คลังเก็บป้ายกำกับ: แรงงาน

หุ่นยนต์จะแย่งงานของฉันไหม? Industry 4.0 กับการเปลี่ยนแปลงด้านแรงงาน

บริษัท ManpowerGroup หนึ่งในบริษัทจัดหางานที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้จัดทำรายงานผลกระทบของตลาดแรงงานจากการปฏิวัติเทคโนโลยีหรือ Industry 4.0 ในชื่อรายงาน “The Skills Revolution,” โดยได้ทำการเผยแพร่ในที่ประชุม World Economic Forum ที่ผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเมืองระดับนานาชาติมาพบกันที่เมือง Davos ประเทศ Switzerland.

รายงานดังกล่าวได้ทำการสัมภาษณ์พนักงานมากกว่า 18,000 คนใน 43 ประเทศจากหกภาคอุตสาหกรรม

Manpower พบว่าในขณะที่การพัฒนาเทคโนโลยีจะนำไปสู่การใช้ระบบอัตโนมัติที่สูงขึ้น จำนวนการจ้างงานและอัตราการจ้างงานในบางภาคส่วนจะลดลง อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญคือการเพิ่มความเชี่ยวชาญของภาคแรงงานหรือ การ “upskills” แรงงานให้มีศักยภาพและความสามารถเพียงพอในการทำงานในงานใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น

บริษัทต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องลงทุนในการฝึกฝนและอบรมพนักงานของตนให้ไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง (being left behind).

“เรากำลังอยู่ในช่วงที่เริ่มการปฏิวัติความเชี่ยวชาญ (ของแรงงาน) ซึ่งการช่วยให้ผู้คนยกระดับความสามารถของตนและปรับตัวให้เข้ากับโลกของการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจะเป็นความท้าทายที่สำคัญในปัจจุบัน ผู้ที่มีความสามารถที่ตรงตามความต้องการจะสามารถสร้างโอกาสให้กับตนเอง มีอำนาจ และสามารถเลือกว่าจะทำงานที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร นายJonas Prising, Chairman และ CEO ของบริษัท Manpower Group ได้กล่าวต่อที่ประชุม

“ส่วนผู้ที่ไม่มีความสามารถที่เหมาะสม จะไม่สามารถเห็นลู่ทางในการพัฒนาสถานะภาพของตนในอนาคตได้ ความแตกต่างที่สิ้นเชิงนี้จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ และไม่เป็นผลดีต่อทั้งสังคมและเศรษฐกิจ เราต้องพยายามพัฒนาแรงงานของเราในเชิงรุก เพื่อจัดการกับปัญหาช่องว่างระหว่างผู้ที่มี (the Haves) และผู้ที่ไม่มี (the Have Nots)

“ผู้นำและผู้มีอำนาจจะต้องรับผิดชอบและมีความกระตือรือร้นเพราะเราไม่สามารถที่จะชะลออัตราการพัฒนาของเทคโนโลยีหรือการขยายตัวของโลกาภิวัตน์ (globalisation) แต่เราสามารถจะลงทุนในการเพิ่มความคงทน (resilience) ของผู้คนและองค์กรของเราได้ แต่ละปัจเจกบุคคลจะต้องรักษาความสามารถในการเรียนรู้ (learnability) หรือความต้องการและความสามารถในการเรียนรู้เพื่อที่จะคงคุณค่าในด้านการจ้างงานไว้ (to stay relevant and remain employable)”

อย่างไรก็ตามการสำรวจความคิดเห็นแสดงว่าบริษัทส่วนใหญ่คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก นอกจากนี้บริษัทบางส่วนน่าจะหาพนักงานเพิ่มขึ้นแทนที่จะตัดจำนวนให้น้อยลงโดยร้อยละ 12 ของผู้ถูกสัมภาษณ์คาดว่าจะมีการลดตำแหน่งงานลง ร้อยละ 19 คาดว่าจะมีการเพิ่มตำแหน่งงานขึ้น และ ร้อยละ 65 คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

แผนที่ heatmap ด้านล่างแสดงให้เห็นประเทศที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบดังกล่าว เช่น อินเดีย สามในสี่ของนักธุรกิจระดับสูงคาดว่าจะมีการใช้ระบบอัตโนมัติจะเปลี่ยนแปลงการจ้างงานในไม่กี่ปีที่จะมาถึง  .

srynzkuy7skz7zbxm0mdy3ecciebqmv3kyxsjt3m-2i

ตำแหน่งของประเทศที่จะมีความเปลี่ยนแปลงของงานมากที่สุด

Image: Manpower Group

บริษัท ManpowerGroup ชี้ว่า “วงจรการเปลี่ยงแปลงของงานจะสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ ร้อยละ 65 ของงานสำหรับคน Gen Z ยังไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ” ดังนั้นการติดตามตลาดว่าความเชี่ยวชาญด้านไหนเป็นสิ่งที่ต้องการจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

s09az0r4clpq6pm8xidxgkz6jh59oyorg-gleityah8

อัตราการเพิ่มขึ้นของงานในอนาคต

Image: Manpower Group

รายงานดังกล่าวได้เพิ่มเติมว่านอกจากการเปลี่ยนแปลงงานแล้วหุ่นยนต์มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนกิจกรรมภายในแต่ละตำแหน่งงานด้วย “ความสร้างสรรค์ ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ (emotional intelligence) และ ทักษะการยืดหยุ่นความคิด (cognitive flexibility) เป็นทักษะที่สามารถดึงเอาศักยภาพที่จะพัฒนาได้ของมนุษย์ และทำให้มนุษย์สามารถช่วยเสริมหุ่นยนต์แทนที่จะถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์

 

ที่มา https://www.weforum.org/agenda/2017/01/heres-how-robots-are-going-to-change-employment

รัฐบาลสวิสฯ รับรองกฏหมายแรงงานข้ามชาติ เปิดทางการแก้ปัญหาระหว่างสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปได้ทำการรับรองกฎหมายฉบับใหม่ของสวิสเซอร์แลนด์ (วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา) ให้ที่อนุญาตให้ประชากรสหภาพยุโรปสามารถทำงานในสวิสฯ ได้กฎหมายดังกล่าวเป็นการเปิดทางการแก้ปัญหาด้านดังกล่าวระหว่างทั้งสองฝ่ายที่สืบเนื่องมาจากการลงประชามติด้านการอพยพของประชากร

คณะกรรมการจากทั้งสองฝ่ายได้แถลงการณ์ว่า กฎหมายที่ได้ผ่านการรับรองโดยรัฐบาลสวิสฯ จะมีผลในการจำกัดผลการลงประชามติในปี 2014 ที่เรียกร้องให้มีการระบุโค้วต้าจำนวนผู้อพยพไว้ในรัฐธรรมนูญของสวิสฯ

หนึ่งในผลกระทบของประชามติดังกล่าวคือการจำกัดการเคลื่อนไหวของประชากรในสหภาพยุโรปเข้าสู่สวิสฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของรัฐเชงเก้น ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปได้ตอบโต้โดยการยับยั้งการมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยของสหภาพยุโรป (โครงการ Horizon 2020 และ Erasmus+ ) ซึ่งหลังจากการลงประชามติครั้งนั้น รัฐบาลสวิสฯ ก็ได้ดำเนินการรับรองกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับผู้หางานที่อยู่ในประเทศตนเอง (ประชากรสัญชาติสวิสฯ และชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนกับบริษัทหางานสัญชาติสวิสฯ) และได้พยายามหลีกเลี่ยงการกำหนดโควตาสำหรับประชากรสหภาพยุโรป

การรับรองกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลสวิสฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวที่แสดงให้เห็นถึงท่าทีของสวิสฯ ในการต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ Free Movement of Workers กฎหมายดังกล่าวนั้นครอบคลุมไปถึงผู้หางานจากประเทศโครเอเชียที่เพิ่งเข้าร่วมสหภาพยุโรปในปีค.ศ. 2013 กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงความยินดีต่อการพัฒนาดังกล่าว และได้คืนสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการวิจัยให้กับสวิสฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ประธานของคณะกรรมาธิการ นาย Jean-Claude Juncker ได้กล่าวว่าปีค.ศ. 2017 อาจจะเป็นปีที่สำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและสวิสฯ เพื่อนำไปสู่ความรุ่งเรืองในด้านอิสรภาพในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะนำประโยชน์มาสู่ประชาชนของทั้งสองฝ่าย

การเจรจาที่ประสบความสำเร็จโดยสวิสฯ สามารถนำไปเป็นแบบอย่างของการเจรจาระหว่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ทำงานอย่างหนักและจัดทำข้อเสนอที่รัฐบาลสวิสฯ ไม่สามารถจะปฏิเสธได้

ในลำดับต่อไปรัฐบาลสวิสฯ จะต้องจัดหาแนวทางการนำกฎหมายที่เพิ่งจะผ่านการรับรองไปรับกับรัฐธรรมนูญที่เพิ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงผ่านการลงประชามติ โดยอาจจะเป็นไปในรูปแบบการระบุว่าประชามติดังกล่าว ไม่มีผลบังคับใช้ต่อข้อตกลงในระดับนานาชาติต่าง ๆ เช่น EU-Switzerland agreements และ European Convention on Human Right

สหภาพยุโรปมุ่งยกระดับ Mobility ของแรงงานให้สูงขึ้น

ในอนาคตอันใกล้นี้ (2013-2020) สัดส่วนประชากรที่อยู่ในช่วงอายุทำงาน (15-64ปี) จะลดลงถึง 7.5 ล้านคน แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้แรงงานต่างชาติของสหภาพยุโรป และการยกระดับ mobility ของแรงงาน (ความยินยอมในการเปลี่ยนงานหรือย้ายถิ่นฐานเพื่องาน) เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป รายงานของ OECD ที่เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ ได้ไฮไลท์ว่า mobility ของกลุ่มแรงงานเป็นตัวแปรหลักในการท้าทายความเปลี่ยนแปลงด้านประชากรที่จะมา ถึงนี้ นอกจากนี้การลดความแตกต่างระหว่างเพศและการผลักดันให้จำนวนประชากรที่อยู่ในช่วงอายุใช้แรงงานให้เข้ามาทำงานเพิ่มขึ้น ก็เป็นมาตรการที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาประชากรสูงอายุอีกด้วย

การสำรวจความคิดเห็นของบริษัทในสหภาพยุโรป แสดงให้เห็นว่ากว่าร้อยละ 40 ของบริษัทในสหภาพยุโรปประสบปัญหาในการหาแรงงานที่มีฝีมือ และในสิบปีต่อจากนี้คาดว่าจะมีการขาดแคลนแรงงานในบางกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มความสามารถระดับกลางและบน OECD ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหานี้โดยนโยบายสามข้อด้วยกัน

  1. ยกระดับ mobility ของแรงงานในสหภาพยุโรป เพื่อให้มีการไหลเวียนของความเชี่ยวชาญและความสามารถไปสู่จุดที่มีความต้องการ
  2. ยกระดับความกลมเกลียว (integration) ของผู้ย้ายถิ่นฐานจากนอกสหภาพยุโรปเพื่อการใช้ประโยชน์จากแรงงานเหล่านี้อย่างชาญฉลาด (smarter use)
  3. ดึงดูดแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญจากนอกสหภาพยุโรป เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในสหภาพยุโรป

นอกจากนี้รายงานของ OECD ยังได้เน้นว่าการลดอุปสรรคในการย้ายงาน การเพิ่มประสิทธิภาพในการจับคู่งานและแรงงาน การเทียบระดับความรู้ และการฝึกอบรมด้านภาษา นั้นเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้แรงงานย้ายถิ่นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้

สหภาพยุโรปได้เริ่มทำการกำจัด และลดอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายแรงงานเหล่านี้แล้ว รวมทั้งการจัดตั้งข้อบังคับและกฎต่างๆที่เกี่ยวข้อง และทำเวปไซด์ช่วยการจัดหางานผ่าน EURES นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้เสนอแนวปฎิบัติที่เกี่ยวข้องกับตลาดแรงงานใน Annual Economic policy recommendation ซึ่งเป็นรายงานประจำปีให้กับประเทศสมาชิกด้วย