คลังเก็บป้ายกำกับ: เศรษฐกิจหมุนเวียน

รายงานแนวทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนของ 5 อุตสาหกรรมสำคัญ

สาระสำคัญ

รายงานนำเสนอรูปแบบของเศรษฐกิจหมุนเวียนของ 5 อุตสาหกรรม ซึ่งประกอบด้วย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ อาหาร พลาสติก และ Capital Equipment
เนื้อหาประกอบด้วย รูปแบบที่คาดหวังในอนาคต ผลที่ตามมาต่อมนุษย์และโลก หากสามารถบรรลุเป้าหมาย อุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินการ การดำเนินงานที่จะช่วยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่ดีที่สุด

Platform for Accelerating the Circular Economy (PACE) ได้เผยแพร่รายงานของ 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ อาหาร พลาสติก และ Capital Equipment โดยนำเสนอแนวทางของแต่ละอุตสาหกรรมเพื่อเร่งการเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเรียกว่า “Circular Economy Action Agenda” แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการร่วมกัน โดยในแต่ละรายงานจะประกอบด้วย วัตถุประสงค์ รูปแบบที่จะเปลี่ยนไป ผลกระทบต่อมนุษย์และโลก อุปสรรคที่จะส่งผลต่อการดำเนินการ และการดำเนินงานที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการเปลี่ยนแปลงในแต่ละภาคส่วนให้สามารถนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น

1) อุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

  • รูปแบบที่คาดหวัง – สินค้าใช้วัสดุรีไซเคิลมากขึ้น การออกแบบเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และง่ายต่อการรวบรวมเพื่อรีไซเคิล
  • อุปสรรค – ระบบการผลิตที่ต้องใช้วัสดุใหม่ ขาดมาตรฐานสากลในการออกแบบเพื่อมุ่งสู่การหมุนเวียน และความไม่สอดคล้องของระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งการขาดความรู้เกี่ยวกับความเป็นอันตรายที่เกิดจากขยะอิเล็กทรอนิกส์
  • แนวทางการดำเนินการ – ให้สิทธิประโยชน์สำหรับการออกแบบสินค้าที่ส่งเสริมระบบหมุนเวียน การช่วยจัดหาวัตถุดิบรีไซเคิลให้ง่ายขึ้น เพิ่มความต้องการของตลาดสำหรับสินค้าและบริการในรูปแบบหมุนเวียน การจัดตั้งระบบการเก็บรวบรวมให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคนำมาคืนหากไม่ได้ใช้งาน รวมถึงการชี้แนะว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายควรเริ่มอย่างไร นอกจากนี้ได้กล่าวถึงการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดนตามอนุสัญญาบาเซล ให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส โดยเสนอแนะให้มีการรวบรวมและพัฒนาใบรับรองและช่องทางสีเขียว (Green lane) เพื่อส่งเสริมแนวทางการจัดการอย่างเหมาะสมสำหรับขยะอิเล็กทรอนิกส์

2) อุตสาหกรรมสิ่งทอ

  • รูปแบบที่คาดหวัง – สิ่งทอมีความปลอดภัย สามารถรีไซเคิลหรืออยู่ในสภาพที่เอื้อต่อการอยู่ในระบบหมุนเวียน รวมทั้งใช้งานได้ยาวนานขึ้น
  • อุปสรรค – ความอ่อนไหวของราคาที่สูง มีรอบของแนวโน้มหรือทิศทางของตลาดที่สั้น ระบบจัดเก็บและระบบคัดแยกไม่ได้มาตรฐาน มีการใช้เส้นใยผสมและสารแต่งเติม ซึ่งส่งผลต่อการรีไซเคิลสิ่งทอ
  • แนวทางการดำเนินการ – ให้สิทธิประโยชน์และสนับสนุนการออกแบบสินค้าที่ใช้งานได้นานขึ้นและง่ายต่อการรีไซเคิล การส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค แนะนำแนวทางรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ที่ส่งเสริมระบบหมุนเวียน เพิ่มประสิทธิภาพของการคัดแยกสิ่งทอ การทำให้ตลาดสิ่งทอที่ใช้แล้ว (recycled fibers) มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น รวมทั้งการส่งออกสิ่งทอที่ใช้แล้วให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและยังคงรักษาอุตสาหกรรมในประเทศผู้รับด้วย

3) อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก

  • รูปแบบที่คาดหวัง – การกำจัดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนจากการใช้วัตถุดิบใหม่ไปเป็นวัตถุดิบรีไซเคิลหรือผลิตด้วยวัตถุดิบชีวภาพ
  • อุปสรรค – การค้าขยะพลาสติกทั่วโลกมีลักษณะที่แยกส่วน ไม่เชื่อมต่อกัน จึงทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการลงทุนในด้านการขนส่งกลับ (reverse logistic) และโครงสร้างพื้นฐานของการรีไซเคิล 
  • แนวทางการดำเนินการ – การวางแผนระบบคัดแยกและรีไซเคิลให้เป็นไปตามระเบียบการค้า กระตุ้นให้มีการนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลพลาสติก รวมถึงระบบการรวบรวมให้สอดคล้องกับ Basel convention’s Plastic Waste Amendments ที่มีผลบังคับใช้เมื่อมกราคม 2564 ในการควบคุมการเคลื่อนย้ายขยะพลาสติก

4) อุตสาหกรรมอาหาร

  • รูปแบบที่คาดหวัง – รีไซเคิลสารอาหารเพื่อไปทำสิ่งทอหรืออาหารสัตว์ หรือแม้แต่นำไปใช้ในเชิงนวัตกรรม
  • อุปสรรค – การให้สิทธิประโยชน์ที่ผิด เช่น การอุดหนุนการเกษตรที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ การขาดเงินทุนหรือการสนับสนุนการผลิตอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการเชื่อมโยงและการขนส่งที่ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งส่งผลต่อการจัดเก็บและการเน่าเสียของอาหาร 
  • แนวทางการดำเนินการ – การเปลี่ยนขยะอาหารและผลพลอยได้ให้ไปเป็นทรัพยากรที่มีค่าและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตลาดรองเพื่อรองรับปัจจัยการผลิตเหล่านี้

5) อุตสาหกรรม Capital Equipment ซึ่งหมายรวมถึง อาคาร เครื่องจักร และโครงสร้างพื้นฐาน

  • รูปแบบที่คาดหวัง – การออกแบบให้สามารถนำกลับไปใช้ซ้ำ (มากกว่าการรีไซเคิล) รูปแบบธุรกิจแบบให้บริการ (product-as-a-service)
  • อุปสรรค – การไม่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายในบางรูปแบบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งคืน Capital Equipment เพื่อการปรับปรุงใหม่หรือนำกลับไปใช้ใหม่
  • แนวทางการดำเนินการ – ให้สิทธิประโยชน์สำหรับการออกแบบสินค้าที่อยู่ในระบบหมุนเวียน มุ่งสู่การให้บริการมากกว่าการขาย เพิ่มการส่งคืนสินค้าที่ไม่ใช้แล้ว การรับผิดชอบสำหรับการขนส่ง  แบบกลับ (reverse logistic)

ทั้งนี้รายงานทั้ง 5 เล่มที่นำเสนอข้างต้นเป็นการรวบรวมข้อคิดเห็นและคำชี้แนะ จากกว่า 200 ผู้เชี่ยวชาญจาก 100 ภาคธุรกิจ ภาครัฐและภาคประชาสังคม


แหล่งที่มา : https://sdg.iisd.org/news/pace-releases-guidance-for-circular-economy-transition-in-five-sectors/

สมุดปกขาว “บทบาทของการค้าในการขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนให้มากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์”

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 World Economic Forum (WEF) ได้เผยแพร่สมุดปกขาวหัวข้อ “Facilitate Trade Along Circular Electronics Value Chains” เนื้อหากล่าวถึงความท้าทายที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าในการปรับห่วงโซ่เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์หมุนเวียน (circular electronics) มุ่งเน้นถึงความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงคุณภาพ พร้อมทั้งจำกัดการจัดการอย่างไม่เหมาะสมหรือการทิ้งที่ไม่จำเป็น ผ่านการให้แนวทางแก้ไขเชิงนโยบายการค้า รวมถึงข้อตกลงระดับนานาชาติระหว่างรัฐบาล โครงการนำร่องด้านกฎระเบียบทวิภาคี และโครงการริเริ่มความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน (public‑private initiatives)

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิดที่ช่วยให้รูปแบบการทำงานหลายอย่างยังสามารถเชื่อมต่อกันได้ แต่ในปัจจุบันพบว่าอุปกรณ์เหล่านั้นถูกทิ้งหรือถูกจัดการอย่างไม่ปลอดภัย และจากรายงาน UN Global E-Waste Monitor 2020 พบว่าในปี 2562 เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์  ทั่วโลกกว่า 53.6 เมตริกตัน โดยร้อยละ 82 ไม่ได้ถูกเก็บหรือจัดการอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม   

โดยความท้าทายหลักของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คือ ความซับซ้อนของการจำแนกประเภทผลิตภัณฑ์ ปัจจัยที่นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการส่งกลับสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วที่เป็นอันตราย และความยุ่งยากในการขออนุญาตค้าขาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ถูกจำแนกว่าเป็นอันตราย ตัวอย่างเช่น ต้นทุนการส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วกลับสูงกว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ถึงร้อยละ 31 และความล่าช้าในการดำเนินเรื่องเอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อันตรายใช้เวลานานถึง 14 เดือน

แนวทางแก้ไขเพื่อเอื้ออำนวยทางการค้าที่เป็นไปได้ คือ มาตรการข้ามพรมแดนและภายในประเทศ ต้องมีความโปร่งใสในการจำแนกประเภทของเสียและการเคลื่อนย้ายของเสีย รวมถึงการดำเนินนโยบายด้านเครื่องมือทางการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือด้านกฎระเบียบระหว่างประเทศ เช่น เมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถูกจัดประเภทว่าเป็นอันตรายภายใต้อนุสัญญาบาเซลหรือภายในประเทศ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจถูกห้ามค้าขาย และหากอนุญาตให้เคลื่อนย้ายข้ามแดนจะต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้า (PIC) จากประเทศนำเข้าและขนส่ง โดยผ่านการสร้างศักยภาพในการซื้อขายทางการค้าผ่านการกระบวนการ PIC ที่ดำเนินการด้วยระบบดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ รวมถึงความร่วมมือด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับระบบติดตามผลอย่างรวดเร็ว (fast-track systems) สำหรับใบอนุญาตหรือการให้ระยะเวลาอนุญาตได้นานขึ้น

โดยรายงานจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางเศรษฐกิจหมุนเวียนของอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม โดยจะเผยแพร่ในเดือนมกราคม 2564

รายงานฉบับเต็ม : https://www.weforum.org/whitepapers/facilitating-trade-along-circular-electronics-value-chains

แหล่งที่มา : https://sdg.iisd.org/news/wef-paper-guides-trade-facilitation-of-more-circular-electronics-industry/

WEF เผยแพร่สมุดปกขาวว่าด้วยนโยบายเพื่อส่งเสริมพลาสติกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

http://www3.weforum.org/docs/WEF_Plastics_the_Circular_Economy_and_Global_Trade_2020.pdf

World Economic Forum (WEF) ได้เผยแพร่สมุดปกขาว (White paper) ว่าด้วยการวิเคราะห์โอกาสเพื่อส่งเสริมให้พลาสติกมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น โดยได้นำผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและการค้ามาร่วมวิเคราะห์และชี้แนวทางสำหรับการค้าและการลงทุนเพื่อจัดการกับความท้าทายของปัญหาขยะพลาสติกข้ามพรมแดนและการมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

ในปัจจุบันโลกผลิตพลาสติกมากกว่า 400 ล้านตันต่อปี โดยมีเพียงร้อยละ 14 – 18 เท่านั้นของขยะพลาสติกที่ถูกนำไปรีไซเคิลอย่างถูกต้อง และส่วนมากมักจะส่งออกไปต่างประเทศเพื่อไปรีไซเคิล จากบริบทนี้ทำให้ต้องมีการหาแนวทางระเบียบข้อบังคับเพื่อทำให้การค้าขายเป็นไปอย่างถูกต้องและอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาดสำหรับการรีไซเคิล

โดยในปัจจุบันความท้าทายเพื่อขยายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติกมี 4 ความท้าทายหลัก ดังนี้ 1) กฎระเบียบ เช่น การห้ามหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้าขยะพลาสติก 2) มาตรฐานและข้อมูล เช่น มาตรฐานด้านฉลาก หรือ ภาครัฐต้องการให้ผู้รีไซเคิลผลิตพลาสติกรีไซเคิลในหลายเกรด ซึ่งทำให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น 3) การลงทุน คือ การส่งเสริมภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำเพื่อทำให้เกิดการคุ้มค่าในการลงทุน 4) กระบวนการ เช่น ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไปในอนุสัญญาบาเซลจะควบคุมการค้าขยะพลาสติกข้ามพรมแดนผ่านขั้นตอนการขอความยินยอมล่วงหน้า (PIC)

นอกจากนี้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวเนื่องกับการระบาดของโควิด-19 ด้วยว่าทำให้มีความต้องการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพิ่มขึ้นทั้งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) บรรจุภัณฑ์จากการสั่งออนไลน์ บรรจุภัณฑ์จากบริการส่งอาหาร แต่ในขณะเดียวกันโควิด-19 ได้ทำให้ความสามารถในการรีไซเคิลลดลงจากการล็อคดาวน์  รวมทั้งรัฐบาลในบางประเทศได้มีการ “ยกเลิกการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง” เพื่อรักษาอัตราการติดเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่รัฐบาลอื่นก็ได้ระงับหรือชะลอการห้ามใช้ถุงพลาสติก โดยสุดท้ายได้มีการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนและดำเนินการในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาจากพลาสติกด้วย

ในบทสรุปมีการนำเสนอนโยบายการค้าเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเพื่อมุ่งไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่มากขึ้นของทั่วโลกแบ่งออกเป็น 3 นโยบาย ได้แก่ 1) มาตรการระหว่างพรมแดน (border measures) เช่น อนุสัญญาบาเซล การสร้างระบบการจำแนกขยะพลาสติกที่สอดคล้องกัน การลดภาษี การห้ามส่งออก การเอื้ออำนวยด้านการค้า และการจัดการกับการค้าที่ผิดกฎหมาย 2) กลไกภายใน เช่น การบริการด้านรีไซเคิล การเอื้ออำนวยต่อการลงทุน การสนับสนุนด้านเทคนิคเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และ 3) การเพิ่มความโปร่งใส เช่น กฎระเบียบภายในประเทศ การแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และระบบการตรวจสอบข้อมูล

ทั้งนี้ได้มีการแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการจำแนกระหว่างประเทศว่าด้วยการจำแนกความแตกต่างของพลาสติกประเภทต่างๆ เพื่อทำให้ประเทศต่างๆ นำไปกำหนดมาตรการสร้างแรงจูงใจทางการค้าได้อย่างถูกต้องและเอื้อต่อการรวบรวมข้อมูลได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นด้วย โดยสรุปแก่นหลัก คือ หากต้องการทำให้พลาสติกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น “ต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในด้านการจัดการขยะและการรีไซเคิลนั่นเอง” รวมทั้งการใช้แนวทางองค์รวมในการจัดการพลาสติกผ่านการลด การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิลพลาสติก

แหล่งที่มา : http://sdg.iisd.org/news/wef-brief-explores-opportunities-for-circular-plastics-economy/?utm_medium=email&utm_campaign=SDG%20Weekly%20Update%20-%2021%20August%202020&utm_content=SDG%20Weekly%20Update%20-%2021%20August%202020+CID_4b870ed91d3c944e011010411a429385&utm_source=cm&utm_term=Read

Circular Economy Package ของสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปได้ทำการประกาศแผน Circular Economy Package ขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2018 หรือเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว จุดประสงค์ของแผนดังกล่าวคือการร่วมผลักดันให้เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปมีความยั่งยืนมากขึ้น ผ่านการดำเนินการ Circular Economy Action Plan

รายละเอียดของแผนดังกล่าวโดยรวม ได้แก่

  • ยุทธศาสตร์จัดการพลาสติก EU Strategy for Plastics in the Circular Economy ที่ครอบคลุมทั้งสหภาพยุโรป ที่มุ่งเปลี่ยนแปลงการออกแบบ การใช้สอย และการนำมาใช้อีกครั้งของผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยมุ่งดำเนินการให้บรรจุภัณฑ์พลาสติก จะต้องสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมดภายในปีค.ศ. 2030
  • การผลักดันข้อเสนอที่เกี่ยวกับการดำเนินการของท่าเรือ (Port reception facilities) เพื่อเป็นการผลักดันลดการรั่วไหลของพลาสติกไปสู่สิ่งแวดล้อม และท้องทะเล รวมทั้งการรายงานผลกระทบของ oxo-degradable พลาสติก ต่อสิ่งแวดล้อม
  • การนำเสนอต่อที่ประชุมผลการประเมินแนวทางการดำเนินการกรอบกฏหมายด้านสารเคมี ผลิตภัณฑ์ และของเสีย (Legislation on the interface between chemical, product, and waste)
  • การจัดทำกรอบการติดตามผลการดำเนินการเศรษฐกิจหมุนเวียน ในระดับสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิก ซึ่งประกอบด้วยสิบตัวชี้วัดในแต่ละภาคส่วน เช่น การผลิต การบริโภค การจัดการของเสียและทรัพยากร การลงทุนการจ้างงาน รวมไปถึงด้านนวัตกรรม
  • การจัดทำรายงานทรัพยากรที่มีความสำคัญและเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่เน้นผลกระทบในการนำเอาวัตถุดิบ 27 ประเภทมาใช้ซ้ำภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านเอกสารที่เกี่ยวข้องและแนวทางดำเนินการในด้านดังกล่าวของสหภาพยุโรปได้ที่

http://ec.europa.eu/environment/circular-economy/index_en.htm