Category SMEs

รายงาน Job creation ชี้ทางนโยบายผลักดัน SMEs สหภาพยุโรป

สำนักงาน European Restructuring Monitor (ERM) ได้ทำการติดตามการปรับโครงสร้างของบริษัทต่าง ๆ และผลกระทบของการจ้างงานในภาพรวมของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 และได้จัดทำฐานข้อมูลของข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแสดงวิธีการรวบรวมข้อมูล ที่มา รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และข้อจำกัดของข้อมูล เช่น ฐานข้อมูล restructuring events database ที่มีข้อมูลการปรับโครงสร้างของกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละปี ERM จะทำการเผยแพร่รายงานประจำปี และรายงานในหัวข้อเฉพาะ ล่าสุด ERM ได้เผยแพร่รายงาน Job Creation in Smes ประจำปี 2015 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการศึกษาด้านการสร้างงานของกิจการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในสหภาพยุโรป ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในรายงานแสดงให้เห็นว่า อัตราการสร้างงานของ SMEs นั้นแตกต่างตามภาคส่วนของ SMEs การศึกษาดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงภาคส่วน SMEs ที่มีสามารถสร้างงานได้สูง และพยายามระบุให้เห็นถึงแรงผลักดันและอุปสรรคในการสร้างงาน นอกจากนี้การศึกษาดังกล่าวได้ทำการวิเคราะห์การจ้างงานใน SMEs ระดับการโต้เถียงในพื้นที่สาธารณะในเรื่องการสร้างงานของ SMEs และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อผลักดันการสร้างงานใน SMEs การศึกษาพบว่าตลาดแรงงานของสหภาพยุโรปดีขึ้นจากกลางปีค.ศ. 2013 […]

SMEs ต้องอ่าน – คู่มือจัดการความเสี่ยง ISO 31000

วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559 องค์การ United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) ศูนย์ International Trade Centre (ITC) และ องค์กร International Organization for Standardization (ISO) ได้ทำการเปิดตัวคู่มือช่วย SMEs จัดการความเสี่ยงของการดำเนินกิจการ กิจการ SMEs ถือเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก แต่การจัดตั้ง พัฒนา และดำเนินกิจการ SMEs ให้ประสบความสำเร็จนั้นมีความท้าทายที่สูง โดยเฉพาะในด้านการเสาะหาลูกค้า การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และการจ้างงานที่เหมาะสม ดังนั้นความสามารถที่จะระบุและจัดการความเสี่ยงที่มาจากด้านต่าง ๆ จะช่วยพัฒนาศักยภาพของ SMEs และความยั่งยืนของกิจการได้ จึงเป็นที่มาของการจัดทำคู่มือ ISO 31000 – Risk Management ที่มุ่งช่วย SMEs ในการระบุโอกาสและความเสี่ยงต่าง ๆ อีกทั้งจัดสรรทรัพยากรเพื่อจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ผ่านการเข้าใจมาตรฐาน […]

COSME มาตรการกระตุ้นการเงินของสหภาพยุโรป

COSME หรือ Competitiveness of Enterprises and Small and Medium-sized Enterprises เป็นมาตรการของสหภาพยุโรปที่มุ่งยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ต่างๆ ที่ถูกใช้มาตั้งแต่เดือนสิงหาปี 2014 โดยดำเนินการภายใต้งบประมาณของคณะกรรมาธิการยุโรปจำนวน 1.3 พันล้านยูโร ผ่านกองทุน European Investment Fund (EIF) และความร่วมมือจากองค์กรด้านการเงินต่างๆ ในสหภาพยุโรป มาตรการ COSME สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกันคือ 1) Loan Guarantee Facility (LGF) หรือกลไกการันตีการกู้ยืมเงิน และ 2) Equity Facility for Growth (EFG)  หรือการอำนวยความสะดวกการลงทุนด้านกรรมสิทธิ์ Loan Guarantee Facility (LGF) งบ ประมาณส่วนหนึ่งของ COSME ถูกนำไปใช้เพื่อการค้ำประกัน (guarantees) และการร่วมค้ำประกัน (counter-guarantees) สำหรับสถาบันคนกลาง (intermediaries) […]

อิตาลีเข้าร่วมระบบสิทธิบัตร Unitary patent

อิตาลีได้เข้าร่วมระบบสิทธิบัตร Unitary Patent ของสหภาพยุโรป เป็นสมาชิกประเทศที่ 26 ที่เข้าร่วมระบบการคุ้มครองสิทธิบัตรดังกล่าว การเข้าร่วมของอิตาลีนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบสิทธิบัตรนี้ เพราะอิตาลีเป็นตลาดใหญ่อันดับสี่ของยุโรปในด้านการตรวจสอบสิทธิบัตร การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ระบบ Unitary Patent มีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับบริษัทและนักประดิษฐ์ที่จะสามารถลงทะเบียน สิทธิบัตรของตนในประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมดภายในขั้นตอนเดียว สหภาพยุโรปมุ่งที่จะดำเนินระบบสิทธิบัตรดังกล่าวและบังคับใช้ภายในสิ้นปี ค.ศ. 2016 ระบบสิทธิบัตรดังกล่าวยังช่วยลดค่าดำเนินการของการจดสิทธิบัตรในสหภาพยุโรปอย่างเป็นนัยสำคัญ จนในปัจจุบันค่าธรรมเนียมการจดสิทธิบัตรในยุโรปนั้นใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ระบบสิทธิบัตรดังกล่าวมีความสำคัญต่อบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กของสหภาพยุโรปที่เน้นด้านนวัตกรรมและมีการดำเนินการข้ามเขตแดน การลงทะเบียนผ่านระบบสิทธิบัตรนี้จะได้รับการคุ้มครองในทุกประเทศที่เข้าร่วมในระบบดังกล่าว บริษัทสัญชาติอิตาลีจะได้รับประโยชน์ในการ ประหยัดเวลาการดำเนินการและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจดสิทธิบัตร อิตาลีได้ทำการตกลงด้านค่าใช้จ่ายการคุ้มครองสิทธิบัตรและการตัดสินใจของศาล Unitary Patent Court (UPC) ในปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 8 ประเทศได้ลงนามเข้าร่วม UPC ได้แก่ ออสเตรีย ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม สวีเดน เดนมาร์ก มอลตา ลักเซมเบิร์กและโปรตุเกส คณะกรรมาธิการยุโรปได้เร่งให้ประเทศสมาชิกที่ยังไม่ได้เข้าร่วม เร่งดำเนินการเพื่อลงนามภายใต้ UPC เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกรอบเวลาที่วางไว้

รายงานผลการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของภาคค้าปลีก

กลุ่มทำงานระดับสูงของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้เผยแพร่ผลการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของภาคค้าปลีก (retail) ในยุโรป และได้เสนอแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมภาคดังกล่าวทั้งหมด 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1. ลดข้อจำกัดต่างๆ ที่กีดกันการสร้างตลาดเสรีของภาคการค้าปลีกและการให้บริการ 2. สนับสนุนการพัฒนา e-commerce 3. ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ SMEs 4. ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และ 5. จัดการประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในด้านลบ รายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการ e-commerce นั้นเป็นหนึ่งในมาตรการที่สามารถส่งเสริมแนวทางทั้งห้าแนวทางที่ได้กล่าวถึง ศักยภาพของ e-commerce นั้นสูงและสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆให้กลับภาคการค้าปลีก แต่ในปัจจุบันศักยภาพดังกล่าวยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ คณะทำงานเห็นว่าสิ่งที่ควรจะได้รับการส่งเสริมต่อไปคือการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและเจ้าของกิจการต่อ e-commerce และการทำให้การค้า e-commerce ข้ามเขตแดนมีความสะดวกขึ้นและมีขั้นตอนที่คล้ายกับการค้าภายในเขตแดน มีการสรุปข้อบังคับต่างๆ ให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นต้น การให้ความสะดวกต่อการค้า e-commerce ข้ามพรมแดนนั้นเป็นหนึ่งในภาระกิจของคณะกรรมาธิการยุโรปในด้านนโยบาย Digital Single Market Strategy ที่ได้ถูกประกาศไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคณะกรรมาธิการได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อรับข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง กลุ่มทำงานยังได้เน้นถึงความสำคัญของ e-commerce platforms ในห่วงโซ่อุปทาน เพราะ platform สามารถเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดของกิจการต่างๆ นอกจากนี้แล้วความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างกิจการต่อกิจการก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้บรรจุประเด็นดังกล่าวไว้เป็นวาระหนึ่งในกระบวนการรับฟัง […]

รายงานผลประโยชน์ของการค้าและการลงทุนข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (TTIP) ต่อ SMEs

คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปทำการเผยแพร่รายงานผลประโยชน์ของ TTIP ต่อ SMEs เมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2015 ที่ผ่านมา รายงานดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นว่า SMEs ในสหภาพยุโรปมีบทบาทที่สำคัญในการค้า TTIP โดยเห็นได้จากสัดส่วนการส่งออกจากสหภาพยุโรปที่มาจาก SMEs ที่สูงถึงร้อยละ 28 ของการส่งออกโดยตรงจากสหภาพฯ ไปสหรัฐฯทั้งหมด และได้ชี้ถึงรายละเอียดใน TTIP ที่จะช่วยส่งผลประโยชน์ให้กับ  SMEs ในสหภาพยุโรปด้วย รายงานดังกล่าวแสดงผลที่ได้จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SMEs ในด้านความท้าท้ายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญเมื่อทำการส่งออกไปสู่ประเทศอเมริกาที่ทางคณะกรรมาธิการฯ ไดัจัดทำในปีค.ศ. 2014  นอกจากนี้ยังได้ใช้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดเพื่อทำการพิจารณาระดับการส่งออกจาก SMEs ของสหภาพยุโรปไปสู่สหรัฐฯ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความรู้สึกกังวลต่อความท้าทายในปฏิบัติตามข้อบังคับเชิงเทคนิคและข้อบังคับทั่วไป ในบางกรณีผู้ประกอบการกล่าวว่าถูกกฎหมายกีดกันในการเข้าแข่งขันในตลาด การเข้าร่วมการประมูลต่างๆ และการเข้าถึงข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของตน โดยเฉพาะในส่วนของ SMEs ที่เป็นผู้ผลิต มีการกล่าวถึงปัญหาเฉพาะของในภาคส่วนนั้นๆ เช่น ภาคส่วนอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์กสิกรรม สิ่งทอ เวชภัณฑ์ เครื่องจักร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิก ส่วนในภาคบริการนั้น การจำกัดการเคลื่อนย้ายถิ่นของบุคลากร เป็นปัญหาที่ได้รับการกล่าวถึงที่สุด ผลการสำรวจแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ข้อตกลง TTIP […]

รายงาน SME สหภาพยุโรปประจำปี 2013/2014

คณะกรรมาธิการยุโรปได้จัดทำรายงานสถานการณ์ของ SME ในสหภาพยุโรปทุกๆ ปี โดยรายงานประจำปี 2013/2014 นับเป็นรายงานฉบับที่ 5 ที่ได้จัดทำติดต่อกัน รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของ SME ในแต่ละประเทศสมาชิกทั้ง 28 ประเทศ ซึ่งแม้จะเผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจที่หนักหน่วงและต่อเนื่อง แต่ก็มีการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้รายงานดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการสนับสนุน SME โดยคณะกรรมาธิการยุโรปผ่านมาตรการ Small Business Act (SBA) ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2008 SMEs เป็นกระดูกสันหลังของ EU รายงานได้สรุปว่าในปี 2013 กิจการ SMEs ในกลุ่มประเทศสมาชิก EU28 มีมูลค่าถึง 21.6 ล้านยูโรและทำการจ้างงานกว่า 88.8 ล้านตำแหน่งสร้างมูลค่าเพิ่ม (added value) กว่า 3,666 ล้านล้าน (trillion) ยูโรคิดเป็นสัดส่วนกิจการถึงร้อยละ 99 หรือ 2 ใน 3 ตำแหน่งงานสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึงร้อยละ 58 ของมูลค่าในสหภาพยุโรปทั้งหมด มีการฟื้นตัวที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศสมาชิก […]

กฎหมายและคำนิยามที่เกี่ยวกับ SME ในสหภาพยุโรป

เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยผลักดันกิจการขนาดเล็กและกลางในสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการได้ตรากฎหมายที่กำหนดคำนิยาม SME (small and medium-sized enterprises) ไว้ใน EU recommendation 2003/361 โดยได้เสนอปัจจัยที่จะกำหนดว่าบริษัทอยู่ในหมวด SME ทั้งหมด 3 ประการ ได้แก่ 1) จำนวนลูกจ้างหรือคนทำงานในบริษัท (number of employees) และ 2) ผลประกอบการ (turnover) หรือ 3) งบดุลรวม (balance sheet total) ของบริษัท คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดเพดานจำนวนลูกจ้าง และผลประกอบการสำหรับ SMEs แต่ละขนาดไว้ (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2005 แทนประกาศเดิมปีค.ศ. 1996) ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 กำหนดเพดานจำนวนลูกจ้างและผลประกอบการ SMEs Europe* *ใช้กับบริษัทส่วนบุคคลเท่านั้น (individual firms […]

แนวทางการส่งเสริม SMEs ของสหภาพยุโรป

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs เป็นหัวใจของเศรษฐกิจยุโรป SMEs คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 99 ของกิจการทั้งหมด มีการจ้างงานเพิ่มในภาคส่วน SMEs เป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 85 ของจำนวนงานที่เกิดขึ้นใหม่ และคิดเป็นสองในสามของการจ้างงานในภาคเอกชนในสหภาพยุโรปทั้งหมด คณะกรรมาธิการยุโรปเล็งเห็นถึงความสำคัญของ SMEs ในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างนวัตกรรม การสร้างงาน และการบูรณาการทางสังคมในสหภาพยุโรป จึงได้จัดมาตรการในด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุน SMEs มาตรการเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภทด้วยกันได้แก่ 1.การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ (business friendly environment.) การดำเนินการหลักของคณะกรรมาธิการในด้านนี้ ได้แก่การตรากฎหมาย Small Business Act for Europe (SBA) ที่กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ SME สำหรับสหภาพยุโรป และประเทศในสหภาพยุโรป พระราชบัญญัติ SBA นี้ส่งเสริมแนวคิด “Think Small First” หรือการริเริ่มธุรกิจในรูปแบบเล็กก่อน และส่งเสริมแนวคิดการสร้างกิจการและการเป็นผู้ประกอบการในหมู่ประชาชน 2. การส่งเสริมผู้ประกอบการ (promoting entrepreneurship) คณะกรรมาธิการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านแผนดำเนินการ Entrepreneurship Action Plan […]

สหภาพยุโรปเปิดตัวการแข่งขัน EU Social Innovation 2015

คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดการประกวดไอเดียนวัฒกรรมทางสังคมเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2015 ที่ผ่านมา โดยในปีนี้เป็นปีที่ 3 ของการแข่งขันดังกล่าว สหภาพยุโรปเล็งเห็นถึงความสำคัญของนวัฒกรรมในการเปลี่ยนแปลงสังคมและผลักดันให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม จึงได้จัดการประกวดดังกล่าวขึ้น โดยในปีนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ ‘New Way to Grow’ ตัวอย่างของไอเดียและโครงการที่คณะกรรมาธิการสนใจได้แก่ Collaborative economy หรือ เศรษฐกิจส่วนร่วม ที่ท้าทายสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจดังเดิม Supply and production หรือ ด้านการขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน และการส่งสินค้าผลิตภัณฑ์ New technologies หรือ เทคโนโลยีและไอเดียใหม่ๆ หรือการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้เพื่อประโยชน์ของสังคม Solutions for future challenges หรือ ผลลัพท์สำหรับความท้าทายใหม่ๆในอนาคตเช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือความยั่งยืนของอาหาร แนวความคิดที่มีความสร้างสรรค์มากที่สุดจะได้รับเลือก เพื่อรับการพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผู้เข้ารอบสุดท้ายจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมสถาบันการศึกษาด้านนวัตกรรมทางสังคมที่กรุงเวียนนา ในเดือนกันยายน และสามโครงการสุดท้ายที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดจะได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวนกว่า 50,000 ยูโร การแข่งขันจะเปิดให้ผู้สมัครจากทั่วสหภาพยุโรปและในประเทศที่เข้าร่วมในโปรแกรม Horizo​​n 2020 โดยต้องส่งรายละเอียดก่อนวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2015 […]