คลังเก็บป้ายกำกับ: ออสเตรีย

ระบบรางออสเตรีย – จากอดีตสู่อนาคต

ในปีพ.ศ. 2561 นี้จะครบรอบ 180 ปีการคมนาคมระบบรางของประเทศออสเตรีย ซึ่งในปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพระบบหนึ่งของโลก ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ความสามารถในการของออสเตรียอยู่ที่อันดับ 14 ของโลกในด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน (โดย World Economic Forum) และไล่หลังประเทศเพื่อนบ้านเช่น เยอรมัน (อันดับที่ 8 ) และสวิสเซอร์แลนด์ (อันดับที่ 6 ) ไม่ไกลมาก กล่าวกันว่าออสเตรียอาจจะได้ลำดับที่สูงกว่านี้หากพิจารณาเพียงโครงสร้างของระบบรางและถนนเท่านั้น ทำไมออสเตรียถึงมีโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่ดีทั้งๆ ที่เป็นประเทศที่เล็ก มีประชากรไม่ถึง 9 ล้านคน ?

ต้นทางระบบรางออสเตรีย

ประวัติศาสตร์ระบบรางของออสเตรียเริ่มขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1515 โดยมีระบบกระเช้ารางที่ให้บริการขึ้นลงปราสาท Salzburg (ในปัจจุบันยังสามารถใช้บริการได้อยู่) ต่อมามีการสร้างระบบรถรางม้าลากในช่วงปีศตวรรษที่ 18 จนในปีค.ศ. 1838 ระบบรางรถจักรไอน้ำ ในชื่อ Kaiser-Fraz-Ferdinands-Nordbahn ได้เปิดทำการเป็นระบบแรกของออสเตรีย ให้บริการรับส่งประชาชนในเขตเหนือของประเทศ  ระบบดังกล่าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การล่มสลายของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ในปีค.ศ. 1918 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน มีการจัดตั้งองค์กรใหม่ ๆ เข้ามาดูแลและเปลี่ยนมือไปอยู่ภายใต้การจัดการของรัฐนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนเมื่อหลังสงครามโลกมีการจัดตั้งองค์กร Österreichische Bundesbahnen หรือ ÖBB มาดูแลระบบรางและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบัน ÖBB ยังคงเป็นผู้ดูแลระบบรางรถไฟของออสเตรียทั้งหมด

Train_Austria.png

ÖBB ดูแลระบบรางเชื่อมต่อในระดับประเทศ

ในช่วงแรกที่มีการก่อตั้ง (1918-1969) ÖBB เป็นองค์กรเอกเทศที่มีจุดประสงค์หลักในการหากำไร (independent, commercial enterprise) แต่ในปี 1969 มีการจัดตั้งกฎหมายด้านรถไฟที่ทำให้ ÖBB ตกเป็นของรัฐ มีการควบคุมงบประมาณและการลงทุนต่าง ๆ โดยรัฐบาล อย่างไรก็ตามในปีค.ศ. 1992 ÖBB  ถูกเปลี่ยนสถานะให้เป็นรัฐวิสาหกิจ และได้สิทธิในการดูแลงบประมาณของตนแต่ยังอยู่ภายใต้กฎและข้อบังคับดของออสเตรียและสหภาพยุโรป และมีการลดงบประมาณขององค์กรที่มาจากเงินภาษีของประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทให้สูงขึ้น ต่อมามีการเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรจากรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทโฮดดิ้ง (holding) ที่สามารถถือหุ้นในกิจการต่าง ๆ ได้ เพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนของบริษัทให้สูงขึ้น ปัจจุบัน ÖBB มีบริษัทลูกจำนวนมาก ทั้งในภาคคมนาคม โลจิสติกส์ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และโฆษณา มีรายได้มากกว่า 5 พันล้านยูโรต่อปี และมีพนักงานมากกว่า 40,000 คน ครอบคลุมยุโรปกลางเกือบทุกประเทศ ดูแลระบบรางเป็นระยะรางรวมกว่า 4,900 กิโลเมตร (ระบบรางไฟฟ้าร้อยละ 72) สถานีรถไฟกว่า 1,128 สถานี มีหัวรถจักร 1,093 ขบวน ตู้รถกว่า 2,799 ตู้ รถขนสินค้า 26,518 ขบวนและรถบัส 2,200 คัน

 การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง

แม้ว่าระบบรางของออสเตรียจะเป็นระดับแนวหน้าของโลก แต่ก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ÖBB ได้ลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มีการสร้างสถานีรถไฟหลักในกรุงเวียนนาหรือ Hauptbahnhof มูลค่ากว่า 220 ล้านยูโร (เปิดใช้เต็มศักยภาพเมื่อปีค.ศ. 2015) เพื่อศักยภาพของเส้นทา Vienna – Linz ขึ้นอีกสี่เท่าตัว สร้างเส้นทาง St Pölten bypass (เปิดใช้ในเดือนธันวาคม 2560) และเส้นทา Kleinmünchen – Linz ที่จะเปิดในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเส้นทางรถไฟตะวันตกหรือ Western Railway ที่จะได้รับเพิ่มรางอีกสองรางในช่วง Linz – Wels section ที่เป็นคอขวดของรถไฟขนสินค้าและผู้โดยสารไปสู่ Salzburg และเยอรมนีในปัจจุบัน.

ออสเตรียลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบรางอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง มูลค่าในการลงทุนในด้านดังกล่าวคิดต่อหัวประชากรถึง 258 ยูโรต่อคน (ปีค.ศ. 2012) ซึ่งเป็นรองเพียงสวิสเซอร์แลนด์ (349 ยูโรต่อคน) และมากกว่าสหราชอาณาจักรถึงสองเท่าครึ่ง (110 ยูโรต่อคน) ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ทั้งในด้านระบบราง ถนน และโครงข่ายบรอดแบนด์ ต่อการรองรับกิจกรรมทางธุรกิจ การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว นอกจากนี้บางส่วนก็มาจากความกดดันจากประเทศเพื่อนบ้าน ออสเตรียรายล้อมโดยสี่จากเก้าประเทศในสหภาพยุโรปที่มี transport corridors ที่ดีที่สุด การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชิงโอกาสในการเป็น land-link country และเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

ทุก 68,000 ยูโรที่ลงทุนในด้าน railway capital stock จะส่งผลให้มีการสร้างงานในออสเตรียหนึ่งตำแหน่ง.” เฮอร์เบริด คาสเซิล เลขาธิการเอกของกระทรวง คมนาคม นวัตกรรม และเทคโนโลยี

EC_562-2.jpg
Source: Wiki

ลงทุนด้านโครงสร้างเพื่อสร้างงาน

นาย เฮอร์เบริด คาสเซิล เลขาธิการเอกของกระทรวง คมนาคม นวัตกรรม และเทคโนโลยี ได้กล่าวว่า การมีโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมที่ดียิ่งมีประโยชน์ที่มากมายในบริบทของตลาดแรงงาน การเข้าถึงทรัพยากร การท่องเที่ยว ที่มีความคล่องตัวสูง การลงทุนในด้านดังกล่าวเปรียบเสมอการเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้กับบริษัทในออสเตรีย ส่งผลให้มีศักยภาพการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว นายเฮอร์เบริดยังได้กล่าวถึง งานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าทุก 68,000 ยูโรที่ลงทุนในด้าน railway capital stock จะส่งผลให้มีการสร้างงานหนึ่งตำแหน่ง นอกจากนี้กิจการธุรกิจส่วนใหญ่ ต่างหาที่ตั้งที่มีการเชื่อมต่อ เข้าถึงง่าย และดึงดูดต่อแรงงาน

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ออสเตรียสามารถพัฒนาระบบรางของตนเองอย่างต่อเนื่อง คือความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนโดยเฉพาะด้านการขุดอุโมงค์ โครงการ Brenner Base Tunnel เป็นโครงการขุดอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในโลก เป็นระยะทางกว่า 55 กิโลเมตร โดยจะขุดทะลุเทือกเขาแอลป์ด้านตะวันออกเพื่อเชื่อมเมืองอินสบูรก์ กับเมืองโฟรตเตซ่าในอิตาลี โครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวมกว่าหลายพันล้านยูโร

กลุ่มล๊อบบียิสต์ด้านคมนาคม VCÖ ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาระบบรางของออสเตรียในช่วงสิบปีที่ผ่านมา สร้างให้คนออสเตรียมีความภาคภูมิใจในด้านดังกล่าว กลุ่ม VCÖ เป็นองค์กรวิ่งเต้นทางการเมืองด้านคมนาคมที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นมาในปีค.ศ. 1988 เพื่อส่งเสริมการสร้างระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้าถึงได้ง่าย มีส่วนร่วมและให้โอกาสที่เท่าเทียมต่อประชาชนทุกคน นายอูลา ราสมูสเซนกล่าวว่าออสเตรียควรจะตั้งเป้าในการลงทุนให้สามารถเทียบเท่าสวิสเซอร์แลนด์ภายในปีค.ศ. 2025 ปัจจุบันประชากรของสวิสเซอร์แลนด์เดินทางโดยระบบรางเฉลี่ย 2,429 กิโลเมตรต่อคนต่อปี (สูงที่สุดในสหภาพยุโรป) และตามมาโดยออสเตรีย เฉลี่ย 1,426 กิโลเมตรต่อคนต่อปี

o%cc%88bb_ec_162_in_innsbruck_hbf
สถานี Innsbruck – source:wiki

โครงการระบบรถไฟของออสเตรียในปี 2017-2022

ÖBB มีแผนที่จะขยายโครงสร้างระบบรางของตนเองในเขตภายใต้ของประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างเวียนนาและคาริเทียร์ โครงการเจาะอุโมงค์Semmering Base Tunnel (27 กิโลเมตร) Koralm Tunnel (33 กิโลเมตร) และเส้นทางระหว่างเมืองกราซ และอุโมงค์ Koralm ได้เริ่มก่อสร้างโดยเฉพาะจากด้านตะวันออกไปสู่เมือ Klagenfurt เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จในปีค.ศ. 2023 จะช่วยลดระยะทางและเวลาการเดินทางระหว่างเวียนนา กราซ คราเก้นฟอร์ด และวิลลาคได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังมีโครงการอุโมงค์ Brenner Base Tunnel ที่เริ่มขุดไปได้ 60 กิโลเมตรจาก230 กิโลเมตร และการลงทุนสร้า Vienna South intermodal terminal ที่เปิดไปเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา การขยาย Wolfurt intermodal terminal ที่จะแล้วเสร็จในปีหน้า โครงการเหล่านี้จะช่วยรองรับการขยายตัวของตลาดการขนส่งสินค้าของออสเตรีย

โครงการเหล่านี้ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลออสเตรีย ไปเมื่อปลายปีค.ศ. 2016 โดยมอบหมายให้ ÖBB ดำเนินการผ่านแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานช่วงปีค.ศ. 2017-2022 รวมมูลค่ากว่า €15.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 400 พันล้านบาท) ในช่วงห้าปีดังกล่าว

โดยงบประมาณส่วนใหญ่ตกอยู่ที่โครงการก่อนสร้างที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เช่นโครงการ Semmering Base Tunnel (€1.7พันล้าน), โครงการ Koralm Line (€2.6 พันล้าน) และ โครงการBrenner Base Tunnel (€2.5 พันล้าน) นอกจากนั้นเป็นโครงการเพิ่มราง ขยายศักยภาพ และปรับปรุงสถานีต่างๆ และการลงทุนปรับปรุงระบบรางที่มีอยู่แล้ว (€3.8 พันล้าน)  นอกจากนี้ยังได้สั่งหัวรถลากรุ่น Vectron 200 ขบวนจากบริษัท Siemens

Wiener Linien และ Wiener Stadtwerk ชีวิตในเมืองให้เราดูแล

การที่กรุงเวียนนาได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน นอกจากน้ำดื่มที่มีคุณภาพสูง บ้านเมืองที่มีความสวยงามแล้ว ระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพก็มีส่วนที่ทำให้ ชาวเวียนนามีคุณภาพชีวิตที่ดี

Wiener Linien เป็นบริษัทลูกของ Wiener Stadtwerk ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจของกรุงเวียนนา ดูแลโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเช่น พลังงาน การคมนาคมและ สุสาน

ULF_B679_25_Tokiostrasse.jpg

ระบบโครงข่ายคมนาคมที่ Wiener Linien ดูแลประกอบด้วย

  • ระบบราง U-Bahn หรือรถรางใต้ดิน/บนดิน 5 สาย รวม 78.5 กิโลเมตร มีผู้โดยสารต่อปี 428.8 ล้านคน
  • ระบบรถรางบนดิน 29 สาย ระยะทาง 222.7 กิโลเมตร มีผู้โดยสารต่อปี 298 ล้านคน
  • ระบบรถเมล์ 127 สายระยะทาง 846.7 กิโลเมตร มีผู้โดยสาร 201.1 ล้านคน

ปัจจุบันมีโครงการที่จะสร้างระบบราง U-Bahn เพิ่มขึ้นอีก 1 สายคือ U5 (เปิดใช้ปีค.ศ. 2023) โครงการต่อเติมสาย U1 (เปิดใช้ปีค.ศ. 2017 ) และการเปลี่ยนระบบสาย U4 ให้ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากการดำเนินการระบบคมนาคมของเมือง ซึ่งมีทั้งระบบรางแทรม รางใต้ดิน และระบบรถเมล์แล้ว Wiener Stadtwerk ยังมีการดำเนินการด้านการวิจัยที่เกี่ยวกับระบบคมนาคมเพื่อพัฒนานวัตกรรมของตนเองอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยปัจจุบันมีโครงการดังนี้:

  • Brake Energy – โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบรถไฟใต้ดิน โดยใช้พลังงานจากการหยุดรถในการสร้างพลังงานไฟฟ้า (เริ่มตั้งแต่ปีค.ศ. 2005)
  • CASE – โครงการวิจัย Competencies for a Sustainable Socio-Economic Development ระหว่างสถานบันวิจัย เอกชน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานรัฐ ในด้านเศรษฐกิจยั่งยืน
  • e-mobility on demand – โครงการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
  • eTaxi Wien – โครงการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้บริการรถแท็กซี่
  • JÖ – โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้รถของกิจการต่าง ๆ ในกรุงเวียนนา ผ่านการจัดการโดยระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต
  • MultiMo – โครงการส่งเสริมการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ผ่านแอปริแคชั่นของสมาท์โฟน โดยดำเนินการร่วมกับสถาบันวิจัย Austrian Institute of Technology มหาวิทยาลัย Vienna University of Technology และบริษัท Omnitrend
siemens_city_wien
บริษัท Siemens ในกรุงเวียนนา Source: Wiki

พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำจนปลาย

สถาบันด้านคมนาคมแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวียนนา มีศูนย์วิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบรางอยู่ สองแห่งด้วยกันได้แก่ Research Center of Transport Planning and Traffic Engineering (ด้านการวางแผนคมนาคมโดยรวม) และ Research Center of Railway Engineering, transport and cable ways (ด้านระบบราง) นอกจากนี้ยังมี มหาวิทยาลัยอื่น ๆ –

  • Institute of Railway and Transport Graz, University of Technology (EBW) ที่มีเชี่ยวชาญที่เกี่ยวกับงานวิจัยในระบบรางอย่างครบวงจร ทั้งด้านการวางแผน ก่อสร้าง ดำเนินการ ซ่อมแซมและประเมินผล
  • Institute of Infrastructure, Intelligent Transport Systems, University of Innsbruck (UIBK) มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ในเขตเทือกเขา Alpine (Alpine Infrastructure Engineering)
  • St. Pölten University of Applied Sciences (FH- St. Pölten) มหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มีการเปิดสอนด้านระบบรางและงานวิจัยด้าน Rail Technology and Mobility ที่เน้นการนำไปใช้จริง

รวมทั้งเวียนนาเองก็เป็นที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมคมนาคมระบบรางอย่าง Siemens ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางด้านต่าง ๆ

อ่านเพิ่มเติมรายงานพิเศษด้านสถาบันวิจัยระบบรางของออสเตรีย

แนวทางการพัฒนาระบบรางของออสเตรียที่มีความต่อเนื่อง ตั้งแต่การวิจัย การผลิต และการลงทุน น่าจะสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประเทศไทย ในการพัฒนาระบบคมนาคมของเรา ที่ในปัจจุบันมีจำนวนคนเสียชีวิตมากเป็นอันดับสองของโลก และมีรถติดหนักจนเลื่องลือไปทั้งโลก

 

ที่มา

http://www.vcoe.at

http://www.railjournal.com/index.php/europe/austria-plans-E152bn-rail-infrastructure-investment.html?channel=531

https://en.wikipedia.org/wiki/Austrian_Federal_Railways

http://www.railway-technology.com/news/newsdeals-this-week-siemens-db-regio-ag-nanjing-metro-5730746

http://www.railjournal.com/index.php/europe/building-capacity-in-the-heart-of-europe.html

https://www.ft.com/content/02d79824-8beb-11e6-8cb7-e7ada1d123b1

https://en.wikipedia.org/wiki/Wien_Hauptbahnhof

https://www.siemens.com/press/en/presspicture/?press=/en/presspicture/pictures-photonews/2011/pn201106.php

http://www.siemens.com/about/pool/worldwide/siemens_austria_en.pdf

National transport policy in Austria – from its beginning till today – Günter Emberger

อัตราการจ้างงานในออสเตรียเพิ่มสูงขึ้น แต่จำนวนจ้างงานของคนสัญชาติออสเตรียต่ำลง

ตำแหน่งงานในออสเตรียในช่วงปีค.ศ. 2013-2015 เพิ่มสูงขึ้นกว่า 43,000 ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 4.148 ล้านตำแหน่ง อย่างไรก็ตามจำนวนชาวออสเตรียได้รับการจ้างงานตกลง 26,700 ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 3.591 ล้านคน จากข้อมูลของ Statistik Austria ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการจ้างงานชาวต่างชาติที่สูงขึ้น ซึ่งหากวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลด้านสถิติอื่น ๆ ของ Vienna Business Agency เช่น จำนวนบริษัทข้ามชาติกว่า 175 บริษัททำการย้ายฐานมาที่ออสเตรียในปีค.ศ. 2015 โดยบริษัทส่วนใหญ่จัดตั้งในเขตกรุงเวียนนาตามด้วย รัฐ Carinthia (36) Salzburg (25) Tyrol (20) และ Lower Austria (18) การเปรียบเทียบแสดงแนวโน้มว่าการเพิ่มขึ้นของบริษัทข้ามชาติอาจจะเพิ่มการจ้างงานในภาพรวมให้สูงขึ้น แต่อาจจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อการจ้างงานของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งทั้งนี้อาจะมาจากหลายหลากประการ อาทิ เช่น qualification ที่เหมาะสม ความเชี่ยวชาญ ภาษา เป็นต้น

ที่มาของข้อมูล – http://www.friedlnews.com/article/175-international-businesses-relocated-to-vienna
http://www.friedlnews.com/article/austrias-employment-up-in-2013-2015-domestic-employees-count-down

กระทรวงของประเทศออสเตรียที่มีพันธะกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม

ประเทศออสเตรีย หรือสาธารณรัฐออสเตรีย (Republic of Austria) เป็นประเทศสหพันธรัฐ (federal republic) ที่แบ่งออกเป็น 9 รัฐ หรือ Bundesländer ซึ่งรัฐเหล่านี้มีพันธะกิจในด้านการบริหาร (administrative division) และได้รับอำนาจด้านนิติศาสตร์จากรัฐบาลกลาง (federal government) เช่นในด้านวัฒนธรรม ด้านสังคม การดูแลเยาวชน สิ่งแวดล้อม การล่าสัตว์และการแบ่งการใช้พื้นที่ต่างๆ โดยที่รัฐบาลกลางของออสเตรียก็มีกระทรวง 13 กระทรวงที่ดูแลในด้านต่าง ๆ ซึ่งน้อยเมื่อเทียบกับประเทศไทยที่มีถึง 20 กระทรวง การแบ่งความรับผิดชอบของแต่ละกระทรวงของออสเตรียจึงแตกต่างจากประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบพันธะกิจของกระทรวงในออสเตรียกับกระทรวงอุตสาหกรรมของไทยแล้ว พบว่ามี 3 กระทรวงที่มีหน้าที่และกิจกรรมคล้ายคลึงกับกระทรวงอุตสาหกรรมของไทย กระทรวงเหล่านี้คือ 1) กระทรวงการกสิกรรม ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และการจัดการน้ำ (Federal Ministry of Agriculture, Forestry, Environment and Water Management), 2)กระทรวงวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเศรษฐกิจ (Federal Ministry of Science, Research and Economy) และ 3) กระทรวงคมนาคม นวัตกรรม และเทคโนโลยี (Federal Ministry of Transport, Innovation and Technology)

1

 

กระทรวงการกสิกรรม ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และการจัดการน้ำ
(Federal Ministry of Agriculture, Forestry, Environment and Water Management) หรือ BMLFUW

กระทรวง BMLFUW ทำหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกสิกรรม ดูแลป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ภายใต้เป้าหมายที่จะทำให้ออสเตรียมีความน่าอยู่ มีอากาศที่สะอาด น้ำที่บริสุทธิ์ สภาพสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลายและปลอดภัย รวมทั้งอาหารที่มีคุณภาพที่สูงและราคาย่อมเยา โดยมีจุดโฟกัสหลัก 6 จุดด้วยกันคือ

  1. Unternehmen Energiewende – หรือการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนในกิจการและบริษัทต่างๆ เพื่อลดปริมาณก๊าซ CO2 ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้น้อยลง และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน มาตรการในด้านดังกล่าวได้แก่ การส่งเสริมพลังงานทดแทน การต่อต้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ การส่งเสริมการเดินทางโดยใช้การเดินและจักรยาน การร่วมจัดการด้านสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงกับสหภาพยุโรป
  2. Green Future – การนำนวัตกรรมด้านต่างๆ มาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างงานและเปิดโอกาสการส่งออกใหม่ๆ ไปสู่นานาชาติ มาตรการในด้านดังกล่าวได้แก่ Industy 4.0, Green Job, Circular Economy, และการผลิตที่มีความยั่งยืน
  3. Konsum Bewusst – หรือการให้ความรู้ต่อผู้บริโภคในการเลือกซื้อและตัดสินใจในการซื้อสินค้าเช่น การซื้อสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่มีจริยธรรม มีการผลิตขยะที่น้อยลง และใช้สินค้าที่มาจากท้องถิ่นมากขึ้นเป็นต้น มาตรการในด้านดังกล่าวได้แก่การลดปริมาณขยะ การแยกขยะที่ถูกต้อง และการจัดกิจกรรม ตลาด นิทรรศการ ที่ช่วยโปรโมตความรู้ด้านการบริโภค
  4. Verantwortung Ressourcen – หรือการมีความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากร โดยมุ่งรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งน้ำ ป่าไม้ อากาศ ปกป้องความหลากหลายของพรรณไม้ สัตว์และแมลง จัดการการดูแลป่าแห่งชาติและ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรต่างๆ อย่างชาญฉลาด
  5. Zukunftsraum Land – ส่งเสริมกิจกรรมการเกษตรและกสิกรรมในชนบทในด้านต่างๆ เพื่อเป็นฐานของความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในออสเตรีย โดยผลักดันการลงทุนด้านกสิกรรมในชนบท ส่งเสริมให้เยาวชนทำงานในด้านดังกล่าว และสร้างองค์ความรู้และให้คำแนะนำกับเกษตรกร
  6. Vorsorge Naturgefahren – การจัดการอุทกภัยต่างๆ เช่นน้ำท่วม ระบุความเสี่ยงด้านอุทกภัยและตำแหน่งที่เกิด และพิจารณานโยบายและมาตรการการป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดอุทกภัย ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กระทรวง BMLFUW มีทั้งหมด 6 กรม (Directorates-General) ด้วยกันคือ: 1) กรมปลัดและการบริหาร Chief Executive Department, 2)กรมสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ หรือ DG I – Environment and Climate, 3) กรมกสิกรรมและการพัฒนาชนบท – DG II – Agriculture and Rural Development, 4) กรมป่าไม้ – DG III – Forestry, 5) กรมการจัดการน้ำ – DG IV – Water Management, 6) กรมจัดการขยะ นโยบายสารเคมีและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม- DG V – Waste Management, Chemicals Policy and Environmental Technology

โครงการที่น่าสนใจของ BMLFUW ในปัจจุบันได้แก่[1] 1) โครงการ Green Care ซึ่งเป็นโครงการร่วมกับหอการค้ากสิกรรมของออสเตรีย โครงการดังกล่าวได้รับการดำเนินการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2011 และมีจุดประสงค์ในการให้ความดูแลด้านสังคมให้กับประชาชนที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและกสิกรรมในเขตชนบท โดยรูปแบบของมาตรการก็มีความหลากหลาย เช่น การให้ความรู้และฝึกสอนแรงงานที่ต้องการทำงานในภาพกสิกรรม ให้ความรู้ในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการช่วยเหลือแรงงานกสิกรรมที่เป็นผู้สูงอายุ 2) โครงการ Initiative Agriculture 2020 ซึ่งเป็นการวางยุทธศาสตร์ในด้านเกษตรกรรมและป่าไม้ภายในประเทศ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวครอบคลุมในด้านการพัฒนาเกษตรกรรม การพัฒนาชนบท การวางแผนธุรกิจและการศึกษา การควบคุมมาตรฐานสินค้าเกษตรกรรม การสร้างความสามารถในการแข่งขันในทุกภาพส่วน การลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและทำให้ขั้นตอนการดำเนินการมีความกระชับ และการดำเนินการหาแนวทางในการพัฒนาด้านเกษตรกรรมใหม่ โดยพิจารณาผ่านบริบทต่างๆ เช่นด้านพลังงานทดแทน 3) โครงการ Export Initiative โครงการดังกล่าวเป็นโครงการร่วมระกว่าง BMLFUW กับหอการค้าออสเตรีย และ Agrarmarkt องค์กรที่ดูแลด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์เกษตรในออสเตรีย โครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตร อาหาร และเครื่องดื่มของออสเตรียไปสู่ตลาดในประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกในระยะยาว

หน้าที่ที่สำคัญของกระทรวง BMLFUW อีกหน้าที่หนึ่งคือการป้องการอุทกภัย ในช่วงที่ผ่านมาออสเตรียประสบปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงถึงสามครั้ง ก่อให้เกิดความสูญเสียถึงหลายล้านยูโรด้วยกัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงอีก รัฐบาลออสเตรียได้ทำการระดมความคิดจากผู้เชียวชาญมากกว่า 100 คนจากกว่า 60 สถาบันต่างๆ เพื่อสรุปข้อแนะนำในการจัดการความเสี่ยงด้านน้ำท่วมอย่างบูรณาการ ซึ่งมีแนวคิดหลากหลาย เช่น การจัดการแก้มลิง การจัดการอุทกภัยและการประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนในเขตพื้นที่เสี่ยง[2]

2

กระทรวงวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเศรษฐกิจ

(Federal Ministry of Science, Research and Economy) หรือ BMWFW

กระทรวง BMWFW ทำหน้าที่ในการวางโครงสร้างสำหรับธุรกิจต่างๆ และทำการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศออสเตรียในระดับนานาชาติด้านเป็นประเทศสำหรับการทำธุรกิจ โดยผ่านการดำเนินการด้านการวิจัย การสร้างเทคโนโลยี และนวัตกรรม กระทรวง BMWFW มีพันธะกิจหลักในด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาระดับอุดมศึกษา การวิจัย การวางนโยบายเศรษฐกิจและการพัฒนานวัตกรรม นโยบายการค้าระหว่างประเทศ สนับสนุนกิจการและบริษัทต่างๆ ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และด้านพลังงานและเหมืองแร่[3]

  • ด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาระดับอุดมศึกษา BMWFW ทำหน้าที่ดูแลมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยต่างๆ และให้ความช่วยเหลือในการพัฒนานโยบายที่เหมาะสมสำหรับแต่ละสถาบัน นอกจากนี้ยังช่วยในการหาทุนและเงินการวิจัยและส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของสถาบันเหล่านี้
  • การวิจัย – ออสเตรียเป็นประเทศที่เล็ก ดังนั้นความรู้ในด้านต่างๆ จึงเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุดในการคงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไว้ กระทรวงจึงมุ่งให้ความสนับสนุนในด้านงานวิจัย ผ่านโครงการต่างๆ และความร่วมมือในระดับนานาชาติ ทั้งระหว่างประเทศในสหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ ออสเตรียยังร่วมมือกับองค์การอื่นๆ ในการสร้าง European Research Area เพื่อช่วยให้สหภาพยุโรปพัฒนาความรู้และความสามารถในด้านต่างๆ อย่างยั่งยืน
  • การวางนโยบายเศรษฐกิจและการพัฒนานวัตกรรม – เป้าหมายหลักของภารกิจในด้านนี้คือการสร้างความเข้มแข็งให้กับออสเตรียในความน่าลงทุนทางธุรกิจ ผ่านการลงทุนด้านการวิจัย การพัฒนา และนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้แล้วกระทรวงยังรับผิดชอบในด้านนโยบายการตลาดภายในสหภาพยุโรปอีกด้วย
  • นโยบายการค้าระหว่างประเทศ – ในปัจจุบันออสเตรียเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกของโลก ภารกิจด้านการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศในด้านการส่งออก เพื่อให้มีความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ โดยร่วมดำเนินการกับหอการค้าออสเตรีย (WKO)
  • สนับสนุนกิจการและบริษัทต่างๆ – เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการค้าและเศรษฐกิจ BMWFW มุ่งผลักดันโครงสร้างทางการค้าและเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อการลงทุน ส่งเสริมการทำการค้า และง่ายต่อการริเริ่มบริษัท Start-up ต่างๆ นอกจากนี้กระทรวงยังรับผิดชอบในด้านการออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้งาน หรือ apprenticeships และ apprenticed trades. ที่จะช่วยส่งเสริมเยาวชนในการฝึกฝนและเรียนรู้งานเพื่ออนาคตของออสเตรียอีกด้วย
  • การท่องเที่ยว – ออสเตรียได้รับการประเมินให้มีความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเป็นอันดับที่สองในสหภาพยุโรป ศักยภาพในด้านดังกล่าวของออสเตรียนั้นมีสูงเช่นเดียวกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคดังกล่าวเช่นกัน BMWFW ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยการผลักดันโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับด้านดังกล่าว และวางนโยบายการท่องเที่ยวโดยเน้นไปที่สามจุดด้วยกันคือ เทือกเขาแอลป์ แม่น้ำดานูป และเมืองและวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากด้านนโยบายแล้วกระทรวงยังมีความรับผิดชอบโดยตรงในการดูแลสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์รวมทั้งพิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์ต่างๆ อีกด้วย
  • ด้านพลังงานและเหมืองแร่ – นโยบายด้านพลังงานและทรัพยากรเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ออสเตรียมีความสามารถในการแข่งขันที่สูง BMWFW มีหน้าที่ในสร้างความมั่นคงในด้านพลังงานและแหล่งทรัพยากรสำหรับออสเตรียในปัจจุบันและอนาคต กระทรวงพยายามที่จะสร้างความยั่งยืนในด้านดังกล่าว โดยผลักดันให้มีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และวางแผนระยะยาวในด้านดังกล่าวสำหรับประเทศ

 

3

กระทรวงคมนาคม นวัตกรรม และเทคโนโลยี
(Federal Ministry of Transport, Innovation and Technology) หรือ BMVIT

ภารกิจของกระทรวง BMVIT คือการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม หน้าที่ของกระทรวงมีทั้งหมดสามด้านหลักคือ ด้านคมนาคม ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี และด้านโทรคมนาคม โดยดำเนินการต่างๆ ผ่านสำนักงานทั้งหมด 4 สำนักงานด้วยกัน คือ 1) สำนักงานปลัดและความสัมพันธ์นานาชาติ 2) สำนักงานการวางแผน การลงทุนและจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐาน 3) สำนักงานด้านนวัตกรรมและการโทรคมนาคม 4) สำนักงานด้านคมนาคม

  1. ด้านคมนาคม – กระทรวงมีความรับผิดชอบในการดูแลการคมนาคมทุกรูปแบบเช่น ทางอากาศ เคเบิลคาร์ ทางถนน ทางราง ระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบต่างๆ การเดินเท้า ทางจักรยาน และทางคูคลองต่างๆ โดยดำเนินการประสานงานกับองค์การที่เกี่ยวข้อง เช่น Österreichische Bundesbahnen (ÖBB) ที่ดูแลรถไฟระหว่างเมือง หรือ Österreichische Wasserstraßen-Gesellschaft (via donau) ที่ดูแลคล่องและการล่องเรือต่างๆ
  2. ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี – กระทรวงดำเนินการตามนโยบายนวัตกรรมและเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เช่น การบิน ทรัพยากรมนุษย์ คมนาคม การกำหนดนโยบาย การพัฒนาที่ยั่งยืน จนถึงเทคโนโลยีอวกาศ ผลการดำเนินการของกระทรวงจะถูกรวบรวมและตีพิมพ์ในรายงาน Austrian Research and Technology Report นอกจากนี้แล้วกระทรวงยังมีหน้าที่ในการควบคุมการใช้เงินของรัฐให้ได้ประโยชน์สูงสุดในด้านดังกล่าวอีกด้วย
  3. ด้านโทรคมนาคม กระทรวงทำการดูแลนโยบายด้านโทรคมนาคมภายในออสเตรียและความเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป และดูแลคุณภาพของการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานในด้านดังกล่าว ภารกิจดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

กิจกรรมปัจจุบันของกระทรวง BMVIT ได้แก่ การให้ความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนด้านการคมนาคม เช่น จัดทำโบรชัวร์ให้ความรู้การปั่นจักรยานในฤดูหนาว การจัดระเบียบการใช้โดรน จัดกิจกรรมส่งเสริมการวิจัย เช่น Long Night Research (Lange Nacht der Forschung) เพื่อสร้างความตระหนักถึงต่อความสำคัญของการทำวิจัย อีกทั้งจัดทำแผนนโยบายต่าง ๆ เช่นแผนแม่บทโครงสร้าง Broadband นอกจากนี้แล้ว BMVIT ยังจัดทำรายงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพันธะกิจของกระทรวง อาทิ Austrian Research and Technology Report 2015

 

[1] https://www.bmlfuw.gv.at/en/initiatives.html

[2] https://www.bmlfuw.gv.at/service/presse/wasser/2016/160104Hochwasser.html

[3] http://www.en.bmwfw.gv.at/Ministry/Seiten/TheMinistry.aspx