Category SMEs

รายงานการประเมินผลกระทบจากโควิด – 19 ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย โดยองค์การ UNIDO

รายงานการประเมินผลกระทบจากโควิด – 19 ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย จัดทำโดยองค์การ UNIDO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดรายงานการประเมินผลกระทบจากโควิด – 19 ต่อเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทยของทีมงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UN Thailand) ประเด็นที่น่าสนใจจากรายงาน กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตโควิด-19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด คือ กลุ่มบริษัทขนาดเล็ก (small-size firms) และบริษัทเทคโนโลยีขั้นต่ำ (low-tech firms) นอกจากนี้บริษัทขนาดเล็กยังเป็นกลุ่มที่เข้าถึงการช่วยเหลือจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐน้อยที่สุดอีกด้วยโดยผลกระทบที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากที่สุด คือ ปริมาณยอดสั่งซื้อที่ลดลง ทำให้บริษัทส่วนใหญ่ร้อยละ 90 หรือมากกว่านั้นคาดการณ์ว่าจะสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก โดยประเภทของบริษัทที่คาดการณ์ว่าจะสูญเสียรายได้มากที่สุด คือ บริษัท GVC และบริษัทขนาดเล็ก โดยการลดลงของคำสั่งซื้อนำมาซึ่งการขาดแคลนกระแสเงินสดและยิ่งถ้าหากมาตรการปิดเมืองยังคงขยายเวลาออกไปอีก ร้อยละ 52 ของบริษัทขนาดเล็ก และร้อยละ 44 ของบริษัทปลายน้ำในประเทศ คาดว่าจะต้องปิดตัวลงภายในสามเดือน มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่บริษัทต้องการมากที่สุด คือ การลดอัตราภาษีหรือการเลื่อนจ่ายภาษี การลดการบริจาคเพื่อสังคมและมาตรการเพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน อย่างลดค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคและเงื่อนไขเงินกู้ที่ดีขึ้น ตามลำดับ เป็นที่น่าสนใจที่บริษัทในไทยไม่มองว่าการเลิกจ้างพนักงานเป็นมาตรการรับมือเบื้องต้นและใช้วิธีในการลดต้นทุนการดำเนินงาน การเข้าถึงสินเชื่อ และการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเลือกเพื่อจัดการกับผลกระทบอย่างทันถ่วงทีเพื่อตอบสนองกับการระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้วิกฤตโควิด–19 อาจทำให้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ 9 การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุมและยั่งยืน (ISID) […]

คู่มือแนวทางการฟื้นฟูธุรกิจสำหรับธุรกิจกลุ่มไมโคร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) ในวิกฤตโควิด-19

องค์การ UNIDO ได้จัดทำ “แนวทางการฟื้นฟูธุรกิจสำหรับกลุ่มไมโคร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) ในวิกฤตโควิด-19” เพื่อช่วยให้ธุรกิจกลุ่มไมโคร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) สามารถระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด-19 และสามารถลงมือแก้ไขได้โดยเร็วที่สุด แนวทางของคู่มือนี้จะใช้คำถามเพื่อชี้นำแนวทางว่าธุรกิจควรตัดสินใจแบบใด เพื่อหาจุดเริ่มต้นและรูปแบบการฟื้นฟู โดยคำถามในแต่ละส่วนจะมุ่งเน้นไปที่กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจสถานการณ์ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ และต้องไม่ลืมการกำหนดตัวบุคคลเพื่อให้รับผิดชอบและรายงานสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยในบางขอบเขตอาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเพื่อมาช่วยในการสื่อสารกับลูกค้าและซัพพลายเออร์อย่างเหมาะสม ขั้นตอนในการฟื้นฟูธุรกิจมี 7 ขั้นตอนดังนี้ 1. การดำเนินการทันที เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับระบบธุรกิจว่าได้รับผลกระทบอย่างไร เช่น แรงงานได้รับผลกระทบจากฌโควิด-19 อย่างไร สามารถกลับมาทำงานได้หรือไม่ การติดตามสถานการณ์ของคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ การจัดการในสถานการณ์วิกฤตของธุรกิจเพียงพอหรือไม่ 2. การเตรียมพร้อมเพื่อการฟื้นฟู ไม่เพียงแต่การติดตามสถานการณ์เท่านั้น ต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าของธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นใจ ตั้งแต่เขายังไม่ตั้งคำถาม 3. การวิเคราะห์สถานการณ์ของธุรกิจในช่วงวิกฤต โดยวิเคราะห์ 3 หัวข้อหลัก ดังนี้ 1) สถานการณ์การเงินของธุรกิจ คือ กระแสเงินสด ต้องพิจารณาถึงการจ่ายเงินของลูกค้า การจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์และต้นทุนคงที่ต่างๆ 2) สภาพของตลาดที่ธุรกิจอยู่ หมายถึง ศักยภาพของการซื้อของสินค้ายังเพียงพออยู่หรือไม่  เส้นทางของวัตถุดิบไปจนถึงการส่งมอบแก่ลูกค้ามีปัญหาติดขัดบริเวณใดบ้าง หรือการแสวงหาโอกาสเพื่อเติมเต็มความต้องการซื้อใหม่ที่เกิดขึ้นในตลาดหรือแม้แต่อาจสร้างความร่วมมือกับคู่แข่งเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่หรือเรียกว่า coopetition […]

ความน่าสนใจของข้อเสนอแนวทางการฟื้นฟู SME ในสหภาพยุโรป

การวางแผนยุทธศาสตร์ยุทธศาสตร์ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสหภาพยุโรป มาจากการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในที่นี่เราได้นำตัวอย่างของหนึ่งในองค์กรที่เป็นตัวแทนหลักของ SMEs ในสหภาพยุโรป นั่นคือ SMEunited เป็นองค์กรที่ดำเนินงานสนับสนุนผลประโยชน์ของบริษัท SMEs กว่า 12 ล้านแห่งโดยมีแรงงานกว่า 50 ล้านคนทั่วยุโรป ซึ่งได้ทำการรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากสมาชิกเพื่อทำข้อเสนอแก่คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปในการวางแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป (recovery plan) โดยข้อเสนอที่จัดทำขึ้นมานี้ได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงของนโยบายเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรน่า ดังนี้ 1. ช่วงวิกฤต – มาตรการเร่งด่วน (emergency measures) – เน้นสภาพคล่อง ต้องการให้ความสำคัญไปที่ “สภาพคล่องของธุรกิจ” และ “การตอบสนองอย่างรวดเร็ว” แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ 1) ช่วงวิกฤต เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อใช้ในการเสริมสภาพคล่องของธุรกิจ (ป้องกันการล้มละลายและการรักษาลูกจ้าง) การเลื่อนชำระภาษีหรือค่าอื่นๆ ของหน่วยงานภาครัฐ 2) ช่วงฟื้นฟู เช่น เตรียมพร้อมสำหรับการกู้ยืมเพื่อฟื้นฟู 2. ช่วงคลี่คลาย – มาตรการออกจากวิกฤต (exit measure) – […]

UNIDO ดำเนินการอะไรที่สนใจบ้างในเดือนเมษายน

1. สนับสนุนประเทศสมาชิกในการให้คำแนะนำทางด้านเทคนิคในการแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โควิค-19 ที่มีต่อด้านความปลอดภัยของอาหารและการดำเนินธุรกิจอาหาร เมื่อวันที่ 9 เมษายน ผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายอาหรับด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านอาหาร (AFRANet) ได้ทำรายงานการทางเทคนิคเกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดเกี่ยวกับโควิค-19 และไวรัสที่เกี่ยวข้อง SARS-CoV-2 ที่ส่งผลกระทบต่อด้านความปลอดภัยของอาหารและการดำเนินธุรกิจอาหารในกลุ่มประเทศอาหรับ โดยรวมถึงชุดมาตรการเพื่อส่งเสริมวิธีการจัดการความเสี่ยงและสุขอนามัยทางด้านอาหาร โดยมุ่งเน้นลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของไวรัสในกลุ่มของผู้ประกอบการอาหารและรักษาให้ภาคการผลิตอาหารเป็นภาคส่วนที่สำคัญในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมในรายงานดังกล่าวเป็นผู้ที่ผ่านโครงการอบรมที่องค์การ UNIDO มีส่วนสนับสนุนในการให้ความรู้ทางด้านเทคนิคเพื่อการดำเนินงานของธุรกิจผลิตอาหารในประเทศและทั่วโลกในบริบทของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิค-19 นอกจากนี้ฝ่ายโภชนาการและระบบอาหารในแผนกธุรกิจการเกษตรของ UNIDO มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการริเริ่มพัฒนาศักยภาพต่างๆ อีกด้วย 2. สร้างทักษะให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคการเกษตรและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านระบบการเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต (e-learning) ในประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 20 เมษายน องค์การ UNIDO ยังคงทำพันธกิจในการช่วยประเทศสมาชิกให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างบูรณาการและยั่งยืน และเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิค-19 จึงทำให้การจัดการฝึกอบรมต้องทำผ่านอุปกรณ์การเรียนการสอนออนไลน์และการสัมมนาผ่านเว็บการฝึกอบรมออนไลน์ รายละเอียดโครงการ – โครงการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในประเทศมองโกเลีย ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรปและดำเนินร่วมกับกระทรวงอาหาร เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเบาของประเทศมองโกเลีย องค์การ UNIDO ได้ดำเนินการจัดสัมมนาผ่านเว็บ โดยมีผู้เข้าร่วมหลายกว่า 350 คนจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ 21 จังหวัด โดยสัมมนาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-30 เมษายน 2563 โดยมีผู้เข้าร่วม คือ […]

ผลการศึกษาห่วงโซ่คุณค่าของเอสเอ็มอีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ โออีซีดี และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูนิโด ได้ร่วมทำการวิจัยห่วงโซ่คุณค่าของเอสเอ็มอีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การศึกษาดังกล่าวพบว่าการลงทุนโดยองค์กรต่างชาติหรือ Foreign Direct Investment (FDI) มีศักยภาพที่สูงในการช่วยบูรณาการบริษัทขนาดเล็กและกลาง (SMEs) เข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าของโลก (Global Value Chain – GVCs) อย่างไรก็ตามการลงทุนจะต้องประสานกับนโยบายที่เหมาะสม ที่จะนำไปสู่การเติบโตที่มีส่วนร่วมและยั่งยืน รายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณะในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนของทั้งสององค์กร และประเทศสมาชิกเข้าร่วมรับฟังการบรรยายผลการศึกษา การศึกษาพบว่า บริษัทขนาดเล็กและกลางมีบทบาทในการบูรณาการที่สำคัญในการสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโอกาสด้านการจ้างงานของสตรีและเยาวชน แต่ในขณะเดียวกันยังมีข้อจำกับหลากประการที่ยับยั้งไม่ให้บริษัทเหล่านี้สามารถมีส่วนร่วมผลักดันในด้านดังกล่าวได้ อาทิ การดำเนินการที่ไม่เป็นทางการ (informal nature of their activities) การจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ศักยภาพของการดำเนินการที่ต่ำ และการไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงและองค์ความรู้ที่จำเป็น รายงาน Integrating Southeast Asian SMEs in global value chains: Enabling linkages with foreign […]

รายงาน Job creation ชี้ทางนโยบายผลักดัน SMEs สหภาพยุโรป

สำนักงาน European Restructuring Monitor (ERM) ได้ทำการติดตามการปรับโครงสร้างของบริษัทต่าง ๆ และผลกระทบของการจ้างงานในภาพรวมของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 และได้จัดทำฐานข้อมูลของข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแสดงวิธีการรวบรวมข้อมูล ที่มา รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และข้อจำกัดของข้อมูล เช่น ฐานข้อมูล restructuring events database ที่มีข้อมูลการปรับโครงสร้างของกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละปี ERM จะทำการเผยแพร่รายงานประจำปี และรายงานในหัวข้อเฉพาะ ล่าสุด ERM ได้เผยแพร่รายงาน Job Creation in Smes ประจำปี 2015 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการศึกษาด้านการสร้างงานของกิจการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในสหภาพยุโรป ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในรายงานแสดงให้เห็นว่า อัตราการสร้างงานของ SMEs นั้นแตกต่างตามภาคส่วนของ SMEs การศึกษาดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงภาคส่วน SMEs ที่มีสามารถสร้างงานได้สูง และพยายามระบุให้เห็นถึงแรงผลักดันและอุปสรรคในการสร้างงาน นอกจากนี้การศึกษาดังกล่าวได้ทำการวิเคราะห์การจ้างงานใน SMEs ระดับการโต้เถียงในพื้นที่สาธารณะในเรื่องการสร้างงานของ SMEs และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อผลักดันการสร้างงานใน SMEs การศึกษาพบว่าตลาดแรงงานของสหภาพยุโรปดีขึ้นจากกลางปีค.ศ. 2013 […]

SMEs ต้องอ่าน – คู่มือจัดการความเสี่ยง ISO 31000

วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559 องค์การ United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) ศูนย์ International Trade Centre (ITC) และ องค์กร International Organization for Standardization (ISO) ได้ทำการเปิดตัวคู่มือช่วย SMEs จัดการความเสี่ยงของการดำเนินกิจการ กิจการ SMEs ถือเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก แต่การจัดตั้ง พัฒนา และดำเนินกิจการ SMEs ให้ประสบความสำเร็จนั้นมีความท้าทายที่สูง โดยเฉพาะในด้านการเสาะหาลูกค้า การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และการจ้างงานที่เหมาะสม ดังนั้นความสามารถที่จะระบุและจัดการความเสี่ยงที่มาจากด้านต่าง ๆ จะช่วยพัฒนาศักยภาพของ SMEs และความยั่งยืนของกิจการได้ จึงเป็นที่มาของการจัดทำคู่มือ ISO 31000 – Risk Management ที่มุ่งช่วย SMEs ในการระบุโอกาสและความเสี่ยงต่าง ๆ อีกทั้งจัดสรรทรัพยากรเพื่อจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ผ่านการเข้าใจมาตรฐาน […]

COSME มาตรการกระตุ้นการเงินของสหภาพยุโรป

COSME หรือ Competitiveness of Enterprises and Small and Medium-sized Enterprises เป็นมาตรการของสหภาพยุโรปที่มุ่งยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ต่างๆ ที่ถูกใช้มาตั้งแต่เดือนสิงหาปี 2014 โดยดำเนินการภายใต้งบประมาณของคณะกรรมาธิการยุโรปจำนวน 1.3 พันล้านยูโร ผ่านกองทุน European Investment Fund (EIF) และความร่วมมือจากองค์กรด้านการเงินต่างๆ ในสหภาพยุโรป มาตรการ COSME สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกันคือ 1) Loan Guarantee Facility (LGF) หรือกลไกการันตีการกู้ยืมเงิน และ 2) Equity Facility for Growth (EFG)  หรือการอำนวยความสะดวกการลงทุนด้านกรรมสิทธิ์ Loan Guarantee Facility (LGF) งบ ประมาณส่วนหนึ่งของ COSME ถูกนำไปใช้เพื่อการค้ำประกัน (guarantees) และการร่วมค้ำประกัน (counter-guarantees) สำหรับสถาบันคนกลาง (intermediaries) […]

อิตาลีเข้าร่วมระบบสิทธิบัตร Unitary patent

อิตาลีได้เข้าร่วมระบบสิทธิบัตร Unitary Patent ของสหภาพยุโรป เป็นสมาชิกประเทศที่ 26 ที่เข้าร่วมระบบการคุ้มครองสิทธิบัตรดังกล่าว การเข้าร่วมของอิตาลีนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบสิทธิบัตรนี้ เพราะอิตาลีเป็นตลาดใหญ่อันดับสี่ของยุโรปในด้านการตรวจสอบสิทธิบัตร การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ระบบ Unitary Patent มีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับบริษัทและนักประดิษฐ์ที่จะสามารถลงทะเบียน สิทธิบัตรของตนในประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมดภายในขั้นตอนเดียว สหภาพยุโรปมุ่งที่จะดำเนินระบบสิทธิบัตรดังกล่าวและบังคับใช้ภายในสิ้นปี ค.ศ. 2016 ระบบสิทธิบัตรดังกล่าวยังช่วยลดค่าดำเนินการของการจดสิทธิบัตรในสหภาพยุโรปอย่างเป็นนัยสำคัญ จนในปัจจุบันค่าธรรมเนียมการจดสิทธิบัตรในยุโรปนั้นใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ระบบสิทธิบัตรดังกล่าวมีความสำคัญต่อบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กของสหภาพยุโรปที่เน้นด้านนวัตกรรมและมีการดำเนินการข้ามเขตแดน การลงทะเบียนผ่านระบบสิทธิบัตรนี้จะได้รับการคุ้มครองในทุกประเทศที่เข้าร่วมในระบบดังกล่าว บริษัทสัญชาติอิตาลีจะได้รับประโยชน์ในการ ประหยัดเวลาการดำเนินการและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจดสิทธิบัตร อิตาลีได้ทำการตกลงด้านค่าใช้จ่ายการคุ้มครองสิทธิบัตรและการตัดสินใจของศาล Unitary Patent Court (UPC) ในปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 8 ประเทศได้ลงนามเข้าร่วม UPC ได้แก่ ออสเตรีย ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม สวีเดน เดนมาร์ก มอลตา ลักเซมเบิร์กและโปรตุเกส คณะกรรมาธิการยุโรปได้เร่งให้ประเทศสมาชิกที่ยังไม่ได้เข้าร่วม เร่งดำเนินการเพื่อลงนามภายใต้ UPC เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกรอบเวลาที่วางไว้

รายงานผลการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของภาคค้าปลีก

กลุ่มทำงานระดับสูงของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้เผยแพร่ผลการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของภาคค้าปลีก (retail) ในยุโรป และได้เสนอแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมภาคดังกล่าวทั้งหมด 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1. ลดข้อจำกัดต่างๆ ที่กีดกันการสร้างตลาดเสรีของภาคการค้าปลีกและการให้บริการ 2. สนับสนุนการพัฒนา e-commerce 3. ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ SMEs 4. ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และ 5. จัดการประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในด้านลบ รายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการ e-commerce นั้นเป็นหนึ่งในมาตรการที่สามารถส่งเสริมแนวทางทั้งห้าแนวทางที่ได้กล่าวถึง ศักยภาพของ e-commerce นั้นสูงและสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆให้กลับภาคการค้าปลีก แต่ในปัจจุบันศักยภาพดังกล่าวยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ คณะทำงานเห็นว่าสิ่งที่ควรจะได้รับการส่งเสริมต่อไปคือการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและเจ้าของกิจการต่อ e-commerce และการทำให้การค้า e-commerce ข้ามเขตแดนมีความสะดวกขึ้นและมีขั้นตอนที่คล้ายกับการค้าภายในเขตแดน มีการสรุปข้อบังคับต่างๆ ให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นต้น การให้ความสะดวกต่อการค้า e-commerce ข้ามพรมแดนนั้นเป็นหนึ่งในภาระกิจของคณะกรรมาธิการยุโรปในด้านนโยบาย Digital Single Market Strategy ที่ได้ถูกประกาศไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคณะกรรมาธิการได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อรับข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง กลุ่มทำงานยังได้เน้นถึงความสำคัญของ e-commerce platforms ในห่วงโซ่อุปทาน เพราะ platform สามารถเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดของกิจการต่างๆ นอกจากนี้แล้วความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างกิจการต่อกิจการก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้บรรจุประเด็นดังกล่าวไว้เป็นวาระหนึ่งในกระบวนการรับฟัง […]