Category Regulation

แผนดำเนินการเศรษฐกิจหมุนเวียนของสหภาพยุโรป (Circular Economy Action Plan)

แผนดำเนินการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Action Plan) เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป (EU Industrial Strategy) ซึ่งในตอนนี้ผู้นำภาคธุรกิจ ผู้บริโภคและองค์กรสาธารณะต่างยึดหลักโมเดลเกี่ยวกับความยั่งยืนทั้งสิ้น ทำให้คณะกรรมาธิการยุโรปต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบหมุนเวียนนี้จะนำมาซึ่งโอกาสแก่ทุกฝ่ายและจะไม่มีใครถูกปล่อยให้ล้าหลัง โดยแผนดำเนินการเศรษฐกิจหมุนเวียนดังกล่าวจะประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ดังนี้ 1) การทำให้สินค้าที่มีความยั่งยืนเป็นบรรทัดฐานของสหภาพยุโรป โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะเสนอกฎหมายเกี่ยวกับนโยบายสินค้ายั่งยืน (sustainable products policy) เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรปนั้นถูกออกแบบเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ง่ายต่อการใช้ซ้ำ ซ่อมแซมและรีไซเคิลรวมทั้งใช้วัตถุดิบที่มาจากการรีไซเคิล (recycled material) ในสัดส่วนที่มากที่สุดที่เป็นไปแทนการใช้วัตถุดิบที่มาจากขั้นปฐมภูมิ (primary raw material) พร้อมทั้งการจำกัดการใช้สินค้าประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง รวมถึงการห้ามอย่างสิ้นเชิงสำหรับสินค้าที่ถูกกำนหดให้ล้าสมัยก่อนสมควรและการทำลายสินค้าไม่ได้ถูกขาย 2) การให้อำนาจแก่ผู้บริโภค ซึ่งหมายถึงให้ผู้บริโภคมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับสินค้า เช่น การซ่อมแซมและความคงทนหรือทนทานของสินค้าเพื่อช่วยให้มีตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จาก “สิทธิในการซ่อมแซม (Right to Repair)” 3) การให้ความสำคัญไปที่ภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายถึงอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากและมีศักยภาพในการปรับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนได้สูง ซึ่ง ณ ปัจจุบันประกอบด้วย 7 ภาคอุตสาหกรรม ดังนี้           3.1) ภาคอิเล็กทรอนิกส์และไอซีที – […]

กลยุทธ์อุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปล่าสุด (New EU Industrial Strategy)

การจัดทำกลยุทธ์ด้านอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปขึ้นมาใหม่มุ่งหวังเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรม ดังนั้นกลยุทธ์อุตสาหกรรมครั้งนี้จะให้ความสำคัญต่อ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) การรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยุโรปในระดับโลก (global competitiveness) และการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน (level playing field) ทั้งในยุโรปและในระดับโลก 2) การดำเนินการเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศเพื่อทำให้ยุโรปเป็นกลางทางด้านสภาพภูมิอากาศ (climate-neutral) ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593) 3) การปรับยุโรปสู่ความเป็นดิจิทัล โดยในกลยุทธ์ดังกล่าวจะมีการระบุถึงตัวขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนแปลงทางภาคอุตสาหกรรมของสหยุโรปและนำเสนอชุดแนวทางปฏิบัติสำหรับการดำเนินการในอนาคต ซึ่งสรุปภาพรวมประกอบด้วย ดังนี้ แผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Action Plan) เพื่อรักษาสิทธิทางเทคโนโลยี (technological sovereignty) ส่งเสริมความเท่าเทียมในการแข่งขันในระดับโลก (global level playing field) ต่อสู้กับการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (intellectual property theft) และปรับแก้กรอบกฎหมายให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งสู่ “สีเขียว” และ “ดิจิทัล” ทบทวนกฎระเบียบในการแข่งขันภายในสหภาพยุโรป (EU competition rules) รวมถึงการประเมินเพื่อควบคุมการควบรวมกิจการ (merger control) และความเหมาะสมของแนวทางการช่วยเหลือจากภาครัฐ […]

คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปเผยแพร่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปของปี ค.ศ. 2020 (Economic Strategy for people and planet)

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจปี ค.ศ.2020 ตั้งกรอบไว้ว่าต้องเป็นเศรษฐกิจเพื่อผู้คนและโลก โดยให้ความสำคัญไปที่การเปลี่ยนแปลงสหภาพยุโรปไปสู่เศรษฐกิจยั่งยืนและช่วยให้ทั้งสหภาพยุโรปบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนปี ค.ศ. 2020 (Annual Sustainable Growth Strategy 2020) เป็น “Green Deal” ลำดับที่สองของคณะกรรมาธิการ (Commission’s European Green Deal) โดยให้ความสำคัญไปที่ “work for people and a Europe fit for the Digital age” ด้วยรูปแบบการเติบโตแบบใหม่และยั่งยืน ที่ต้องตระหนักถึงความท้าทายจากทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ การเสื่อมลงของทรัพยากรธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรและความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและการเติบโตรูปแบบใหม่ให้สามารถตอบโจทย์การมีทรัพยากรที่จำกัด การสร้างงานและการความมั่งคั่งในอนาคต ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 2 ด้านด้วยกัน คือ ด้านสภาพภูมิอากาศและด้านดิจิทัล โดยการนำ 4 มิติมาร่วมกัน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ผลิตภาพ ความมั่นคง และความเท่าเทียม ในแง่ของสิ่งแวดล้อม สหภาพยุโรปต้องการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ nature-friendly […]

รัฐสภาฝรั่งเศสออกกฎหมายเพื่อลดขยะจากการบริโภค

รัฐสภาฝรั่งเศสได้เริ่มหารือด้านข้อกฎหมายเมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังให้ประเทศขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย low-waste ในอนาคต ด้วยการออกกฎให้บริษัทอิเล็กทรอนิกส์หันไปใช้วัสดุมือสองและลดขยะพลาสติก ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีประชากรกว่า 70 ล้านคน เต็มไปด้วยผู้บริโภคที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากและโดยรวมผลิตขยะคนละ 5 ตันต่อปี[1] (สถิติจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม) วุฒิสภาของฝรั่งเศสจะมีการพิจารณากันเรื่องกฎหมาย ก่อนที่จะส่งต่อไปที่สภาผู้แทนราษฎร  รัฐสภา ซึ่งพรรครัฐบาลของประธานาธิบดี Emmanuel Macron มีเสียงส่วนใหญ่อยู่ กฎหมายดังกล่าวจะบังคับให้ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์และมือถือหันไปใช้วัสดุมือสองและภาคอุตสาหกรรมผู้ผลิตของเล่น วัสดุก่อสร้าง บุหรี่และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ให้บริหารจัดการขยะที่เกิดขึ้นจากสินค้าเหล่านั้นและรวมถึงบรรจุภัณฑ์ด้วย ทั้งนี้ กฎหมายยังบังคับให้ผู้ผลิตต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการซ่อมบำรุง/ซ่อมแซมสินค้าสำหรับสินค้าซื้อใหม่แก่ผู้บริโภคด้วยโดยเริ่มบังคับใช้ในปี 2021 ในรายงานปีที่แล้ว หัวข้อ “Roadmap for the Circular Economy” ซึ่งเป็นร่างแผนการของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ต้องการลดจำนวนการฝังกลบของขยะไม่อันตรายลงครึ่งนึงภายในปี 2025 ระบุว่า “สถานการณ์ค่อนข้างชัดเจนว่าหนทางของฝรั่งเศสยังคงอีกยาวไกล…ในปี 2014 สัดส่วนการ recovery ของขยะครัวเรือนและประเภทใกล้เคียงอยู่ที่ร้อยละ 39 – ซึ่งน้อยกว่าเยอรมัน (ร้อยละ 65) หรือเบลเยียม (ร้อยละ 50)” และ “ส่วนที่เหลือ […]

สหภาพยุโรปตรวจสอบห้าผู้ผลิตรถรายใหญ่

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ห้ารายแห่งยุโรป โฟล์คสวาเก้น BMW เดมเลอร์ ออดี้ และปอร์เช่ อยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการยุโรปจากการถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิด ในการสกัดกั้นเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซ สหภาพยุโรปได้ประกาศว่าจะมีการประเมินว่า บริษัทเหล่านี้ได้ทำการหารือเกี่ยวกับระบบควบคุมการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (หรือ selective catalytic reduction control – SCR) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ในรถดีเซล และตัวกรอง ‘otto’ ซึ่งช่วยลดการปล่อยอนุภาคในรถยนต์เบนซินหรือไม่ หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนร่วมในการดำเนินการเพื่อจำกัดและขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวหรือไม่ เพราะบริษัทผลิตรถยนต์เหล่านี้ ต่างมีความสามารถในการนำเอาระบบเหล่านี้ไปใช้ในรถยนต์ของตน แต่การนำเอาระบบดังกล่าวมาติดตั้งจะส่งผลให้น้ำหนักและทำให้รถยนต์ของบริษัทเหล่านี้มีประสิทธิภาพน้อยลง ข้อกล่าวหาดังกล่าวนับว่ามีความร้ายแรง นาง Margrethe Vestager กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านการแข่งขันกล่าวว่าหากการพิสูจน์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบริษัทเหล่านี้มีการสมรู้ร่วมคิดกันจริง เป็นนี้อาจขัดขวางผู้บริโภคไม่ให้มีโอกาสที่จะซื้อรถยนต์ที่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าแม้จะมีเทคโนโลยีดังกล่าวแล้วก็ตาม และหากการสมรู้ร่วมคิดดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ มีโอกาสที่สูงที่บริษัทที่เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษผ่านการปรับที่มูลค่าสูง ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้ถูกปรับและลงโทษเป็นมูลค่ากว่าหลายพันล้าน และอาจจะต้องเผชิญกับคดีความทางอาญาและการฟ้องร้องคดีแพ่งในประเทศเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ อีกด้วย กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเกือบหนึ่งปี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปได้ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์ของเยอรมันตามข้อสงสัยที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการ anti-competitive practices และเมื่อไม่นานมานี้เอกสารที่ยึดโดยหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของเยอรมันได้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดในการโกงการปล่อยมลพิษดีเซล ในปัจจุบันการตรวจสอบดังกล่าว จำกัดอยู่เพียงแค่ตรวจสอบการสมรู้ร่วมคิดที่เป็นไปได้ในการปิดกั้นเทคโนโลยีการปล่อยมลพิษ ที่ละเมิดสนธิสัญญาของสหภาพยุโรป แหล่งข่าวในกรุงบรัสเซลส์กล่าวว่าจุดมุ่งหมายการตรวจสอบนี้คือการเพิ่มแรงกดดันต่อ BMW ที่ยังคงปฏิเสธอย่างต่อเนื่องว่าไม่ได้ใช้อุปกรณ์โกงการปล่อยมลพิษในขณะที่ VW และ Daimler ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในฐานะพยานเพื่อลดโทษหากถูกดำเนินคดี การถูกดำเนินการดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันที่ยังคงถดถอยอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวที่รู้จักในนาม Deselgate […]

ยุโรปร่างเงื่อนไขจ้างงานเพื่อคุ้มครองแรงงานในระบบใหม่

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมาสภายุโรปได้รับรองแนวทางการเจรจาต่อรองทั่วไป เกี่ยวกับเงื่อนไขการจ้างงานที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้ การเปลี่ยนแปลงของสังคม ธุรกิจและอุตสาหกรรมภายใต้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้มีแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้น รูปแบบการทำงานและจ้างงานใหม่นี้ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับแรงงานและเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบ กระบวนการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นสามารถได้ทำการแก้ไขได้ ร่างคำสั่งดังกล่าว กำหนดจำนวนสิทธิขั้นต่ำสำหรับคนงานภายในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อความท้าทายของรูปแบบการจ้างงานใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

มาตรการใหม่ด้านผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยใน EU

คณะกรรมการสหภาพยุโรปได้เสนอร่างกฏหมายใหม่ และดำเนินการให้บริษัทและกิจการในสหภาพยุโรป สามารถทำการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้น เพื่อประโยชน์ของกิจการและผู้บริโภค ในทางทฤษฎีนั้น หลักการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเป็นอิสรภาพหรือ freedom of good and movement ใน Single Market อย่างสหภาพยุโรปช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถขายผลิตภัณฑ์ของตนในประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปได้ โดยไม่มีอุปสรรคใด ส่งผลให้ทั้งบริษัทและผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัตินั้นบริษัทและกิจการต่าง ๆ มักเผชิญกับอุปสรรคความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ล่าสุด ได้มีการศึกษาในเรื่อง The Costs of Non-Europe in the Single Market ที่แสดงให้เห็นว่าการลดอุปสรรคทางการค้า อาจทำให้การค้าภายในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 100 พันล้านยูโรต่อปี ในปัจจุบันแม้จะมีข้อบังคับที่เข้มงวด ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายหรือต่ำกว่ามาตรฐานยังสามารถหาทางเข้าสู่ตลาดได้ ของเล่นจำนวนมากถึงร้อยละ 32 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ร้อยละ 58 ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างร้อยละ 47 และอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคลร้อยละ 40 ที่ได้รับการตรวจสอบไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือกฎหมายของสหภาพยุโรป สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเหตุนี้คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อเสนอสองข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อช่วยให้บริษัท ต่าง ๆ โดยเฉพาะ SMEs สามารถขายผลิตภัณฑ์ของตนทั่วยุโรปได้ในราคาที่ต่ำลง […]

สภาสหภาพยุโรปรับร่างกฏหมายด้าน free flow of data แล้ว

ที่ประชุมยุโรป (European Council) ซึ่งประกอบด้วยนักการทูตตัวแทนของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศ ได้รับรองข้อเสนอการอนุมัติให้ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล (non-personal data) สามารถถูกส่งเข้าออกภายในข้อเขตของสหภาพยุโรปได้อย่างเสรี เมื่อวันพุธที่ 20 ธันวาคมพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นาย Urve Palo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของสหภาพยุโรป​ (ตำแหน่งดังกล่าว มีการเวียนวาระ ๆ หกเดือน) ในฐานะตัวแทนของเอสโตเนียจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม กล่าวว่า “การเคลื่อนย้ายข้อมูลที่ไร้พรมแดนจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ในการทำธุรการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจหน้าใหม่ กิจการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) และยังจะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดิจิทัลในยุคต่อไป การรับร่างข้อเสนอกฎหมายดังกล่าวโดยที่ประชุมยุโรป จะช่วยให้ประเทศบัลแกเรีย ที่จะมารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหภาพยุโรปในหกเดือนต่อจากเอสโตเนีย สามารถเริ่มต้นการเจรจาร่างข้อบังคับในวาระดังกล่าวกับรัฐสภายุโรปได้ แม้จะมีการคาดการว่าร่างข้อเสนอดังกล่าวจะถูกปรับในรายละเอียด ในรัฐสภาฯ​ โดยสมาชิกรัฐสภาของสหภาพยุโรป (MEPs) แต่หลักการของข้อเสนอดังกล่าวก็ผ่านการรับรองแล้ว ซึ่งประเด็นหลักของข้อเสนอดังกล่าวคือ ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล ควรได้รับอนุญาตให้สามารถถูกส่งข้ามพรมแดนภายในสหภาพยุโรปได้ โดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ การผ่านวาระด้านพรมแดนของข้อมูลนี้หมายความว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีกฎหมายที่บังคับหรือจำกัดบริษัทและองค์กรภายในประเทศของตน ในการด้านการจัดเก็บข้อมูลต่างประเทศจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกจะไม่ได้รับอนุญาตให้บังคับใช้กฎหมายใหม่ใด ๆ ที่จะจำกัดการไหลเวียนข้อมูล ยกเว้นหากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ทั้งนี้รัฐบาลของประเทศสมาชิกจะต้องแจ้งและให้เหตุผลต่อคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้เสนอว่าประเทศสมาชิก ควรจะทำการยกเลิกกฎหมายและกฎข้อบังคับทั้งหมด […]

ต่อหรือไม่ต่อ ความเห็นที่แตกต่างกับใบอนุญาติการค้าสาร glyphosate

ใบอนุญาตของสารกำจัดวัชพืช glyphosate จะหมดอายุในสิ้นปีนี้ คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้เปิดให้ประเทศสมาชิกทำการแสดงความคิดเห็นในเรื่องการต่อใบอนุญาตของสารกำจัดวัชพืช glyphosate เป็นเวลา 10 ปี มีเพียงหนึ่งในสี่ของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ตอบคำขอของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ขอให้รัฐบาลต่าง ๆ ส่ง “ข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร” โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้สัมพาทย์ ว่ามีเจ็ดประเทศสมาชิกที่ได้ส่งความคิดเห็น แต่ไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นประเทศใด ความเห็นที่ไม่ชัดเจนในหมู่ประเทศสมาชิก ทำให้การต่ออายุใบอนุญาตให้ขายสารglyphosate ในสหภาพยุโรปกลายเป็นเรื่องที่ได้รับการถกเถียงกัน เพราะแม้ว่าหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารยุโรปได้ประกาศว่าสารกำจัดศัตรูพืชนั้นปลอดภัยแล้ว แต่ก็มีความวิตกกังวลในหมู่ประชาชนว่า glyphosate อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ เพราะในเดือนมีนาคมปี 2015 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้จัดให้สาร glyphosate อยู่ในหมวดซึ่งเป็นสารที่อาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์หรือกลุ่ม 2A โดยสารอื่น ๆ ในกลุ่ม 2A ได้แก่ anabolic steroids, เนื้อแดง และไวรัส human papillomavirus (HPV) type 68 เมื่อปีที่แล้วคณะกรรมาธิการยุโรปด้านพืช สัตว์ อาหาร และอาหารสัตว์ (Paff) ได้เลื่อนการลงคะแนนเสียงในการต่ออายุใบอนุญาต glyphosate หลายครั้งเนื่องจากเห็นได้ชัดว่าไม่มีรัฐที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในหมู่ประเทศสมาชิกให้การสนับสนุนการต่ออายุ ซึ่งตามข้อบังคับแล้วเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงข้างมากสองเท่า หมายความว่าอย่างน้อย 16 ใน 28 […]

ศาลอียูสั่งรัฐบาลดัตช์เร่งทบทวนแผนคุณภาพอากาศ

แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปจะได้รับการยกย่องว่ามีมาตรฐานการปล่อยของเสียและมลพิษที่สูง แต่ในภาคการปฏิบัติก็ยังพบกับความท้าทายอย่างมากมาย ล่าสุด มีการตัดสินให้รัฐบาลดัตช์ต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าการมาตรฐานการปล่อยมลพิษของเนเธอร์แลนด์มีความสอดคล้องกับขีดจำกัดและมาตรฐานของสหภาพยุโรป เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา คำตัดสินดังกล่าวเป็นหนึ่งในกรณีที่ ผู้พิพากษาของสหภาพยุโรปก้าวเข้ามาเพื่อเรียกร้องสิทธิการมีอากาศบริสุทธิ์สำหรับประชาชนในประเทศสมาชิกของตน กรณีดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องโดยมีกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Milieudefensie (Environmental defence) ซึ่งเป็นสาขาของ Friends of the Earth ในเนเธอร์แลนด์เป็นผู้ยื่นคำฟ้อง โดยได้อ้างตามกฎหมายของสหภาพยุโรป ที่บังคับให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามข้อจำกัดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซต์ (NO2) ภายในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 และอนุภาค (PM) ภายในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยุโรปก็ได้ผ่อนปรน ให้ฮอลแลนด์โดยให้เลื่อนเป็นวันที่ 1 มกราคม 2015 สำหรับ NO2 และวันที่ 11 มิถุนายน 2011 สำหรับ PM อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าค่าทั้งสองยังมีระดับที่สูงเกินขีดจำกัด อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ กฎหมายของสหภาพยุโรปในด้านคุณภาพอากาศโดยรอบและอากาศบริสุทธิ์สำหรับยุโรป (ambient […]