Category Regulation

สหภาพยุโรปตรวจสอบห้าผู้ผลิตรถรายใหญ่

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ห้ารายแห่งยุโรป โฟล์คสวาเก้น BMW เดมเลอร์ ออดี้ และปอร์เช่ อยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการยุโรปจากการถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิด ในการสกัดกั้นเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซ สหภาพยุโรปได้ประกาศว่าจะมีการประเมินว่า บริษัทเหล่านี้ได้ทำการหารือเกี่ยวกับระบบควบคุมการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (หรือ selective catalytic reduction control – SCR) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ในรถดีเซล และตัวกรอง ‘otto’ ซึ่งช่วยลดการปล่อยอนุภาคในรถยนต์เบนซินหรือไม่ หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนร่วมในการดำเนินการเพื่อจำกัดและขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวหรือไม่ เพราะบริษัทผลิตรถยนต์เหล่านี้ ต่างมีความสามารถในการนำเอาระบบเหล่านี้ไปใช้ในรถยนต์ของตน แต่การนำเอาระบบดังกล่าวมาติดตั้งจะส่งผลให้น้ำหนักและทำให้รถยนต์ของบริษัทเหล่านี้มีประสิทธิภาพน้อยลง ข้อกล่าวหาดังกล่าวนับว่ามีความร้ายแรง นาง Margrethe Vestager กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านการแข่งขันกล่าวว่าหากการพิสูจน์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบริษัทเหล่านี้มีการสมรู้ร่วมคิดกันจริง เป็นนี้อาจขัดขวางผู้บริโภคไม่ให้มีโอกาสที่จะซื้อรถยนต์ที่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าแม้จะมีเทคโนโลยีดังกล่าวแล้วก็ตาม และหากการสมรู้ร่วมคิดดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ มีโอกาสที่สูงที่บริษัทที่เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษผ่านการปรับที่มูลค่าสูง ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้ถูกปรับและลงโทษเป็นมูลค่ากว่าหลายพันล้าน และอาจจะต้องเผชิญกับคดีความทางอาญาและการฟ้องร้องคดีแพ่งในประเทศเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ อีกด้วย กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเกือบหนึ่งปี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปได้ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์ของเยอรมันตามข้อสงสัยที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการ anti-competitive practices และเมื่อไม่นานมานี้เอกสารที่ยึดโดยหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของเยอรมันได้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดในการโกงการปล่อยมลพิษดีเซล ในปัจจุบันการตรวจสอบดังกล่าว จำกัดอยู่เพียงแค่ตรวจสอบการสมรู้ร่วมคิดที่เป็นไปได้ในการปิดกั้นเทคโนโลยีการปล่อยมลพิษ ที่ละเมิดสนธิสัญญาของสหภาพยุโรป แหล่งข่าวในกรุงบรัสเซลส์กล่าวว่าจุดมุ่งหมายการตรวจสอบนี้คือการเพิ่มแรงกดดันต่อ BMW ที่ยังคงปฏิเสธอย่างต่อเนื่องว่าไม่ได้ใช้อุปกรณ์โกงการปล่อยมลพิษในขณะที่ VW และ Daimler ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในฐานะพยานเพื่อลดโทษหากถูกดำเนินคดี การถูกดำเนินการดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันที่ยังคงถดถอยอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวที่รู้จักในนาม Deselgate […]

ยุโรปร่างเงื่อนไขจ้างงานเพื่อคุ้มครองแรงงานในระบบใหม่

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมาสภายุโรปได้รับรองแนวทางการเจรจาต่อรองทั่วไป เกี่ยวกับเงื่อนไขการจ้างงานที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้ การเปลี่ยนแปลงของสังคม ธุรกิจและอุตสาหกรรมภายใต้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้มีแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้น รูปแบบการทำงานและจ้างงานใหม่นี้ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับแรงงานและเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบ กระบวนการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นสามารถได้ทำการแก้ไขได้ ร่างคำสั่งดังกล่าว กำหนดจำนวนสิทธิขั้นต่ำสำหรับคนงานภายในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อความท้าทายของรูปแบบการจ้างงานใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

มาตรการใหม่ด้านผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยใน EU

คณะกรรมการสหภาพยุโรปได้เสนอร่างกฏหมายใหม่ และดำเนินการให้บริษัทและกิจการในสหภาพยุโรป สามารถทำการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้น เพื่อประโยชน์ของกิจการและผู้บริโภค ในทางทฤษฎีนั้น หลักการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเป็นอิสรภาพหรือ freedom of good and movement ใน Single Market อย่างสหภาพยุโรปช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถขายผลิตภัณฑ์ของตนในประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปได้ โดยไม่มีอุปสรรคใด ส่งผลให้ทั้งบริษัทและผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัตินั้นบริษัทและกิจการต่าง ๆ มักเผชิญกับอุปสรรคความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ล่าสุด ได้มีการศึกษาในเรื่อง The Costs of Non-Europe in the Single Market ที่แสดงให้เห็นว่าการลดอุปสรรคทางการค้า อาจทำให้การค้าภายในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 100 พันล้านยูโรต่อปี ในปัจจุบันแม้จะมีข้อบังคับที่เข้มงวด ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายหรือต่ำกว่ามาตรฐานยังสามารถหาทางเข้าสู่ตลาดได้ ของเล่นจำนวนมากถึงร้อยละ 32 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ร้อยละ 58 ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างร้อยละ 47 และอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคลร้อยละ 40 ที่ได้รับการตรวจสอบไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือกฎหมายของสหภาพยุโรป สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเหตุนี้คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อเสนอสองข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อช่วยให้บริษัท ต่าง ๆ โดยเฉพาะ SMEs สามารถขายผลิตภัณฑ์ของตนทั่วยุโรปได้ในราคาที่ต่ำลง […]

สภาสหภาพยุโรปรับร่างกฏหมายด้าน free flow of data แล้ว

ที่ประชุมยุโรป (European Council) ซึ่งประกอบด้วยนักการทูตตัวแทนของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศ ได้รับรองข้อเสนอการอนุมัติให้ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล (non-personal data) สามารถถูกส่งเข้าออกภายในข้อเขตของสหภาพยุโรปได้อย่างเสรี เมื่อวันพุธที่ 20 ธันวาคมพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นาย Urve Palo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของสหภาพยุโรป​ (ตำแหน่งดังกล่าว มีการเวียนวาระ ๆ หกเดือน) ในฐานะตัวแทนของเอสโตเนียจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม กล่าวว่า “การเคลื่อนย้ายข้อมูลที่ไร้พรมแดนจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ในการทำธุรการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจหน้าใหม่ กิจการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) และยังจะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดิจิทัลในยุคต่อไป การรับร่างข้อเสนอกฎหมายดังกล่าวโดยที่ประชุมยุโรป จะช่วยให้ประเทศบัลแกเรีย ที่จะมารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหภาพยุโรปในหกเดือนต่อจากเอสโตเนีย สามารถเริ่มต้นการเจรจาร่างข้อบังคับในวาระดังกล่าวกับรัฐสภายุโรปได้ แม้จะมีการคาดการว่าร่างข้อเสนอดังกล่าวจะถูกปรับในรายละเอียด ในรัฐสภาฯ​ โดยสมาชิกรัฐสภาของสหภาพยุโรป (MEPs) แต่หลักการของข้อเสนอดังกล่าวก็ผ่านการรับรองแล้ว ซึ่งประเด็นหลักของข้อเสนอดังกล่าวคือ ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล ควรได้รับอนุญาตให้สามารถถูกส่งข้ามพรมแดนภายในสหภาพยุโรปได้ โดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ การผ่านวาระด้านพรมแดนของข้อมูลนี้หมายความว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีกฎหมายที่บังคับหรือจำกัดบริษัทและองค์กรภายในประเทศของตน ในการด้านการจัดเก็บข้อมูลต่างประเทศจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกจะไม่ได้รับอนุญาตให้บังคับใช้กฎหมายใหม่ใด ๆ ที่จะจำกัดการไหลเวียนข้อมูล ยกเว้นหากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ทั้งนี้รัฐบาลของประเทศสมาชิกจะต้องแจ้งและให้เหตุผลต่อคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้เสนอว่าประเทศสมาชิก ควรจะทำการยกเลิกกฎหมายและกฎข้อบังคับทั้งหมด […]

ต่อหรือไม่ต่อ ความเห็นที่แตกต่างกับใบอนุญาติการค้าสาร glyphosate

ใบอนุญาตของสารกำจัดวัชพืช glyphosate จะหมดอายุในสิ้นปีนี้ คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้เปิดให้ประเทศสมาชิกทำการแสดงความคิดเห็นในเรื่องการต่อใบอนุญาตของสารกำจัดวัชพืช glyphosate เป็นเวลา 10 ปี มีเพียงหนึ่งในสี่ของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ตอบคำขอของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ขอให้รัฐบาลต่าง ๆ ส่ง “ข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร” โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้สัมพาทย์ ว่ามีเจ็ดประเทศสมาชิกที่ได้ส่งความคิดเห็น แต่ไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นประเทศใด ความเห็นที่ไม่ชัดเจนในหมู่ประเทศสมาชิก ทำให้การต่ออายุใบอนุญาตให้ขายสารglyphosate ในสหภาพยุโรปกลายเป็นเรื่องที่ได้รับการถกเถียงกัน เพราะแม้ว่าหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารยุโรปได้ประกาศว่าสารกำจัดศัตรูพืชนั้นปลอดภัยแล้ว แต่ก็มีความวิตกกังวลในหมู่ประชาชนว่า glyphosate อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ เพราะในเดือนมีนาคมปี 2015 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้จัดให้สาร glyphosate อยู่ในหมวดซึ่งเป็นสารที่อาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์หรือกลุ่ม 2A โดยสารอื่น ๆ ในกลุ่ม 2A ได้แก่ anabolic steroids, เนื้อแดง และไวรัส human papillomavirus (HPV) type 68 เมื่อปีที่แล้วคณะกรรมาธิการยุโรปด้านพืช สัตว์ อาหาร และอาหารสัตว์ (Paff) ได้เลื่อนการลงคะแนนเสียงในการต่ออายุใบอนุญาต glyphosate หลายครั้งเนื่องจากเห็นได้ชัดว่าไม่มีรัฐที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในหมู่ประเทศสมาชิกให้การสนับสนุนการต่ออายุ ซึ่งตามข้อบังคับแล้วเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงข้างมากสองเท่า หมายความว่าอย่างน้อย 16 ใน 28 […]

ศาลอียูสั่งรัฐบาลดัตช์เร่งทบทวนแผนคุณภาพอากาศ

แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปจะได้รับการยกย่องว่ามีมาตรฐานการปล่อยของเสียและมลพิษที่สูง แต่ในภาคการปฏิบัติก็ยังพบกับความท้าทายอย่างมากมาย ล่าสุด มีการตัดสินให้รัฐบาลดัตช์ต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าการมาตรฐานการปล่อยมลพิษของเนเธอร์แลนด์มีความสอดคล้องกับขีดจำกัดและมาตรฐานของสหภาพยุโรป เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา คำตัดสินดังกล่าวเป็นหนึ่งในกรณีที่ ผู้พิพากษาของสหภาพยุโรปก้าวเข้ามาเพื่อเรียกร้องสิทธิการมีอากาศบริสุทธิ์สำหรับประชาชนในประเทศสมาชิกของตน กรณีดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องโดยมีกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Milieudefensie (Environmental defence) ซึ่งเป็นสาขาของ Friends of the Earth ในเนเธอร์แลนด์เป็นผู้ยื่นคำฟ้อง โดยได้อ้างตามกฎหมายของสหภาพยุโรป ที่บังคับให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามข้อจำกัดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซต์ (NO2) ภายในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 และอนุภาค (PM) ภายในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยุโรปก็ได้ผ่อนปรน ให้ฮอลแลนด์โดยให้เลื่อนเป็นวันที่ 1 มกราคม 2015 สำหรับ NO2 และวันที่ 11 มิถุนายน 2011 สำหรับ PM อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าค่าทั้งสองยังมีระดับที่สูงเกินขีดจำกัด อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ กฎหมายของสหภาพยุโรปในด้านคุณภาพอากาศโดยรอบและอากาศบริสุทธิ์สำหรับยุโรป (ambient […]

มาตรฐาน e-bike ล่าสุดของสหภาพยุโรป

รถจักรยานไฟฟ้าหรือ electric bicycle (e-bike) เป็นรูปแบบใหม่ของจักรยานที่ได้ความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่มีผู้ใช้จักรยานอย่างแพร่หลายอยู่แล้วเช่น เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย และฝรั่งเศส โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์ที่ในปีค.ศ. 2015 มีการเติบโตของตลาดรถจักรยานไฟฟ้ากว่าร้อยละ 24 คิดเป็นจำนวน e-bike กว่า 276’000 คัน แต่จำนวนการซื้อขายที่มากที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรปยังคงเป็น ยักษ์ใหญ่เยอรมนีที่แม้การเติบโตจะต่ำกว่า (ร้อยละ 11.5) แต่จำนวนสุทธิอยู่ที่ 535’000 คัน แม้ตลาดจักรยานไฟฟ้าของสหภาพยุโรปมีความน่าสนใจสำหรับผู้ผลิตในระดับนานาชาติ แต่การเข้าถึงตลาดดังกล่าวยังคงมีความท้าทายที่สูง เพราะกฎ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ซับซ้อนและมีมาตรฐานที่สูง สำนักงานที่ปรึกษาอุตสาหกรรมในกรุงเวียนจึงได้จัดทำบทความนี้เพื่อทำการศึกษาและแบ่งปันข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจักรยานไฟฟ้าไทย แบตเตอร์รี่และมอเตอร์ในรถจักรยานไฟฟ้าก่อให้เกิดความเสี่ยงในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่แตกต่างไปจากรถจักรยานทั่วไป สหภาพยุโรปจึงได้จัดตั้งกฎหมายและข้อบังคับเฉพาะสำหรับรถจักรยานไฟฟ้า ที่ภาคการผลิต ผู้จัดจำหน่าย กิจการให้เช่าและยืม ร่วมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักถึง ล่าสุดมีการปรับข้อบังคับดังกล่าวในปีค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา องค์กร Bike Europe ได้ทำการสรุปและจัดทำเอกสาร White Paper เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและเข้าใจรายละเอียดดังกล่าวได้ง่ายขึ้น White paper ดังกล่าวรวบรวมรายละเอียดของข้อบังคับต่าง […]

โครงการด้านสารทำความเย็นของ UNIDO ในจีน

องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมของสหประชาชาติ (UNIDO) มีการดำเนินการโครงการที่เกี่ยวข้องกับพิธีสารมอนทรีออลมาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับสารพิธีดังกล่าวมากกว่า 450 โครงการใน 61 ประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือประเทศจีน หลังจากที่ประชาคมของโลกประสบความสำเร็จในการเลิกใช้ สาร chlorofluorocarbons หรือ CFCs ที่เป็นอันตรายในช่วงปีทศวรรษที่ 1990 ปัจจุบันได้เปลี่ยนความมุ่งหมายไปที่การลดการใช้สาร ไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ HCFC แทน ภายใต้สนธิสัญญามอนทรีออล จีนจะต้องลดไฮโดรเจนฟลูออโรคาร์บอน (HCFC) ออกไปภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) จากการศึกษาพบว่าสาร Propane (R-290) เหมือนจะเป็นสารที่เหมาะสมจะนำมาใช้เแทน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ สาร Propane เป็น สารที่มาจากธรรมชาติ มีความเป็นมิตรต่อชั้นโอโซน มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และส่งผลต่อสภาวะโลกร้อนต่ำ อย่างไรก็ตาม การนำสารดังกล่าวมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้รับการต่อต้าน หนึ่งในเหตุผลหลักคือสภาพการไวไฟของสาร Propane ที่สูง ภาคอุตสาหกรรมของจีนจึงหาทางออกร่วมกับ UNIDO หันไปใช้ Isobutane (R-600a) และสาร Cyclopentane ในอุตสาหกรรมทำความเย็น (refrigeration sector) […]

รัฐบาลสวิสฯ รับรองกฏหมายแรงงานข้ามชาติ เปิดทางการแก้ปัญหาระหว่างสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปได้ทำการรับรองกฎหมายฉบับใหม่ของสวิสเซอร์แลนด์ (วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา) ให้ที่อนุญาตให้ประชากรสหภาพยุโรปสามารถทำงานในสวิสฯ ได้กฎหมายดังกล่าวเป็นการเปิดทางการแก้ปัญหาด้านดังกล่าวระหว่างทั้งสองฝ่ายที่สืบเนื่องมาจากการลงประชามติด้านการอพยพของประชากร คณะกรรมการจากทั้งสองฝ่ายได้แถลงการณ์ว่า กฎหมายที่ได้ผ่านการรับรองโดยรัฐบาลสวิสฯ จะมีผลในการจำกัดผลการลงประชามติในปี 2014 ที่เรียกร้องให้มีการระบุโค้วต้าจำนวนผู้อพยพไว้ในรัฐธรรมนูญของสวิสฯ หนึ่งในผลกระทบของประชามติดังกล่าวคือการจำกัดการเคลื่อนไหวของประชากรในสหภาพยุโรปเข้าสู่สวิสฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของรัฐเชงเก้น ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปได้ตอบโต้โดยการยับยั้งการมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยของสหภาพยุโรป (โครงการ Horizon 2020 และ Erasmus+ ) ซึ่งหลังจากการลงประชามติครั้งนั้น รัฐบาลสวิสฯ ก็ได้ดำเนินการรับรองกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับผู้หางานที่อยู่ในประเทศตนเอง (ประชากรสัญชาติสวิสฯ และชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนกับบริษัทหางานสัญชาติสวิสฯ) และได้พยายามหลีกเลี่ยงการกำหนดโควตาสำหรับประชากรสหภาพยุโรป การรับรองกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลสวิสฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวที่แสดงให้เห็นถึงท่าทีของสวิสฯ ในการต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ Free Movement of Workers กฎหมายดังกล่าวนั้นครอบคลุมไปถึงผู้หางานจากประเทศโครเอเชียที่เพิ่งเข้าร่วมสหภาพยุโรปในปีค.ศ. 2013 กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงความยินดีต่อการพัฒนาดังกล่าว และได้คืนสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการวิจัยให้กับสวิสฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ประธานของคณะกรรมาธิการ นาย Jean-Claude Juncker ได้กล่าวว่าปีค.ศ. 2017 อาจจะเป็นปีที่สำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและสวิสฯ เพื่อนำไปสู่ความรุ่งเรืองในด้านอิสรภาพในรูปแบบต่าง ๆ […]

สหภาพยุโรปเผยแพร่กำหนดการ (Roadmap) การประเมิน REACH รอบ 5 ปี

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ดำเนินการโครงการ REFIT เพื่อทำการตรวจสอบและวัดประสิทธิภาพของกฎหมายต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป เพื่อทำการปรับและแก้ให้เพื่อลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยคงไว้ซึ่งเป้าหมายของนโยบาย ในปีค.ศ. 2017 ที่จะมาถึง คณะกรรมการได้กำหนดให้มีการประเมินผลการดำเนินการของ REACH หรือ Registration, Evaluation, Authorisation, and Restriction of Chemical ที่เป็นข้อบังคับด้านสารเคมีของสหภาพยุโรป (เริ่มบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2007) การประเมินผลดังกล่าวจะเป็นการประเมินผลรอบ 5 ปีครั้งที่สองของ REACH คณะกรรมาธิการได้เผยแพร่กำหนดการหรือ Roadmap สำหรับ REACH REFIT เมื่อวันที่ 19 พค. 59 ที่ผ่านมา การประเมินดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดย European Chemical Agency (ECHA) ร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรป โดยจะครอบคลุม 5 หัวข้อด้วยกัน ได้แก่ Effectiveness, Efficiency, Relevance, Coherence, และ EU […]