คลังเก็บป้ายกำกับ: การจ้างงาน

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ- ind 4.0 และ การจ้างงาน

World Economic Forum ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจ้างงานในอนาคต สำนักงานที่ปรึกษาฯขอสรุปมาให้ท่านผู้อ่านดังนี้

ไม่มีงานที่สามารถทำได้ตลอดชีวิตอีกต่อไป

“เด็กในวันนี้จะต้องเปลี่ยนงานอย่างน้อยเจ็ดครั้ง และ(รูปแบบของ)งานเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น”

เอสเต้บาน บูริช นายกกระทรวงศึกษาฯ อาเจนติน่า

งานใหม่ ๆ รองรับโดยการศึกษาที่เหมาะสม

“ในอนาคตอันใกล้ เราจะไม่สามารถหางานที่เรามีในปัจจุบันได้อีก แต่จะมีการสร้างงานรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้น เราจะต้องให้อำนาจ (empower) ประชาชนโดยการให้การศึกษาและโอกาสที่ถูกต้อง ฉันเชื่อว่าอนาคตที่จะมาถึงมีความรุ่งโรจน์ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการยอมรับเทคโนโลยีที่มีอนาคตที่สุด (most promising technologies) และเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับและสร้างโอกาสให้ประชาชนในทุกชนชั้น”

เดวิน เวนิก ประธานและซีอีโอของอีเบย์

สิ่งที่เราต้องสอนต่อเด็ก ๆ

“การบ่มเพาะความเฉลียวฉลาดแบบดิจิตอลที่ตั้งอยู่บนคุณค่าของมนุษย์ (human values) เป็นสิ่งจำเป็นที่จะสร้างให้ เด็ก ๆ ของเราจะกลายเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีแทนการถูกควบคุมโดยมัน หากขาดโครงการด้านการศึกษาดิจิตอลในระดับชาติแล้ว ความสามารถในการใช้และการเข้าถึงเทคโนโลยีจะถูกกระจายตัวอย่างไม่เท่าเทียม และส่งผลให้ความไม่เท่าเทียมให้รุนแรงขึ้น อีกทั้งกีดความคล่องตัวด้านสังคมและเศรษฐกิจ  ”

ยูยุน พาร์ก ประธานมูลนิธิ infollutionZERO

นโยบายต้องตามให้ทัน

“แม้(ในขณะนี้)จะมีความคิดเห็นที่ต่างกันในเรื่องผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการจ้างงาน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือเรา (โลก) อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (ดังนั้น)นโยบายจะต้องตามให้ทันและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ เราของนำเสนอสี่แนวทางปฏิบัติ 1) การคำนึงถึงรูปแบบการทำงานทุกรูปแบบและการนำเอาข้อบังคับใหม่มาใช้โดยเร็ว 2) การปรับปรุงการดูแลด้านสังคม (social protection) 3) การเรียนรู้และศึกษาของผู้ใหญ่ รวมทั้งการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง 4) การให้บริการด้านการจ้างงานเชิงรุก”

 ซาเดีย ซาฮิดิ   i หัวหน้าฝ่ายการศึกษาเพศและการจ้างงานและเป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารเศรษฐกิจโลกฟอรั่มเจนีวา

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งใหม่

“ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านนวัตกรรมไม่ใช่สิ่งใหม่ ชาวนาที่เดินเข้าโรงงานอุตสาหกรรม ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 นั้นมีเศร้าและรู้สึกสูญเสียในด้านสังคมและชีวิต ที่ทำให้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันดูน้อยนิด ”

Mark Dodgson, มาร์ค ดอดจ์สัน ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรมมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์โรงเรียนธุรกิจและเดวิด กาน รองประธานอิมพีเรียลคอลเลจ

ทำไมความเห็นอกเห็นใจจึงจะเป็นสิ่งสำคัญ

“ตำแหน่งงานที่ AI จะไม่สามารถแทนที่ได้จะเป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์ ความเห็นอกเห็นใจ ความคิดด้านบวก และความคงทน (Resilience)”

วีคาส โพต้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมูลนิธิ Varkey

การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ

“ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ทักษะใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วพอ ๆ กับที่ทักษะเก่า ๆ หมดไป ความสามารถในการทำงานจะอยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้มากกว่าความรู้ในปัจจุบัน”

จนาส ไพรซิ่ง ประธานกรรมการและซีอีโอ, ManpowerGroup

คนหรือเครื่องจักร ?

“ระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autopilot) ไม่ได้ทำให้นักบินตกงาน ดังนั้นจึงสามารถคาดเดาได้ว่า (ระบบอัตโนมัติ) จะเพิ่มความร่วมมือระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรในการทำงานที่มีความซับซ้อน”

เลาเร้น เฮาก นักเขียน  

การเปลี่ยนแปลงทักษะ และการเปลี่ยนแปลงงาน

“พนักงานจำนวนมากทั่วโลกไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในทักษะที่จำเป็นสำหรับงาน ซึ่งสำหรับบางคนจะเห็นว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่”

อัลเลน บลู, ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์, LinkedIn 

ดิจิตัลจะนำโอกาสมาให้กับทุกคน

“งานทุกประเภทจะมีส่วนประกอบจากดิจิตัล (แต่) มันไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์”

เสทยา นาเดลลา CEO ของไมโครซอฟท์

อนาคตที่มีความเท่าเทียม

“อนาคตจะไม่เป็นโลกของผู้ชาย มันจะเป็นโลกแห่งทักษะ โลกที่สตรีสามารถเข้าถึง และแสดงออก ได้อย่างเท่าเทียมและมีทักษะที่สามารถสรรหาโอกาสในภาคอุตสาหกรรมและงานที่เพิ่มขึ้นและมีรายได้ที่ดี”

มารา สวอน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์ระดับโลกและความสามารถพิเศษ, ManpowerGroup

หุ่นยนต์จะไม่แย่งงานของเรา

ความเข้าใจผิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมได้ยินที่นี่ (การประชุมดาวอส) คือความคิดที่ว่าเทคโนโลยีจะมาแย่งงานของเราไปทั้งหมด และเราไม่สามารถจะทำอะไรได้ ในความเป็นจริงนั้นสิ่งนี้(เทคโนโลยี) จะเป็นสิ่งที่มีพลังมากที่สุดที่เราเคยมี ที่เราสามารถใช้ในการสร้างอนาคตที่จะมาถึง

Erik Brynjolfsson, ผู้อำนวยการของ MIT Initiative for the Digital Economy

ที่มา https://www.weforum.org/agenda/2017/01/future-of-jobs-davos-2017

 

อัตราการจ้างงานในออสเตรียเพิ่มสูงขึ้น แต่จำนวนจ้างงานของคนสัญชาติออสเตรียต่ำลง

ตำแหน่งงานในออสเตรียในช่วงปีค.ศ. 2013-2015 เพิ่มสูงขึ้นกว่า 43,000 ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 4.148 ล้านตำแหน่ง อย่างไรก็ตามจำนวนชาวออสเตรียได้รับการจ้างงานตกลง 26,700 ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 3.591 ล้านคน จากข้อมูลของ Statistik Austria ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการจ้างงานชาวต่างชาติที่สูงขึ้น ซึ่งหากวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลด้านสถิติอื่น ๆ ของ Vienna Business Agency เช่น จำนวนบริษัทข้ามชาติกว่า 175 บริษัททำการย้ายฐานมาที่ออสเตรียในปีค.ศ. 2015 โดยบริษัทส่วนใหญ่จัดตั้งในเขตกรุงเวียนนาตามด้วย รัฐ Carinthia (36) Salzburg (25) Tyrol (20) และ Lower Austria (18) การเปรียบเทียบแสดงแนวโน้มว่าการเพิ่มขึ้นของบริษัทข้ามชาติอาจจะเพิ่มการจ้างงานในภาพรวมให้สูงขึ้น แต่อาจจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อการจ้างงานของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งทั้งนี้อาจะมาจากหลายหลากประการ อาทิ เช่น qualification ที่เหมาะสม ความเชี่ยวชาญ ภาษา เป็นต้น

ที่มาของข้อมูล – http://www.friedlnews.com/article/175-international-businesses-relocated-to-vienna
http://www.friedlnews.com/article/austrias-employment-up-in-2013-2015-domestic-employees-count-down

รายงาน Job creation ชี้ทางนโยบายผลักดัน SMEs สหภาพยุโรป

สำนักงาน European Restructuring Monitor (ERM) ได้ทำการติดตามการปรับโครงสร้างของบริษัทต่าง ๆ และผลกระทบของการจ้างงานในภาพรวมของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 และได้จัดทำฐานข้อมูลของข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแสดงวิธีการรวบรวมข้อมูล ที่มา รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และข้อจำกัดของข้อมูล เช่น ฐานข้อมูล restructuring events database ที่มีข้อมูลการปรับโครงสร้างของกิจกรรมต่าง ๆ

ในแต่ละปี ERM จะทำการเผยแพร่รายงานประจำปี และรายงานในหัวข้อเฉพาะ ล่าสุด ERM ได้เผยแพร่รายงาน Job Creation in Smes ประจำปี 2015 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการศึกษาด้านการสร้างงานของกิจการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในสหภาพยุโรป ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในรายงานแสดงให้เห็นว่า อัตราการสร้างงานของ SMEs นั้นแตกต่างตามภาคส่วนของ SMEs การศึกษาดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงภาคส่วน SMEs ที่มีสามารถสร้างงานได้สูง และพยายามระบุให้เห็นถึงแรงผลักดันและอุปสรรคในการสร้างงาน นอกจากนี้การศึกษาดังกล่าวได้ทำการวิเคราะห์การจ้างงานใน SMEs ระดับการโต้เถียงในพื้นที่สาธารณะในเรื่องการสร้างงานของ SMEs และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อผลักดันการสร้างงานใน SMEs

การศึกษาพบว่าตลาดแรงงานของสหภาพยุโรปดีขึ้นจากกลางปีค.ศ. 2013 อย่างมีนัยสำคัญ มีการจ้างงานสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 4.4 ล้านตำแหน่งในกลุ่มประเทศ EU28 ระหว่างไตรมาสแรกของปีค.ศ. 2013 และไตรมาสแรกของปีค.ศ. 2015 อัตราการว่างงานของสหภาพยุโรปต่ำกว่าร้อยละ 10 และมีการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานถาวร ข้อมูลของ ERM แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของการสร้างงานและการลดตำแหน่งการจ้างงาน อย่างไรก็ตามยังมาความแตกต่างที่สูงระหว่างประเทศสมาชิก และยังมีความแตกต่างที่สูงระหว่างสหภาพยุโรปและ อเมริกาและญี่ปุ่น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสหภาพยุโรปยังต้องพยายามที่จะผลักดันเพื่อเพิ่มการสร้าง งานต่อไป

วิกฤติเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปส่งผล กระทบที่รุนแรงต่อการจ้างงานในสองภาคส่วนเป็นพิเศษ – ภาคการผลิตและภาคการก่อสร้าง จำนวนการลดลงของการจ้างงานในสองภาคดังกล่าวในช่วงปีค.ศ. 2008 – 2015 รวมกันกว่า 8 ล้านตำแหน่ง ซึ่งการลดงานดังกล่าวอาจจะไม่ใช่ผลของวิกฤติเศรษฐกิจเสียทั้งหมด การสับเปลี่ยนงาน (Employment shifts) ก็มีส่วนในการลดลงของการจ้างงานดังกล่าว โดยการสับเปลี่ยนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจจะสูงสำหรับแรงงานที่มีค่าจ้างที่ต่ำ และสูง (lower and higher wage groups) ซึ่งรูปแบบดังกล่าวสามารถสังเกตได้ในการกระจายตัวของขนาดกิจการ (distribution of company size classes)

การศึกษาพบว่า SMEs ที่สามารถสร้างงานได้ ส่วนใหญ่จะเป็น SMEs ที่เพิ่งตั้งขึ้นได้ไม่นาน (young) มีความสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Innovative) มีกิจกรรมในระดับนานาชาติ (Internationally active) ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตเมือง (urban) ดำเนินการโดยผู้จัดการที่มีความสามารถ (run by skilled managers) และมีศักยภาพในการวางแผนและดำเนินการด้านการเงินและการขยายธุรกิจในเชิงรุก (active) อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการสร้างงานนั้นมากจากการผลของส่วนประกอบตัวแปรจากภายในและภาย นอกรวมกัน

รูปที่ 1 แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างคุณลักษณะของ SMEs ในด้านต่าง ๆ ที่มีผลต่อการสร้างงาน ตัวแปรสีเขียวจะมีผลต่อการสร้างงานมากกว่าตัวแปรสีแดง ขนาดของแท่่งกราฟแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องที่สูง

Clipboard01

ตัวแปรภายนอกที่สำคัญในการสนับสนุนการสร้างงานได้แก่

  • สภาพแวดล้อมที่เกื้อต่อการทำธุรกิจ รวมทั้งการจัดการเชิงสถาบันที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้ง กฎหมายแรงงานและค่าแรงที่เหมาะสมกับกิจการระดับกลางและเล็ก
  • โครงสร้างสนับสนุนของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ
  • โครงสร้างการเงินที่ดี และการเข้าถึงแหล่งเงินภายนอกได้หากมีความจำเป็น
  • แรงดึงดูดใจสำหรับเจ้าของและผู้จัดการกิจการในการเติบโตธุรกิจและการเสี่ยง

ผลที่ได้จากการศึกษาแสดงให้เห็นถึงกลุ่มนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมตัวแปรต่าง ๆ ที่จะผลักดันให้มีการสร้างงานในกิจการขนาดกลางและเล็กด้งต่อไปนี้

  • พัฒนาสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจโดยรวม
  • การเข้าถึงแหล่งเงิน
  • การให้ความช่วยเหลือในช่วงแรกหลังจากทำการจัดตั้งกิจการแล้ว (นอกเหนือจากการช่วยจัดตั้งกิจการ)
  • สนับสนุนการสร้างนวัตกรรม
  • สนับสนุนการเข้าสู่ตลาดระดับนานาชาติ
  • ช่วยยกระดับความสามารถของผู้จัดการและเจ้าของกิจการ
  • จับคู่ระหว่างความต้องการด้านความสามารถแรงงานของ SMEs  และตลาดแรงงาน
  • ให้การสนับสนุนด้านการจ้างงาน
  • ช่วยดำเนินการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช้ค่าแรง (non-wage labour costs)

นอกจากนี้ภาครัฐต้องคำนึงถึงความต้องการของ SMEs แต่ละภาคส่วนที่แตกต่างกัน ไม่ควรจะมอง SMEs รวมกันทั้งหมด และให้การสนับสนุนกลุ่มหรือองค์กรที่ดูแล SMEs แต่ละภาคส่วน

 

รายงาน Job creation in SMEs (ef1561en_1)