คลังเก็บป้ายกำกับ: climate change

ฤดูหนาวที่อบอุ่นส่งผลให้ราคาน้ำมันตกต่ำต่อไป

ราคาน้ำมันโลกยังคงดิ่งตัวต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบต่ำว่า 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นับเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ราคาก๊าซธรรมชาติในอเมริกาเองก็ทิ้งตัวลงต่ำเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ราคาก๊าซธรรมชาติของอเมริกาต่ำที่สุดในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา

ราคา เชื้อเพลิงที่ต่ำส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศที่งบประมาณกลางขึ้นอยู่กับรายได้จากการขายน้ำมัน บริษัทน้ำมันต่างๆ เริ่มจำเป็นต้องกู้ยืมจากธนาคารเพื่อนำมาอุดหนุนการขาดทุนอย่างต่อเนื่องใน ช่วงที่ผ่านมา การขึ้นอัตราตอกเบี้ยของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 16 ธันวาที่จะมาถึงคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทเหล่านี้อีก

อย่างไรก็ ตามราคาเชื้อเพลิงที่ทิ้งตัวต่ำลง นอกจากจะเป็นเพราะปริมาณการผลิตน้ำมันในกลุ่มประเทศ OPEC ที่มากกว่าความต้องการของตลาดแล้ว ความต้องการการใช้พลังงานของตลาดเองก็ลดต่ำลง โดยเฉพาะในเขตซีกโลกด้านเหนือที่ในปีนี้ฤดูหนาวมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงกว่า ปกติ นอกจากนี้นักสิ่งแวดล้อมก็เห็นว่าการประกาศข้อตกลงด้าน Climate-change ที่กรุงปารีสช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการส่งสัญญาณว่าการสิ้นสุดของยุค น้ำมันนั้นเริ่มขึ้นแล้ว

ที่มา Economic Espresso

ยุโรปมุ่งช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในด้านก๊าซเรือนเรือนกระจก

บรัสเซลส์ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558

สหภาพยุโรปแสดงความมุ่งมั่นในการช่วยประเทศกำลังพัฒนาลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของตน โดยจะทำการเพิ่มเงินบริจาคในด้านดังกล่าวในปีที่จะมาถึง ผ่านการรับรองของที่ประชุมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและการเงิน (ECOFIN)

ในปี 2014 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกได้บริจาคเงินกว่า 14.5 พันล้านยูโรให้กับประเทศที่ยากจน และประเทศที่มีความเสี่ยงที่สูง เพื่อทำการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทำการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาวะอากาศที่เกิดขึ้น การเพิ่มขึ้นของเงินบริจาคนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหภาพยุโรปในการมีส่วนร่วมในการบริจาคตามเป้าหมายที่ถูกตั้งในปีค.ศ. 2009 ที่กำหนดให้มีจำนวนเงินจากประเทศพัฒนาแล้วไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาในด้านดังกล่าว 100 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีภายในปีค.ศ. 2020 สหภาพยุโรปได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานการดำเนินการต่างๆ และเป็นผู้บริจาคหลักผ่านกองทุนพัฒนาระดับนานาชาติของตน และได้ตั้งเป้าหมายให้มีการจัดสรรงบประมาณระหว่างปี 2014-2020 ของสหภาพยุโรปเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 20 สำหรับการดำเนินการในด้าน climate action

นาย Pierre Moscovici กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงิน การจัดเก็บภาษีและศุลกากรยุโรปกล่าวว่า สหภาพยุโรปยืนยันความต้องการที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการสนับสนุนการเงินในด้าน Climate Finance ผ่านการรับรองการสนับสนุนด้านการเงินต่อประเทศกำลังพัฒนาในด้านดังกล่าวก่อนการประชุมของสหประชาชาติด้านสภาวะการเปลี่ยนแปลงของอากาศ COP21 ที่จะมาถึง และได้กำหนดหลักการที่ชัดเจนเพื่อให้ climate finance มีประสิทธิภาพสูงสุด (ซึ่งคือ) การที่ทุกฝ่ายจ่ายตามส่วนแบ่งที่สอดคล้องกับความสามารถของแต่ประเทศ การผลักดันให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมผ่านสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และการส่งเงินดังกล่าวไปสู่ประเทศที่มีความเปราะบางมากที่สุด

การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวก่อนการประชุม COP21 แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีด้านการเงินของสหภาพยุโรปจะช่วยเหลือการเงินในด้านดังกล่าวต่อประเทศที่มีความยากจน ในช่วงหลังปีค.ศ. 2020 ซึ่งเป็นปีที่ข้อบังคับด้านสภาพอากาศของโลกฉบับใหม่จะเริ่มมีผลใช้บังคับ คณะกรรมาธิการยังได้แสดงความสนับสนุนให้การเจรจาในกรุงปารีสทำการส่งสัญญาณไปสู่ภาคเอกชนให้มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการลงทุนด้าน low-emission และ climate-resilient นอกจากนี้ Climate finance จำเป็นที่จะต้องมีการสนับสนุนที่เหมาะสมเช่นแผนพัฒนาระดับชาติ กลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ นโยบายต่างๆ กระบวนการ และกรอบกฎระเบียบที่จะมาอำนวยความสะดวกในการดำเนินการของภาคเอกชน

สภารัฐมนตรีได้ทำการสรุปและเน้นถึงความจำเป็นในการเพิ่มการลงทุนในด้านการพัฒนา low-emission และ climate-resilience การลดการลงทุนที่มี high-carbon และความสำคัญของ carbon trading / carbon tax

คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงความยินดีต่อข้อสรุปและข้อตกลงของที่ประชุม และได้กล่าวถึงรายงานของ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) และ the Climate Policy Initiative (CPI) ที่ได้แสดงให้เห็นว่าประเทศพัฒนาแล้วได้ส่งเงินจำนวนเงินกว่า 62 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2014 ในด้าน climate finance และกว่า 52 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2013 จำนวนเงินดังกล่าวแม้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับปี 2020 (100 พันล้านเหรียญสหรัฐ) โดยสหภาพยุโรปได้บริจาคเข้ากองทุนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด

ที่มา http://europa.eu/rapid/press-release_IP-15-6045_en.htm

 

 

SILC II – ทุนวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมยุโรป

“ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการดูแล แต่ในขณะเดียวกัน เราไม่สามารถที่จะหยุดการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในยุโรปได้” นาย Michel Barnier กรรมาธิการยุโรปได้กล่าวไว้ สิ่งที่จะเป็นสำหรับยุโรปคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรม มีการปรับตัว และการพัฒนาให้ทันสมัย เพื่อให้ยุโรปมีศักยภาพในการแข่งขันที่สูง จึงเป็นที่มาของโครงการ Sustainable Industry Low Carbon II (หรือ SILC II) ที่มีมูลค่ากว่า 20 ล้านยูโร

ค่าใช้จ่ายในโครงการนี้ครอบคลุมโดยเงินวิจัยสนับสนุนภายใต้โครงการ Horizon 2020 โครงการนี้คาดว่าจะช่วยให้สหภาพยุโรปสามารถบรรลุเป้าหมายด้านพลังงาน การลดก๊าซเรือนกระจก และภาระด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้

 

ที่มาของข่าว — SILC II is a funding opportunity for EU industry to cope with the climate challenge