมาชิกตรงกำหนดและยังทำการบริจาคเงินจำนวนมากผ่าน Vouluntary contribution เพื่อทำการสนับสนุนโครงการในด้านต่างๆ ขององค์การ

นาย Li Yong ยังได้กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้ทำการประกาศแนวทางการพัฒนาของประเทศ (Development Cooperation Charter) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แนวทางดังกล่าวมีจุดประสงค์ที่จะกำจัดความยากจนโดยใช้แนวทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) หรือ Inclusive, Sustainable and Resilient Growth ซื่งแนวคิดดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับ Inclusive and Sustainable Industrial Development ขององค์การ UNIDO

ตัวอย่างโครงการความร่วมมือระหว่าง UNIDO และรัฐบาลญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ด้านความมั่นคงของมนุษย์ (ตั้งแต่ปี 2003) การสนับสนุน Tokyo International Conference on African Development หรือ TICAD (ตั้งแต่ปี 1993) การจัดตั้งสำนักงาน ITPO ขององค์การ ฌ กรุงโตเกียว โครงการ Low Carbon Low Emission Clean Energy Transfer Programme (LCET) เป็นต้น

นาย Nakayama ได้แสดงความชื่นชมต่อผู้อำนวยการในการทำงานขององค์การ และการพยายามเพิ่มประสิทธิภาพต่อไปขององค์การ นาย Nakayama ได้แสดงความชื่นชมต่อแนวคิด ISID ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถบรรลุการเติบโต (ด้านเศรษฐกิจ) และร่วมส่งผลต่อแนวทางการพัฒนา Post-2015 นาย Nakayama รู้สึกขอบคุณองค์การ UNIDO ที่เป็นเสมือนพื้นที่ในการสร้างโครงข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา และเขาหวังว่า เทคโนโลยีและองค์ความรู้ของภาพเอกชนญี่ปุ่นจะถูกนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ขององค์การ และได้กล่าวถึงอักษรย่อของ UNIDO ว่าเสมือนกับ U ‘n’ I Do (ฉันและเธอร่วมมือกัน)

ส่วนนาย Seki ก็ได้แสดงความขอบคุณต่อองค์การในการดำเนินการด้านด่างๆ เขารู้สึกได้ว่าองค์การมีความกระตือรือร้น และประสบความสำเร็จ นาย Seki มีความยินดีต่อผลการแลกเปลี่ยนพนักงานระหว่าง METI และ UNIDO และมีความสนใจในการขยายแนวทางความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กรในอนาคต ผ่านการประชุมและโครงการต่างๆ เช่น Vienna Energy Forum (2015) และ TICAD VI (2016)

ที่มาของข่าว: UNIDO Director General visits Tokyo to further strengthen cooperation with Japan

คณะผู้แทนจากเอธิโอเปียเยือน Industrial Park ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

องค์การ UNIDO ได้จัดทัวร์ดูงานด้าน Industrial Park สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศเอธิโอเปีย นำโดยนาย Mebrathu Meles รัฐมนตรีอุตสาหกรรม มีเจ้าหน้าที่ร่วมเดินทางในคณะจำนวนทั้งหมด 11 คน โดยได้ทำการเยือนในประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมด 3 ประเทศได้แก่ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม นาย Mebraji Meles ได้แสดงความเชื่อชมโครงการ Industrial Park ของเวียดนามโดยได้กล่าวว่า “เวียดนามเป็นมาตรฐานสำหรับเอธิโอเปีย การมาเยือนครั้งนี้ได้ทำให้คณะของเราได้เห็นถึงโอกาส ในการสร้าง Industrial Park ของประเทศเรา” Industrial Park ของเวียดนามนั้นมีบทบาทที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจของประเทศ คณะเอธิโอเปียได้ทำการเยือน Gian Khan Industrial Park ในเขต Ninh Binh และได้ให้ความสนใจต่ออุตสาหกรรมด้านอาหาร (Food-processing) เป็นพิเศษ นอกจากนี้คณะดูงานยังได้พบปะกับนาย Tran Duy Dong จากกรมการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจ จากกระทรวงการวางแผนและการลงทุน เอธิโอเปียได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสองประเทศนำร่อง Programme for Country Partnership (PCP) โดยองค์การ UNIDO แหล่งข่าว: UNIDO

International Yearbook of Industrial Statistics 2015

องค์การ UNIDO ได้ทำการเผยแพร่รายงานสถิติอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ ประจำปีค.ศ. 2015 หรือ International Yearbook of Industrial Statistics 2015 รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าในปีค.ศ. 2014 ที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมการผลิตของโลกยังมีการเติบโตที่ต่ำ อัตราการเติบโตมูลค่าการผลิตเพิ่มรายปี (Annual growth of manufacturing value added – MVA) ในภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมโดยรวมยังอยู่ที่ร้อยละ 1.0 ซึ่งนับเป็นปีที่สามติดต่อกันแล้ว การเติบโตของภาคการผลิตส่วนใหญ่มาจากประเทศกำลังพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (emerging industrial economy) ซึ่ง MVA ของสองกลุ่มประเทศนี้มีค่าที่สูงถึงร้อยละ 5.0

รายงานยังแสดงให้เห็นว่าในปี 2014 มีการขยายดัวของมูลค่าการผลิตทั่วโลกในอัตตราร้อยละ 2.3 โดยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว

กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในยุโรปมีการเติบโตที่ต่ำ เนื่องมาจากความตึงเครียดทางการเมืองและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในช่วงปีค.ศ. 2014 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก มูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64.1 ของมูลค่าการผลิตทั้งหมด จึงมีผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อการเจริญเติบของแน้วโน้มการผลิตทั่วโลก

สถิติในรายงานดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมระหว่างประเทศต่างๆ ในด้านอุตสาหกรรม ประเทศที่ด้อยการพัฒนา (Least Developed Countries – LDS) มีมูลค่าการผลิตเพิ่มรายปีต่อประชากร (MVA per capita) เพียง 60 เหรียญดอลล่าห์ ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (industrialised economies) มีมูลค่าการผลิตต่อประชากกว่า 4,752 เหรียญดอลล่าห์ คิดเป็นสัดส่วนความต่างกว่า 700 เท่า ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ได้ถูกระบุเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustinable Development Goal) ที่มุ่งเพิ่มมูลค่า MVA ของประเทศด้อยพัฒนาอย่างน้อยสองเท่าตัว

สถิติในรายงานแสดงให้เห็นถึงสัดส่วนของพนักงานหญิงในการจ้างงานที่ต่ำในหมู่ประเทศที่กำลังพัฒนา ยกเว้นในบางภาคส่วนเช่น การผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย และรองเท้า และในภาคส่วนเทคโนโลยีระดับสูง เช่นการผลิตวิทยุและอุปกรณ์สื่อสาร ที่มีการจ้างงานสตรีที่สูง อย่างไรก็ตามสัดส่วนดังกล่าวยังต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว

รายงาน International Yearbook of Industrial Statistics 2015 นี้ เป็นรายงานประจำปีที่สำคัญขององค์การ UNIDO ซึ่งนำเสนอสถิติที่มีรายละเอียด ในระดับประเทศและแยกเป็นภาคส่วนต่างๆ สถิติดังกล่าวสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการกำหนดนโยบายอุตสาหกรรม และใช้ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและผลผลิต อีกทั้งใช้ควบคู่กับรายงานไตรมาสขององค์การซึ่งแสดงแนวโน้มการเจริญเติบโตภาคการผลิตของโลก เพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของภาคอุตสาหกรรม

ที่มา Global manufacturing growth stayed low in 2014, with developing and emerging economies contributing most – UNIDO report

Chemical leasing (ChL) รูปแบบใหม่ของธุรกิจขายสารเคมี

Chemical leasing (ChL) เป็นรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้สารเคมีที่แตกต่างไปจากรูปแบบสามัญที่สารเคมีจะถูกขายไปให้ลูกค้าซึ่งจะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ของสารเคมีนั้นรวมทั้งการใช้และการกำจัด ผู้ประกอบการที่ขายสารเคมีจึงมีแรงจูงใจที่จะต้องพยายามขายสารเคมีให้ได้ปริมาณที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเพิ่มรายได้ของตน ซึ่งการปริมาณการใช้สารเคมีหากเพิ่มสูงขึ้นก็จะเพิ่มผลกระทบทางด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในกรณีของ ChL นั้นรายได้ที่เกิดขึ้นของผู้ประกอบการมาจากการให้การบริการ กล่าวคือลูกค้าซื้อ “ประโยชน์” ที่มาจากสารเคมีแทนการซื้อสารเคมี ดังนั้นรายได้ของผู้ขายสารเคมีจึงไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคมีที่ขายได้อีกต่อไป รูปแบบธุรกิจดังกล่าวจึงเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการคิดค้นและพยายามลดปริมาณการใช้สารเคมี เพราะผู้ประกอบการเองได้ผลประโยชน์โดยตรงจากการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการลง

รูปที่1: เปรียบเทียบรูปแบบการดำเนินการกิจการทางเคมีทั่วไปกับ ChL

                   ในการสัมมนาครั้งนี้มีการแสดงผลการดำเนินโครงการ ChL ที่ UNIDO มีส่วนผลักดันในภาคธุรกิจต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมการพ่นสี การเคลือบสาร การทำความสะอาดและการบำบัดน้ำเสีย และการทำความสะอาดโรงแรม ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการ ทำให้เห็นได้ว่าธุรกิจในรูปแบบ ChL นั้นมีศักยภาพและผลประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นการรูปแบบธุรกิจที่สร้างแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ อย่างไรก็ตามรูปแบบธุรกิจดังกล่าวก็ยังมีข้อกังขาในด้านการปฏิบัติใช้ในวงกว้าง เพราะธุรกิจแบบ ChL นั้นทั้งผู้ประกอบการและลูกค้าจะต้องพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้และมีความโปร่งใสในการดำเนินการ ซึ่งในธุรกิจบางภาคส่วนเช่นการให้บริการในโรงพยาบาล การแชร์ข้อมูลและความรู้ต่างๆนั้นยังเป็นอุปสรรคอยู่ การดำเนินการโปรโมตธุรกิจในรูปแบบนี้จึงอาจจะเป็นอย่างมีข้อจำกัด

การสัมมนา ISID Forum ครั้งที่ 2 ขององค์การ UNIDO

องค์การ UNIDOได้ทำการจัดสัมมนา ISID 2nd Forum เมื่อวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา โดยเป็นการจัดสัมมนาครั้งที่ 2 ขององค์การในหัวข้อ Inclusive and Sustainable Industrial Development (ISID) โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-24 มิถุนายน 2557 ณ กรุงเวียนนา และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 250 คนจาก 82 ประเทศ ในระดับรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง ตัวแทนจากภาคเอกชน สถาบันการศึกษา NGOs และสถาบันนานาชาติต่างๆ จุดประสงค์ของการประชุมครั้งแรกนั้นเพื่อทำการระบุนโยบาย Best Practices โปรแกรม และมาตรการที่แต่ละประเทศจะนำไป scale-up และโปรโมตแนวคิด ISID ผลที่ได้จากการสัมมนาครั้งแรกถูกนำมาสานต่อในการประชุมครั้งที่สองนี้

ในการสัมมนาครั้งที่สอง มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 450 คนในระดับนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงผู้อำนวยการ UN รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ตัวแทนคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป และ ตัวแทนขององค์กรและประเทศต่างๆ รวมกว่า 92 ประเทศ จุดประสงค์ของการสัมมนาครั้งที่สองนี้ คือการเผยแพร่ผลการดำเนินการโครงการนำร่องด้าน ISID ขององค์กรในประเทศเอธิโอเปียและเซเนกัล ซึ่งในภาพรวมนั้นผลที่ได้จากโครงการนำร่องแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ multi-stakeholder partnership หรือ Programme for Country Partnerships (PCP) ระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องในการผลักดันและดำเนินการโครงการ ISID เพราะการดำเนินการผลักดัน ISID นั้นมีความซับซ้อนทั้งในรายละเอียดและในบริบทของโลกปัจจุบัน การโปรโมต partnership จึงเสมือนเป้นการรวบรวมทรัพยากร ทุน ระดมความคิดและความเชี่ยวชาญเพื่อผลักดันให้สามารถดำเนินการ ISID ตามที่ต้องการ

การสัมมนาครั้งนี้ UNIDO ประสบความสำเร็จในการโปรโมตโครงการนำร่อง ISID เป็นอย่างมาก องค์การได้รับความสนับสนุนและชื่นชมจากผู้เข้าร่วมสัมมนา และตัวแทนของหลายประเทศจาก แอฟริกา เอเชียกลาง เอเชียใต้ และละตินอเมริกาที่แสดงความต้องการเข้าร่วมโครงการนำร่องของ UNIDO ที่น่าจะมีการดำเนินการต่อไป นอกจากนี้แล้วงานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญของ UNIDO ในบริบทของ post-2015 development agenda เพราะถือเป็นการแสดงผลการดำเนินการ ISID ที่จะช่วยตอกย้ำถึงความสำคัญในการบรรจุ ISID mandate ให้อยู่ใน post-2015 development agenda ที่จะได้รับการพิจารณาในปีหน้านี้

ที่มา: http://www.unido.org/en/news-centre/events/isid-forum-2.html