คลังเก็บป้ายกำกับ: SAICM

รายงานว่าด้วยวิธีการระบุประเด็นที่น่ากังวลของสารเคมี

สาระสำคัญ

  • รายละเอียดของรายงานของคณะทำงานให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลือกประเด็นน่ากังวลและลำดับขั้นตอนการดำเนินการในขั้นต่อไป
  • คณะทำงานได้เห็นพ้องว่า กระบวนการในการระบุประเด็นน่ากังวล ควรที่จะง่าย ครอบคลุม และโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และให้พิจารณาถึงวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 ร่วมด้วย

คณะทำงานการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างเหมาะสมว่าด้วยประเด็นน่ากังวล สำหรับกรอบสารเคมีตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป (หรือเรียกว่า VWG 3) ได้เผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับวิธีการเลือกประเด็นน่ากังวลและการดำเนินการในขั้นต่อไป เพื่อใช้ในการประชุม SAICM ครั้งที่สี่ (IP4) และการประชุมนานาชาติด้านการจัดการเคมีภัณฑ์ครั้งที่ 5  (ICCM5)

คณะทำงานนี้เป็นหน่วยงานในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของนโยบายที่จะเกิดขึ้นใหม่ในปัจจุบัน (emerging policy issues) และประเด็นที่น่ากังวลอื่น ๆ โดยรายงานนี้ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถตัดสินใจดำเนินการต่อ ปิดประเด็นไป แก้ไขหรือย้ายประเด็นไปยังที่ประชุมอื่น บนหลักการพิจารณาไปทีละประเด็น (issue-by issue)

หลังจากการประชุม 4 ครั้ง ในระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 คณะทำงานได้เห็นพ้องว่า กระบวนการในการระบุประเด็นน่ากังวล ควรที่จะง่าย ครอบคลุม และโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และให้พิจารณาถึงวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 ร่วมด้วย

รายงานฉบับนี้ ประกอบด้วย ข้อความที่เสนอโดยอ้างอิงจากการอภิปรายของคณะทำงานและให้เหตุผล สำหรับแต่ละข้อเสนอ โดยเริ่มจากการกำหนดคำจำกัดความ เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน

คำจำกัดความของ “ประเด็นที่น่ากังวล” หมายถึง ประเด็นใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับทุกขั้นตอนใด ๆ ในวงจรชีวิตของสารเคมี ซึ่งโดยทั่วไปยังไม่ได้รับความตระหนักมากนัก ซึ่งหมายถึง ได้รับการกล่าวถึงหรือมีข้อมูลในปัจจุบัน เชิงวิทยาศาสตร์ที่ไม่มากเพียงพอ และอาจมีผลเสียต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับในการนำส่งข้อมูล (submission of information) เน้นถึงความจำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงเพื่อที่จะเสนอประเด็น ได้แก่ :

  • เหตุผลที่ว่าทำไมเครื่องมือ Beyond 2020 ถึงจัดว่าดีที่สุดสำหรับการจัดการปัญหานี้
  • ผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และ/หรือสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากผู้หญิง เด็ก และกลุ่มประชากรเปราะบางอื่น ๆ ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ และข้อมูลทางพิษวิทยาและการรับสัมผัส (toxicological and exposure data)
  • หากแก้ไขประเด็นดังกล่าว แล้วสามารถช่วยให้ประเทศต่าง ๆ บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
  • ขอบเขตที่ประเด็นเกี่ยวเนื่องกับประเด็นอื่นอย่างไร และได้รับการจัดการอย่างไรจากหน่วยงานอื่น ๆ ในระดับภูมิภาคหรือระหว่างประเทศ
  • ข้อมูลความรู้ที่มีอยู่ และช่องว่างเกี่ยวกับความเข้าใจของประเด็นดังกล่าว

รวมไปถึงรายละเอียดขั้นตอนอื่นๆ เช่น การเสนอประเด็น ไปจนถึงการตัดสินใจและการรับรองประเด็น ซึ่งหากได้รับการรับรอง จะนำไปสู่การกำหนดแผนงาน ตัวชี้วัด ไปจนถึงการดำเนินการและติดตามความคืบหน้า รวมทั้งปรับพิจารณาถึงความจำเป็นด้านการดำเนินการในอนาคตต่อไปและหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบในการรายงานต่อ ICCM ด้วย

สำหรับประเด็นที่คณะทำงานไม่ได้ดำเนินการและจะยังคงอยู่ในฐานข้อมูล (Parking Lot) สำหรับการอภิปรายในอนาคต ซึ่งจะนำไปเชื่อมโยงกับอินเทอร์เฟซนโยบายวิทยาศาสตร์ (SPI) การรายงานภายใต้กลไกเพื่อสนับสนุนการดำเนินการ และอาจจัดตั้งคณะกรรมการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย (proposed ad hoc  multi-stakeholder committees)


แหล่งที่มา : https://sdg.iisd.org/news/working-group-on-chemical-issues-of-concern-publishes-proposals-for-beyond-2020/

แนวทางการกำหนดตัวชี้วัดสำหรับเป้าหมายด้านสารเคมี

สาระสำคัญ

  • รายละเอียดของรายงานคณะทำงานให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อพิจารณาและองค์ประกอบของแต่ละเป้าหมาย เพื่อให้คำอธิบายและความเป็นเหตุเป็นผล เพื่อเป็นแนวทางเพิ่มเติมสำหรับกระบวนการและเพื่อใช้เป็น “แนวทาง” สำหรับการเลือกใช้ถ้อยคำสำหรับการกำหนดเป้าหมาย
  • คณะทำงานต่างเห็นด้วยว่าต้องมีการพัฒนาร่างเป้าหมาย ก่อนที่จะดำเนินการต่อไปเกี่ยวกับตัวชี้วัดและการกำหนดเป้าหมายในระยะต่างๆ

คณะทำงานการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างเหมาะสมว่าด้วยว่าด้วยตัวชี้วัดเป้าหมายและการกำหนดเป้าหมายระยะต่าง ๆ สำหรับกรอบสารเคมีตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป (หรือเรียกว่า VWG 1) ได้เผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ เป็นการให้ข้อเสนอเกี่ยวกับเป้าหมายในแต่ละวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะนำไปใช้ในการหารือในการประชุมครั้งที่สี่ของกระบวนการระหว่างกันโดยพิจารณาถึงแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการจัดการสารเคมีระหว่างประเทศ (SAICM) และการจัดการสารเคมีและของเสียตั้งแต่ปี 2563 (IP4) และการประชุมนานาชาติเรื่องการจัดการสารเคมี (ICCM5) ครั้งที่ 5

พันธกิจของคณะทำงานกลุ่มที่ 1 คือ การสรุปข้อเสนอสำหรับเป้าหมายที่จะต้องกำหนดไว้ใน SAICM/IP.4/3 (Proposed targets prepared by the Technical Working Group on targets, indicators and milestones for SAICM and the sound management of chemicals and waste beyond 2020) จุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นและการดำเนินการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียฝ่ายต่างๆ และภาคส่วนต่างๆ  รวมถึงพัฒนาชุดคำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการในการสร้างตัวชี้วัดและการกำหนดเป้าหมายในระยะต่างๆ สำหรับเป้าหมายขั้นสุดท้าย

หลังจากมีการประชุมคณะทำงานเป็นจำนวน 5 ครั้ง จึงได้มีการเผยแพร่รายงาน ซึ่งเนื้อหาประกอบด้วยการกำหนดเป้าหมายที่เป็นไปได้ตามมุมมองความเห็นพ้องของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการในการสร้างตัวชี้วัดและการกำหนดเป้าหมายในระยะต่างๆ สำหรับเป้าหมายขั้นสุดท้าย และภาคผนวกที่นำเสนอเป้าหมายใหม่ๆ ที่เสนอโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งไม่รวมอยู่ในเนื้อหาหลักของรายงาน นอกจากนี้ยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับการพิจารณาและองค์ประกอบของแต่ละเป้าหมายเพื่อให้คำอธิบายและความเป็นเหตุเป็นผลของเป้าหมายนั้นๆ เพื่อเป็นแนวทางเพิ่มเติมสำหรับกระบวนการ และเพื่อใช้เป็น “แนวทาง” สำหรับการเลือกใช้ถ้อยคำสำหรับการกำหนดเป้าหมาย


  • วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ A (มาตรการในการป้องกันหรือลดอันตรายจากสารเคมีตลอดทั้งวงจรชีวิต) กล่าวถึงความจำเป็นที่ประเทศต่าง ๆ จะต้องมีขีดความสามารถขั้นพื้นฐาน กรอบทางกฎหมาย และกลไกของสถาบันในการจัดการสารเคมีและของเสีย

ข้อเสนอของเป้าหมาย คือ มาตรการและความคิดริเริ่มที่สนับสนุนให้มีข้อผูกพันและพันธกรณีของประเทศต่าง ๆ ภายใต้ข้อตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมด้านสารเคมีและของเสีย (multilateral environmental agreements (MEAs)) รวมไปถึงสุขภาพ แรงงาน และเครื่องมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยคณะทำงานได้แสดงการสนับสนุนสำหรับการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ

  1. การป้องกันการค้าและการเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศที่ผิดกฎหมายของสารเคมีที่เป็นพิษ เป็นอันตราย ต้องห้าม และถูกจำกัดอย่างเข้มงวด
  2. การทำให้มลพิษจากสารเคมีและของเสียปรับไปสู่ระดับที่ไม่ภัยหรือไม่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
  3. มาตรฐาน ป้ายกำกับ และการรับรองของกลุ่มบุคคลที่สาม ภาคเอกชนหรือองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ

  • วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ B (ความรู้ ข้อมูล และสารสนเทศ) พิจารณาถึงเป้าหมายโดยอ้างข้อมูลและสารสนเทศที่มีอยู่และสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งรวมถึงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย ข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกและสิ่งทดแทนที่ปลอดภัยกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและสารเคมีในตลาดโลก การพัฒนาเครื่องมือและแนวทาง การแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด การติดตามผลและบังคับใช้ การลดความเสี่ยง ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ภาระของโรค ต้นทุนหากไม่ดำเนินการ การศึกษา การฝึกอบรม และการรับรู้ของประชาชน ประโยชน์ของสารเคมี กลุ่มประชากรและคนงานที่เปราะบาง และการคำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ (gender-responsiveness)
    • รายงานเน้นถึงความจำเป็นในการระบุผู้ที่รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลและกำหนดความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศ  โดยคณะทำงานสนับสนุนการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ และการบังคับใช้ของระบบการจำแนกประเภทและการติดฉลากสารเคมีที่มีความสอดคล้องกันของโลก (UN Globally Harmonized System of Classification and Labelling of Chemicals (GHS))

  • วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ C (ประเด็นที่น่ากังวล) สนับสนุนการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายใหม่ที่กล่าวถึงแง่มุมของกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่น่ากังวล โดยตั้งข้อสังเกตว่าการอภิปรายเกี่ยวกับเป้าหมายจะต้องรวมประเด็นที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและการเรียกร้องให้ดำเนินการ พิจารณาการหารือที่เกิดขึ้นภายใต้ VWG3 (ประเด็นความกังวล) และมั่นใจว่าเป้าหมายต่างๆ สามารถวัดผลได้

  • วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ D (ผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม) กล่าวถึงเคมีที่ยั่งยืน นวัตกรรม การผลิตที่สะอาดขึ้น และการจัดการวงจรชีวิต กลยุทธ์และนโยบาย แนวทางการลงทุน รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานการรายงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล (internationally-recognized) และสินค้าอุปโภคบริโภค การแบ่งปันข้อมูล การสร้างขีดความสามารถให้แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นอกจากนี้คณะทำงานสนับสนุนการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและนวัตกรรม การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค

  • วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ E (ทรัพยากร ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน พ.ศ. 2573) นำเสนอความมุ่งมั่นในการจัดการสารเคมีอย่างเหมาะสม การบูรณาการนโยบายการจัดการสารเคมีเข้ากับกลยุทธ์การพัฒนา การเสริมสร้างความร่วมมือและเครือข่ายในทุกภาคส่วน การระบุและลดช่องว่างระหว่างประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้วในการดำเนินการจัดการสารเคมีอย่างเหมาะสม และการระบุและการระดมทรัพยากรทางการเงินและที่ไม่ใช่ทางการเงินในทุกภาคส่วน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการอ้างอิงแนวทางการจัดหาเงินทุนแบบบูรณาการ โดยคำนึงถึงการพิจารณาภายใต้คณะทำงาน VWG4 (การพิจารณาทางการเงิน)

นอกจากนี้คณะทำงานสนับสนุนในการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายใหม่ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การระบุและเสริมสร้างการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งและการเชื่อมโยงระหว่างสารเคมีกับความสำคัญในด้านต่างๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ สิทธิมนุษยชน หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการดูแลสุขภาพเบื้องต้น รวมไปถึงกลไกการกู้คืนต้นทุนและการกำหนดต้นทุนภายใน โดยคำนึงถึงการอภิปรายภายใต้คณะทำงาน VWG4

สำหรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการในการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายในระยะต่างๆ เพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายขั้นสุดท้าย คณะทำงานเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการทำงานเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาร่างเป้าหมายก่อนที่จะไปดำเนินการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายย่อยในระยะต่างๆ โดยระบุว่าตัวชี้วัดควรมีจำนวนจำกัด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถจัดการได้และการสื่อสารที่ง่ายขึ้น รวมทั้งการตรวจสอบควรเรียบง่าย และราคาไม่แพง โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของกระบวนการตรวจสอบ

สำหรับกระบวนการเกี่ยวกับตัวชี้วัด คณะทำงานยินดีร่วมกับองค์กร Inter-Organization Programme for the Sound Management of Chemicals (IOMC) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตัวชี้วัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งยังได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอของสหราชอาณาจักรที่จะให้การสนับสนุนในการพัฒนาตัวชี้วัดด้วย

ผู้ประสานงานได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสองทางเลือกสำหรับกระบวนการพัฒนาร่างเป้าหมายเพิ่มเติมและการเสนอตัวชี้วัดและเป้าหมายในระยะต่างๆ โดยสามารถเสนอผ่านกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายอย่างเดียวก็ได้ หรือผ่านกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและกลุ่มย่อยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อช่วยในการพัฒนากรอบตัวชี้วัด


แหล่งที่มา : http://sdg.iisd.org/news/experts-propose-targets-process-to-establish-indicators-for-beyond-2020-chemicals-framework/

8 ประเด็นน่ากังวลเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างถูกต้อง

UN Environment Programme (UNEP) ได้เผยแพร่ประเด็นน่ากังวล 8 ประเด็นเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างถูกต้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติสมัยที่ 5 (UN Environment Assembly (UNEA-5)) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564

โดย 8 ประเด็นดังกล่าวได้รับการระบุโดย International Conference on Chemicals Management (ICCM) ภายใต้ Strategic Approach to International Chemicals Management (SAICM) และที่ประชุมนานาชาติที่ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ด้วย

โดย 8 ประเด็นน่ากังวล มีดังนี้

  • สารเคมีในผลิตภัณฑ์
  • สารเคมีที่ทำลายต่อมท่อไร้ท่อ (endocrine disrupting chemicals)
  • สารเคมีทางเภสัชกรรมที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม (environmentally persistent pharmaceutical pollutants)
  • สารที่เป็นอันตรายตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
  • สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เป็นอันตรายสูง (highly hazardous pesticides)
  • ตะกั่วในสี
  • นาโนเทคโนโลยีและวัสดุนาโน
  • สาร per- and polyfluoroalkyl substances

โดยในแต่ละประเด็นในรายงานจะกล่าวถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพของมนุษย์ การทบทวนกรอบการกำกับดูแลและนโยบายในปัจจุบัน ความท้าทายและโอกาส และการพิจารณาวิธีในการสื่อสารและการใช้เครื่องมือในการกำกับและบทเรียนที่สามารถเรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ในรายงานยังชี้ให้เห็นถึงประเด็นอื่นๆ ที่น่ากังวลอีก เช่น ประเด็นที่เคยได้รับความสนใจที่ไม่เพียงพอก่อนหน้านี้ การจำแนกสารเคมีอันตรายหรือกลุ่มของสารเคมี รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการจัดการอย่างถูกต้องที่มีความจำเป็นเพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืนและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมหรือการพัฒนาที่มากขึ้น  โดยในรายงานได้ระบุว่าประเทศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเสนอประเด็นที่น่ากังวลเพิ่มเติมได้ รวมถึงแนะนำให้มีการเชื่อมโยงเพื่อเสริมสร้าง science-policy interface ในการประชุม UNEA-5 ที่จะเกิดขึ้นด้วย

รวมถึงได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในเชิงองค์รวมและบูรณาการ ผ่านการใช้แนวทางห่วงโซ่คุณค่าเฉพาะกลุ่ม (sector-specific value chain approach) การจัดกลุ่มสารตามคุณสมบัติภายในที่คล้ายคลึงกัน (grouping substances by similar intrinsic properties) หรือพิจารณาทุกขั้นตอนวงจรชีวิตของสารเคมีและผลิตภัณฑ์ (all life-cycle stages of specific chemicals and products) นอกจากนี้ยังให้บูรณาการร่วมกับประเด็นความสำคัญอื่นๆ อีกด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิมนุษยชน และมาตรฐานแรงงานอีกด้วย

ทั้งนี้ในรายงานได้ระบุถึงสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาและประเด็นที่น่ากังวล คือ ความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งพร้อมกับการมีบทบาทและความรับผิดชอบที่ชัดเจนในการประสานการดำเนินการ การติดตามและประเมินความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ การสร้างกลไกใหม่ที่มีผลผูกพันตามกฎหมายเพื่อเพิ่มการดำเนินการในประเด็นที่ความก้าวหน้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การจัดการองค์ความรู้ เช่น การรวบรวมความรู้ การสังเคราะห์และการแบ่งปันความรู้ รวมถึงการเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนวิทยาศาสตร์

รายงานฉบับเต็ม :

แหล่งที่มา : http://sdg.iisd.org/news/unep-assesses-eight-issues-of-concern-for-chemicals-and-waste-management/

SAICM สำรวจเครื่องมือด้านต้นทุนเพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดการสารเคมีอย่างถูกต้อง

Strategic Approach to International Chemicals Management (SAICM) ได้เผยแพร่รายงานว่าด้วยวิธีการในการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ของสารเคมีกับต้นทุนทางเศรษฐกิจสังคม สุขภาพและสิ่งแวดล้อม ในชื่อเรื่อง “บทบาทของเครื่องมือทางเศรษฐกิจในการจัดการสารเคมีและของเสีย” เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการกู้คืนต้นทุนและเครื่องมือนโยบายเศรษฐกิจในฐานะเครื่องมือที่มีศักยภาพในการระดมทรัพยากรและช่วยให้ประเทศต่างๆ บรรลุการจัดการสารเคมีและการจัดการขยะอย่างถูกต้อง”

รายงานได้อธิบายถึงต้นทุนภายนอกบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการจัดการสารเคมีและของเสียที่ไม่ถูกต้องในปัจจุบันยังไม่ได้นำมารวมอยู่ในราคาสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อปรับต้นทุนเหล่านี้ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของสารเคมี (ปัจจุบันอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ทั่วโลก (รวมถึงเวชภัณฑ์) มีมูลค่าประมาณ 5.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2573)

กลไกการกู้คืนต้นทุนและเครื่องมือนโยบายเศรษฐกิจมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สัญญาณและสร้างสิ่งจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า เช่น

  • การสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการผลิต การบริโภค และการกำจัดสินค้าขั้นสุดท้าย
  • สร้างแรงจูงใจเพื่อไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือสร้างขยะ
  • สร้างรายได้เพื่อให้ประเทศต่างๆสามารถให้ทุนแก่หน่วยงานด้านเคมีแห่งชาติ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการรวบรวม การคัดแยกและการรีไซเคิลของเสีย
  • ตอบสนองต่อความต้องการอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น
  • สร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมเพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามกฎและมาตรฐานเดียวกัน
  • สร้างการมีส่วนร่วมในความมุ่งมั่นในระดับชาติต่อ SDGs

โดยเครื่องมือที่รัฐบาลสามารถใช้ในการเป็นกลไกในการกู้คืนต้นทุนและเครื่องมือทางเศรษฐกิจ คือ ภาษี ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตทางการค้า และเงินอุดหนุน หรือการกำหนดเป้าหมายขยะ ซึ่งได้แก่ โปรแกรมการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตเพิ่มเติม (extended producer responsibility (EPR)) โปรแกรมคืนเงินมัดจำเพื่อกีดกันการกำจัดที่ไม่เหมาะสม และโปรแกรมจ่ายตามปริมาณที่คุณทิ้ง

โดยในขณะนี้ Beyond 2020 framework อยู่ระหว่างการพิจารณาและคาดว่าจะทราบผลลัพธ์ในการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดการสารเคมี ครั้งที่ 5 (ICCM5) ในปี 2564 และเพื่อเป็นการรักษาแหล่งเงินทุนสนับสนุนให้มีความมั่นคงต่อไป ได้มีการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับ “ สิ่งจูงใจด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity incentives)” ของ Convention on Biological Diversity (CBD) และโครงการกำหนดราคาคาร์บอนของธนาคารโลก (carbon pricing programme) และสำหรับการสนับสนุนขีดความสามารถได้แนะนำให้รวบรวมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับชาติเพื่อสร้าง “living document” ไว้ใน SAICM knowledge management platform  เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการระดับชาติ นอกจากนี้สำหรับการพัฒนานโยบายและการติดตามความคืบหน้าได้กล่าวถึงการพัฒนาโปรแกรม global cost internalization ซึ่งได้กำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการใช้กลไกและเครื่องมือ การปรับกรอบการทำงานให้สอดคล้องกันเพื่อปรับปรุงการติดตาม การรายงานผล และการประเมินกระแสการเงิน

รายงานฉบับเต็ม : http://www.saicm.org/Portals/12/Documents/Publications/SAICM_Policy_Brief-Economic-instruments.pdf

แหล่งที่มา : http://sdg.iisd.org/news/saicm-explores-costing-tools-for-sound-chemicals-management/