Category Policy

สภาสหภาพยุโรปรับร่างกฏหมายด้าน free flow of data แล้ว

ที่ประชุมยุโรป (European Council) ซึ่งประกอบด้วยนักการทูตตัวแทนของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศ ได้รับรองข้อเสนอการอนุมัติให้ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล (non-personal data) สามารถถูกส่งเข้าออกภายในข้อเขตของสหภาพยุโรปได้อย่างเสรี เมื่อวันพุธที่ 20 ธันวาคมพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นาย Urve Palo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของสหภาพยุโรป​ (ตำแหน่งดังกล่าว มีการเวียนวาระ ๆ หกเดือน) ในฐานะตัวแทนของเอสโตเนียจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม กล่าวว่า “การเคลื่อนย้ายข้อมูลที่ไร้พรมแดนจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ในการทำธุรการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจหน้าใหม่ กิจการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) และยังจะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดิจิทัลในยุคต่อไป การรับร่างข้อเสนอกฎหมายดังกล่าวโดยที่ประชุมยุโรป จะช่วยให้ประเทศบัลแกเรีย ที่จะมารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหภาพยุโรปในหกเดือนต่อจากเอสโตเนีย สามารถเริ่มต้นการเจรจาร่างข้อบังคับในวาระดังกล่าวกับรัฐสภายุโรปได้ แม้จะมีการคาดการว่าร่างข้อเสนอดังกล่าวจะถูกปรับในรายละเอียด ในรัฐสภาฯ​ โดยสมาชิกรัฐสภาของสหภาพยุโรป (MEPs) แต่หลักการของข้อเสนอดังกล่าวก็ผ่านการรับรองแล้ว ซึ่งประเด็นหลักของข้อเสนอดังกล่าวคือ ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล ควรได้รับอนุญาตให้สามารถถูกส่งข้ามพรมแดนภายในสหภาพยุโรปได้ โดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ การผ่านวาระด้านพรมแดนของข้อมูลนี้หมายความว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีกฎหมายที่บังคับหรือจำกัดบริษัทและองค์กรภายในประเทศของตน ในการด้านการจัดเก็บข้อมูลต่างประเทศจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกจะไม่ได้รับอนุญาตให้บังคับใช้กฎหมายใหม่ใด ๆ ที่จะจำกัดการไหลเวียนข้อมูล ยกเว้นหากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ทั้งนี้รัฐบาลของประเทศสมาชิกจะต้องแจ้งและให้เหตุผลต่อคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้เสนอว่าประเทศสมาชิก ควรจะทำการยกเลิกกฎหมายและกฎข้อบังคับทั้งหมด […]

Open Innovation และ Living Lab สองแนวคิดนวัตกรรมที่น่าสนใจ

หากกล่าวถึงแนวคิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมของสหภาพยุโรปแล้ว แนวคิด Open Innovation และ Living Lab น่าจะเป็นสองคอนเซปที่ได้ยินบ่อยครั้ง Open innovation เป็นแนวคิดที่ถูกสร้างขึ้นโดย โปรเฟสเซอร์ Henry Chesbrough ในช่วงปี 2000 เพื่ออธิบายปรากฏการณ์การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบริษัทและองค์กรต่าง ๆ อย่างอิสระ ปราศจากอุปสรรคหรือกำแพง ในรูปแบบใด ๆ ที่กั้นระหว่างองค์ความรู้ภายใน (ที่เกิดขึ้นภายในบริษัท) และองค์ความรู้ภายนอก (ที่เกิดขึ้นจากบริษัทอื่น ๆ หรือองค์กรอื่น) กล่าวคือองค์ความรู้และนวัตกรรมสามารถหมุนเวียนเข้าออกแต่ละภาคส่วนได้อย่างอิสระ แก่นของแนวคิด Open innovation คือในโลกที่มีการกระจายตัวขององค์ความรู้และนวัตกรรม บริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะพึ่งพาเพียงองค์ความรู้ที่ตนเองสร้างขึ้น แต่ต้องพร้อมที่จะใช้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจจะได้มาโดยการซื้อสิทธิหรือใบอนุญาต นอกจากนี้องค์ความรู้ที่บริษัทผลิตขึ้นแต่ไม่มีการใช้ประโยชน์ ควรจะถูกนำออกไปจากบริษัท ผ่านการขายสิทธิ Spin-offs หรือร่วมลงทุน การนำเอาแนวคิด Open Innovation มาใช้นั้นมีประโยชน์ต่อหลายภาพส่วน ในภาพรวมนั้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมลง เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาให้สูงขึ้น สร้างการมีส่วนรวมของผู้ใช้ต่อการพัฒนานวัตกรรม (co-creation) เพิ่มความแม่นยำในการเจาะตลาดและผู้ใช้นวัตกรรม และเพิ่มศักยภาพในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาพส่วนต่าง […]

ตัวแทน UNIDO เข้าร่วมประชุม One Planet Summit

กรุงปารีส, 12 ธันวาคม – ในวันครบรอบปีที่สองของการลงมติข้อตกลงสนธิสัญญาปารีสเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายมานูเอล มานรอนประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายอันโตนิโอ กูเทอร์ส เลขาธิการสหประชาชาติ และนายจิมยอง คิง ประธานธนาคารโลก ได้เชิญนายกรัฐมนตรีจาก 50 ประเทศและรัฐบาล และผู้เข้าร่วมประชุมระดับสูงจำนวน 4,000 คน ที่เป็นตัวแทนจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องสภาพภูมิอากาศและประกาศพันธกรณีในการดำเนินการ การประชุมสุดยอด One Planet Summit มีวัตถุประสงค์หลักสามประการคือ 1) การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและร่วมกัน 2) นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ และ 3) การสนับสนุนซึ่งกันและกัน ที่ประชุมได้กล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ โดยสามหัวข้อตัวอย่างที่ได้รับการกล่าวถึง ได้แก่ การยกระดับเงินทุน (scaling up) สำหรับการดำเนินการด้านสภาพอากาศ การเงินสีเขียว(greening finance) เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน การเร่งดำเนินการเรื่องสภาพอากาศในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของนโยบายทางนิเวศวิทยาและการเปลี่ยนแปลงไปสู่การมีส่วนร่วม นาย Christophe Yvetot ซึ่งเป็นตัวแทนขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ได้กล่าวถึงการประชุมดังกล่าว “การประชุมสุดยอด […]

Mobility-as-a-service – มองระบบขนส่งเป็นการให้บริการ

การนำเอาระบบดิจิตัลมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก่อให้เกิดธุรกิจและการให้บริการในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น Amazon (ขายสินค้า) Airbnb (บริการเช่าที่พัก) ส่วนในภาคคมนาคมตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Uber ที่ผู้ใช้สามารถเรียกรถบริการให้มารับผ่าน Smartphone การบริการที่สะดวกถูกใจผู้โดยสาร ทำให้ Uber ฝังรากลึกในไทย มีผู้เปิดแอพพลิเคชันใช้บริการว่า 1.3 ล้านคนแล้ว แม้ว่าตามหลักกฎหมายการให้บริการ Uber จะยังผิดกฎหมายอยู่และสร้างความไม่พอในต่อผู้ประกอบการเดิม เป็นกรณีแท็กซี่ vs Uber หรือสี่ล้อแดง vs Uber  แต่ความนิยมของการให้บริการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงช่องว่างระหว่าง supply และ demand ในภาคคมนาคมของไทยในปัจจุบัน แม้ Uber จะยังคงเป็นประเด็นที่แก้ไม่ตกในประเทศไทย แต่ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกก็มีรูปแบบระบบคมนาคมใหม่ที่น่าสนใจเกิดขึ้น คือแนวคิด Mobility-as-a-Service หรือ MaaS ที่ มองคมนาคมเป็นการให้บริการ โดยมองว่าผู้ใช้ต้องการเดินทาง (mobility) และให้ความสำคัญต่อความสะดวกสบายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง โดยไม่เกี่ยงว่าใช้รูปแบบหรือยานพาหนะแบบไหนในการเดินทาง ภายใต้แนวคิด MaaS ผู้เดินทางสามารถเรียกใช้รูปแบบการเดินทางต่าง ๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมกับการเดินทางแต่ละครั้ง โดยแลกกับค่าบริการรายเดือนหรือจ่ายตามที่ใช้ คล้ายกับการใช้บริการโทรศัพท์มือถือ […]

ที่ประชุม HLPF เน้นความสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 กค. พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ณ กรุงนิวยอร์ก ได้มีการหารือถึงแนวทางในการติดตามผลการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) ลำดับที่ 9 ในด้านอุตสาหกรรมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในระหว่างการประชุมระดับสูง High-level Political Forum on Sustainable Development (HLPF) ประจำปีพ.ศ. 2560 การประชุม HLPF 2017 ได้รับการจัดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของสภาเศรษฐกิจและสังคม (Economic and Social Council) ในระหว่างวันที่ 10 ถึง 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 โดยมีหัวข้อ “การขจัดความยากจนและการส่งเสริมความมั่งคั่งบนโลกที่เปลี่ยนแปลง ”  การประชุมดังกล่าวได้ประเมินความคืบหน้าในการบรรลุวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืน (2030 Agenda for Sustainable Development)โดยพิจารณาจากการดำเนินงานของกลุ่มเป้าหมาย SDGs ที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งได้แก่เป้าหมายลำดับที่ 1, 2, 3, 5, 9, 14 […]

รัฐบาลสวิสฯ รับรองกฏหมายแรงงานข้ามชาติ เปิดทางการแก้ปัญหาระหว่างสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปได้ทำการรับรองกฎหมายฉบับใหม่ของสวิสเซอร์แลนด์ (วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา) ให้ที่อนุญาตให้ประชากรสหภาพยุโรปสามารถทำงานในสวิสฯ ได้กฎหมายดังกล่าวเป็นการเปิดทางการแก้ปัญหาด้านดังกล่าวระหว่างทั้งสองฝ่ายที่สืบเนื่องมาจากการลงประชามติด้านการอพยพของประชากร คณะกรรมการจากทั้งสองฝ่ายได้แถลงการณ์ว่า กฎหมายที่ได้ผ่านการรับรองโดยรัฐบาลสวิสฯ จะมีผลในการจำกัดผลการลงประชามติในปี 2014 ที่เรียกร้องให้มีการระบุโค้วต้าจำนวนผู้อพยพไว้ในรัฐธรรมนูญของสวิสฯ หนึ่งในผลกระทบของประชามติดังกล่าวคือการจำกัดการเคลื่อนไหวของประชากรในสหภาพยุโรปเข้าสู่สวิสฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของรัฐเชงเก้น ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปได้ตอบโต้โดยการยับยั้งการมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยของสหภาพยุโรป (โครงการ Horizon 2020 และ Erasmus+ ) ซึ่งหลังจากการลงประชามติครั้งนั้น รัฐบาลสวิสฯ ก็ได้ดำเนินการรับรองกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับผู้หางานที่อยู่ในประเทศตนเอง (ประชากรสัญชาติสวิสฯ และชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนกับบริษัทหางานสัญชาติสวิสฯ) และได้พยายามหลีกเลี่ยงการกำหนดโควตาสำหรับประชากรสหภาพยุโรป การรับรองกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลสวิสฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวที่แสดงให้เห็นถึงท่าทีของสวิสฯ ในการต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ Free Movement of Workers กฎหมายดังกล่าวนั้นครอบคลุมไปถึงผู้หางานจากประเทศโครเอเชียที่เพิ่งเข้าร่วมสหภาพยุโรปในปีค.ศ. 2013 กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงความยินดีต่อการพัฒนาดังกล่าว และได้คืนสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการวิจัยให้กับสวิสฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ประธานของคณะกรรมาธิการ นาย Jean-Claude Juncker ได้กล่าวว่าปีค.ศ. 2017 อาจจะเป็นปีที่สำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและสวิสฯ เพื่อนำไปสู่ความรุ่งเรืองในด้านอิสรภาพในรูปแบบต่าง ๆ […]

โครงสร้างตัวชี้วัด – ตัวต่อชิ้นสุดท้ายของ SDG 2030

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 59 ที่ผ่านมาคณะกรรมการสถิติแห่งสหประชาชาติ (United Nations Statistical Commission) ได้ลงความเห็นชอบต่อกรอบโครงสร้างตัวชี้วัดในการติดตามความคืบหน้าของเป้าหมาย Sustainable Development Goals (SDG) ผ่านการประชุม United Nations Statistical Commission ครั้งที่ 47 โครงสร้างดังกล่าวเปรียบเสมือนตัวต่อชิ้นสุดท้ายของการดำเนินการวาระการพัฒนาระดับโลก 2030 Agenda for Sustainable Development คณะผู้เชี่ยวชาญ Inter-Agency and Expert Group on SDG indicator (IAEG-SDGs) ได้เสนอโครงสร้างตัวชี้วัดที่มีทั้งหมด 230 ตัวชี้วัดที่จะช่วยในการติดตามให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมายได้ คณะกรรมการมีแผนที่จะพัฒนาและปรับตัวชี้วัดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการนำเอาเครื่องมือและแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ เข้าร่วม กรอบโครงสร้างที่ได้รับความเห็นชอบเปรียบเหมือนจุดเริ่มของกระบวนการพัฒนาเพื่อให้โครงสร้างดังกล่าวมีคุณภาพที่สูง ตัวชี้วัดดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อติดตามการดำเนินการ 2030 Agenda ซึ่งไม่จำเป็นที่จะมีผลบังคับใช้กับบริบทระดับชาติทั้งหมด แต่สิ่งที่สำคัญในการนำไปใช้ในบริบทของแต่ละประเทศคือ National ownership […]

รายงานชี้สหภาพยุโรปต้องมุ่งลงทุนวิจัยและนวัตกรรมเพิ่ม

รายงาน Science, Research and Innovation Performance of the EU ชี้ให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างผลผลิต (productivity) ของสหภาพยุโรปในภาพรวมและสหรัฐอเมริกานั้นสูง ผลผลิตของแรงงานในสหภาพยุโรปต่ำว่าถึงร้อยละ 15 โดยช่องว่างนั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจเป็นต้นมา โดยเฉพาะในประเทศ advanced European Economics คาดว่ามาจากการลงทุนด้านการวิจัยที่ต่ำ แม้ว่าที่ผ่านมาสหภาพยุโรปจะเพิ่มการลงทุนในด้านดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจน ล่าสุดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2 ของ GDP ก็ตาม อีกตัวแปรที่สำคัญคือการไม่สามารถยกระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของตนให้เข้าสู่ ภาคส่วนการใช้ความรู้ระดับสูง หรือknowledge-intensive activities ได้ ในปัจจุบันกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปยังคงอยู่ในระดับการใช้เทคโนโลยี กลาง-ค่อนสูง (medium-high tech) เช่น ภาคยานยนต์ นาย Carlos Moedas กรรมาธิการด้าน Research, Science and Innovation ของสหภาพยุโรปกล่าวต่อที่ประชุม Lisbon Council ว่า “แม้ว่าสหภาพยุโรปจะเป็นผู้นำระดับโลกในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี …แต่สหภาพยุโรปจะต้องสร้างเงื่อนไขเพื่อให้นวัตกรรมประสบความสำเร็จอย่าง ต่อเนื่อง…คณะกรรมาธิการยุโรปให้ความสำคัญต่อการ Open […]

รายงาน Job creation ชี้ทางนโยบายผลักดัน SMEs สหภาพยุโรป

สำนักงาน European Restructuring Monitor (ERM) ได้ทำการติดตามการปรับโครงสร้างของบริษัทต่าง ๆ และผลกระทบของการจ้างงานในภาพรวมของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 และได้จัดทำฐานข้อมูลของข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแสดงวิธีการรวบรวมข้อมูล ที่มา รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และข้อจำกัดของข้อมูล เช่น ฐานข้อมูล restructuring events database ที่มีข้อมูลการปรับโครงสร้างของกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละปี ERM จะทำการเผยแพร่รายงานประจำปี และรายงานในหัวข้อเฉพาะ ล่าสุด ERM ได้เผยแพร่รายงาน Job Creation in Smes ประจำปี 2015 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการศึกษาด้านการสร้างงานของกิจการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในสหภาพยุโรป ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในรายงานแสดงให้เห็นว่า อัตราการสร้างงานของ SMEs นั้นแตกต่างตามภาคส่วนของ SMEs การศึกษาดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงภาคส่วน SMEs ที่มีสามารถสร้างงานได้สูง และพยายามระบุให้เห็นถึงแรงผลักดันและอุปสรรคในการสร้างงาน นอกจากนี้การศึกษาดังกล่าวได้ทำการวิเคราะห์การจ้างงานใน SMEs ระดับการโต้เถียงในพื้นที่สาธารณะในเรื่องการสร้างงานของ SMEs และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อผลักดันการสร้างงานใน SMEs การศึกษาพบว่าตลาดแรงงานของสหภาพยุโรปดีขึ้นจากกลางปีค.ศ. 2013 […]

เลบานอน เอธิโอเปีย จับมือ UNIDO สร้างเขตอุตสาหกรรมพิเศษ

องค์การ United Nations Industrial Development Organization หรือ UNIDO ร่วมกับรัฐบาลเอธิโอเปียจัดการประชุมที่กรุง Addis Ababa เมืองหลวงของเอธิโอเปียเพื่อนำเสนอแผนดำเนินการสร้าง integrated agro-industrial parks การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559 มีผู้เข้าร่วมกว่า 180 คน จากภาครัฐและผู้นำท้องถิ่น โดยแผนดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ UNIDO Programme for Country Partnership ที่มุ่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมผ่านความร่วมมือระดับสูงของรัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Italian Development Cooperation องค์กร United Nations Development Programme (UNDP) และ United Nations Food and Agriculture Organisation (FAO) และจะมีการรายงานผลการดำเนินการของโครงการนี้ผ่านที่ประชุม First International Investment Forum ที่จะถูกจัดขึ้นในปีนี้ที่กรุง […]