Category Market

FTA ระหว่าง EU และ ญี่ปุ่นส่งผลดีมากกว่า TTIP

สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นได้เริ่มทำการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556 หากทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อตกลงได้ สัญญาการค้าเสรีนี้จะเป็นข้อตกลงที่มีศักยภาพที่สูง คณะกรรมาธิการยุโรปคาดว่า ข้อตกลงระหว่างทั้งสองเขตเศรษฐกิจคาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปโตขึ้นประมาณร้อยละ 0.8 ของ GDP ซึ่งมากกว่าผลจาก TTIP (ข้อตกลงการค้าระหว่าง สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป) ที่คาดว่าจะได้รับประมาณร้อยละ 0.5 ซึ่งนาย Petr Ježek สมาชิกรัฐสภายุโรปและประธานของคณะผู้แทนรัฐสภายุโรปที่ทำการเดินทางยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อทำการหารือ ก็ได้กล่าวว่าหากถึงมองที่ผลที่ได้รับในด้าน GDP แล้ว FTA ระหว่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นนั้นมีความสำคัญมากกว่า TTIP ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับสองของสหภาพยุโรปในเอเชีย รองจากจีน สหภาพยุโรปส่งออกเครื่องจักร อุปกรณ์คมนาคม ผลิตภัณฑ์สารเคมี และสินค้ากสิกรรมสู่ญี่ปุ่น ส่วนสินค้าที่ญี่ปุ่นส่งเข้าสหภาพยุโรปได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์คมนาคมและสินค้าเคมีภัณฑ์ ข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่มการส่งออกของสหภาพยุโรร้อยละ 32.7 และการส่งออกของญี่ปุ่นร้อยละ 23.5 จากการประเมินการของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป การเจรจาข้อตกลงดังกล่าวใช้เวลามานานกว่า 3 ปีแล้ว มีการพบปะระหว่างทั้งสองฝ่ายถึง 16 ครั้ง การเจรจาครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่กรุงโตเกียวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่วนการประชุมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในเดือนกันยายนที่กรุงบรัสเซลส์ แม้ว่าผู้นำด้านการเมืองของญี่ปุ่น สหภาพยุโรป […]

FTA เวียดนาม-อียู เดินหน้าเต็มสูบ

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่รายละเอียดของความตกลงด้านการค้าเสรี ระหว่าง สหภาพยุโรปและเวียดนาม (EU-Vietnam Free Trade Agreement) เอกสารดังกล่าวผ่านการรับรองโดยคณะกรรมาธิการยุโรปแล้ว และจะถูกส่งต่อไปให้ คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (the Council of the European Union) และ รัฐสภายุโรป ( European Parliament) เพื่อทำการรับรองต่อไป เมื่อผ่านการรับร้องทั้งหมดแล้วข้อตกลงดังกล่าวจึงจะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย คาดว่าขึ้นตอนดังกล่าวจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว FTA ดังกล่าวน่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ เวียดนาม และสหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อกันและกัน ในปีพ.ศ. 2558 สหภาพยุโรปทำการลงทุน (FDI) ในเวียดนามกว่า 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (มีมูลค่าเป็นอันดับ 3 ของทุนต่างชาติ) สหภาพยุโรปนำเข้าจากเวียดนามมากกว่าส่งออก ในปีพ.ศ. 2557 การค้าขายระหว่างทั้งสองประเทศมีมูลค่า 28.3 พันล้านยูโร (สหภาพยุโรปนำเข้าเป็นมูลค่ากว่า 22.1 พันล้านยูโร และส่งออกไปเวียดนาม 6.2 พันล้านยูโร) […]

Single Market Strategy ของสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้นำเสนอกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ Single Market ที่จะส่งผลให้เกิดตลาด Single Market ในสหภาพยุโรปที่มีความเป็นธรรม ให้ประโยชน์ต่อผู้บริโภคและกิจการ ต่างๆ ตลาด Single Market นับเป็นผลสัมฤทธิ์ที่ สำคัญของสหภาพยุโรปที่อนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคล การบริการ สินค้า และเงินทุนภายในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปมี GDP รวมกันถึง 14 ล้านล้านยูโร) จุดประสงค์หลักของตลาด Single Market คือ 1) สร้างโครงสร้างทางกฎหมายที่สนับสนุนการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรี การเคลื่อนย้ายของการบริการอย่างเสรี เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน 2) กำจัดอุปสรรคในการค้าภายในสหภาพยุโรปและขัดขวางการสร้างอุปสรรคขึ้นใหม่ 3) ผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อกิจการและผู้บริโภค บนพื้นฐานของความโปร่งใส ความเรียบง่าย ความชัดเจนและความคงเส้นคงวาของข้อบังคับต่างๆ อย่างไรก็ตามผล ประโยชน์เหล่านี้ไม่เกิดขึ้นเสมอไป โดยอาจเป็นเพราะกฎเกณฑ์ของ Single Market ไม่เป็นที่รู้จัก หรือไม่ถูกนำไปปฏิบัติ หรือถูกกฎเกณฑ์ข้ออื่นๆ ทับซ้อนอยู่ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้ดำเนินการกลยุทธ์ดังกล่าวเพื่อยกระดับ Single Market […]

รายงานผลการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของภาคค้าปลีก

กลุ่มทำงานระดับสูงของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้เผยแพร่ผลการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของภาคค้าปลีก (retail) ในยุโรป และได้เสนอแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมภาคดังกล่าวทั้งหมด 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1. ลดข้อจำกัดต่างๆ ที่กีดกันการสร้างตลาดเสรีของภาคการค้าปลีกและการให้บริการ 2. สนับสนุนการพัฒนา e-commerce 3. ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ SMEs 4. ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และ 5. จัดการประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในด้านลบ รายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการ e-commerce นั้นเป็นหนึ่งในมาตรการที่สามารถส่งเสริมแนวทางทั้งห้าแนวทางที่ได้กล่าวถึง ศักยภาพของ e-commerce นั้นสูงและสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆให้กลับภาคการค้าปลีก แต่ในปัจจุบันศักยภาพดังกล่าวยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ คณะทำงานเห็นว่าสิ่งที่ควรจะได้รับการส่งเสริมต่อไปคือการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและเจ้าของกิจการต่อ e-commerce และการทำให้การค้า e-commerce ข้ามเขตแดนมีความสะดวกขึ้นและมีขั้นตอนที่คล้ายกับการค้าภายในเขตแดน มีการสรุปข้อบังคับต่างๆ ให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นต้น การให้ความสะดวกต่อการค้า e-commerce ข้ามพรมแดนนั้นเป็นหนึ่งในภาระกิจของคณะกรรมาธิการยุโรปในด้านนโยบาย Digital Single Market Strategy ที่ได้ถูกประกาศไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคณะกรรมาธิการได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อรับข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง กลุ่มทำงานยังได้เน้นถึงความสำคัญของ e-commerce platforms ในห่วงโซ่อุปทาน เพราะ platform สามารถเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดของกิจการต่างๆ นอกจากนี้แล้วความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างกิจการต่อกิจการก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้บรรจุประเด็นดังกล่าวไว้เป็นวาระหนึ่งในกระบวนการรับฟัง […]

ผลกระทบของภาษีอากรอาหารต่อศักยภาพในการแข่งขันของภาคเกษตรอาหาร

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ทำการศึกษาผลกระทบของภาษีอาหารและผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรอาหาร (Food taxes and their impact on competitiveness in the agri-food sector) ผ่านผู้อำนวยการทั่วไป ของ Enterprise and Industry of the European Commission โดยมีที่ปรึกษาสัญชาติเนเธอร์แลนด์ Ecorys Netherlands ซึ่งการศึกษานี้อยู่ในกรอบกิจกรรม High Level Forum for a Better Functioning Food Supply Chain  ผลการศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่าภาษีพิเศษที่บังคับใช้ต่อผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมันที่สูง เช่นน้ำอัดลม อาหารที่มีความหวานและความเค็มสูงนั้นมีผลต่อปริมาณการบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่ผลกระทบของภาษีประเภทดังกล่าวต่อภาคเกษตรและอาหารนั้นยังไม่มีความชัดเจน นอกจากนี้ผลการศึกษายังได้แยกผลกระทบของภาษีออกเป็นสองประเภทคือ ผลกระทบที่มีต่อการบริโภค และผลกระทบต่อการแข่งขัน ส่วนในด้านผลกระทบต่อการค้าข้ามพรมแดนนั้นการศึกษาได้รายงานว่าค่อนข้างต่ำ 1.ผลกระทบต่อการบริโภค การศึกษาสรุปว่าภาษีอาหารโดยทั่วไปนั้นจะทำให้การบริโภคผลิตภัณฑ์ลดลง โดยผู้บริโภคเลี่ยงไปใช้สินค้าที่ไม่ต้องเสียภาษีหรือ เสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตามผู้บริโภคอาจจะเลี่ยงไปซื้อสินค้าที่ต้องเสียภาษีเหมือนกันแต่มีราคารวมที่ต่ำกว่า ซึ่งในกรณีนี้จะไม่ช่วยลดปริมาณการบริโภคสารที่ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายภาษี (เช่นเกลือ น้ำตาล หรือไขมัน) อีกทั้งผู้บริโภคอาจจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่นที่มีปริมาณ […]

ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์จะเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าภายใน 2018

ศักยภาพของการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าตัวภายในปี 2018 จากการประเมินของ European Photovoltaic Industry Association (EPIA) การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นจาก 139 gigawatt (GW) ในปี 2013 เป็น 374 GW ในปี 2018 โดย EPIA ได้ทำการประเมินนี้ผ่านการจำลองในสภานะการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด การเติบโตนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศในเอเซียมากที่สุดโดยการขยายดัวของเอเซียนั้นการขยายตัวส่วนใหญ่จะมากจากตลาดจีน และจะส่งผลให้ศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในเอเซียนั้นสูงกว่ายุโรปภายในปี 2018 คาดว่าอัตราการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเซียจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 29 ในปี 2014 เป็นร้อยละ 40 ของพลังงานที่ผลิตโดยแสงอาทิตย์ทั้งหมดในปี 2018 ในขณะที่อัตราการผลิตในยุโรปจะลดลงจากร้อยละ 59 เหลือเพียงร้อยละ 35 ซึ่งเหตุผลของการหดตัวของสหภาพยุโรปนั้นคาดว่าจะเกิดจากแนวโน้มที่เงินสนับสนุนจากรัฐบาลในยุโรปจะลดลง การคาดการณ์ตลาดโดยกลุ่ม EPIA ซึ่งมีบริษัทและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์เป็นสมาชิกกว่า 100 สถาบัน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มทางการตลาดที่จะเปลี่ยนไปอย่างพลิกผัน ซึ่งในที่ผ่านมาตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในยุโรปมีสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัญหาใหญ่ของการผลิตไฟฟ้าโดยแสงอาทิตย์คือความจำเป็นของการสนับสนุนทางการเงิน (subsidisation) และกฎหมายที่ให้การสนับสนุนด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากสภาวะทางการค้าเหล่านี้เกื้อหนุนตลาดพลังงานแสงอาทิตย์สามารถจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และในทางกลับกันหากสภาวะทางการค้าเหล่านี้เปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของตลาดเช่นกัน ในปีที่ผ่านมามีการติดตั้งแผงโซล่าเซลกว่า 38.4 GW ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2012 […]

เข้าใจความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของแต่ละแคว้น – หนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจบนแผ่นดินมังกร

ความรวดเร็วของการเติบโตและขนาดของตลาดที่ใหญ่ในประเทศจีน ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้ประกอบการจำนวนมากให้เข้าไปทำธุรกิจ แต่หากผู้ประกอบการต้องการที่จะประสบความสำเร็จแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อข้อแตกต่างระหว่างรายได้และพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในแต่ละแคว้นของประเทศจีน ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประชากรในแต่ละแคว้นในประเทศจีนนั้นได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามความแตกต่างนั้นยังคงสูงอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2013 ครัวเรือนในมณฑลกุ้ยโจวซึ่งเป็นมณฑลที่จนที่สุดของจีนมี consumer expenditure ต่อครัวเรือนเพียง US$ 5,434 ในขณะที่มณฑลเซี่ยงไฮ้ซึ่งครัวเรือนโดยเฉลี่ยมี consumer expenditure ต่อครัวเรือนที่สูงที่สุด US$ 16,605 ซึ่งมากกว่ามณฑลกุ้ยโจวประมาณ 3 เท่าตัว ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจนี้ นอกจากจะชี้ให้เห็นถึงกำลังซื้อของประชาชนในแต่ละแคว้นที่แตกต่างกันแล้ว ยังเป็นตัวส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของประชากรในแต่ละมณฑลมีความแตกต่างกันไปด้วย อาทิเช่น ครัวเรือนในมณฑลที่มีรายได้น้อยนั้นจะมีสัดส่วนในการใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคที่สูง ในขณะที่ครัวเรือนในมณฑลที่มีรายได้มากกว่า จะมีอัตราการใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า การเดินทาง การติดต่อสื่อสาร และการท่องเที่ยวที่สูงกว่า เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังต้องคำนึงถึงตัวแปรอื่นๆที่จะเปลี่ยนไปตามบริบทของแต่ละแคว้น เช่นวัฒธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีต่างๆ ความเข้าใจต่อตลาดอย่างลึกซึ้งนั้นเป็นหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจ ดังที่ปราชญ์จีนที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ที่มาของข่าว – Understanding Regional Disparities in China to Unleash Market Potential

ชี้ช่องตลาดใหม่ – กำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นของภูมิภาคลาตินอเมริกา

การเติบโตและเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคลาตินอเมริกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้จำนวนประชากรชนชั้นกลางที่มีรายได้ประจำเดือนต่อครัวเรือนระหว่าง US$10,000 ถึง US$45,000 (constant prices) ในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเป็น 87.0ล้านคน (ปีค.ศ.2013) จาก 69.6ล้านคน (ปีค.ศ. 2000) โดยในขณะเดียวกันประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า US$10,000 ลดลง 2.4ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกัน Chart: การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางในประเทศลาตินอเมริกา Source: Euromonitor.com การเพิ่มขึ้นของประชาชนชั้นกลางนี้ชี้ให้ถึงกำลังซื้อของกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการประเภทสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้นจากสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน (เช่นเครื่องประดับและเครื่องใช้สอยที่มีราคาปานกลางหรือสูง) อีกทั้งความต้องการด้านการบริการและการท่องเที่ยว ข้อมูลนี้จึงชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการและหน่วยที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยที่จะทำการวิเคราะห์และศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเสาะหาช่องทางการค้าขาย การนำเข้าสินค้าและการให้บริการที่เหมาะสมจากระหว่างประเทศไทยและประเทศในลาตินอเมริกาเหล่านี้ต่อไป แหล่งข่าว:The Emerging Middle Class in Latin America