Category Textile

รายงานสิ่งทอยั่งยืนของกลุ่มนอร์ดิก

สิ่งทอเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มักจะถูกมองข้ามในการวิเคราะห์ปัญหาขยะครัวเรือน ทั้งที่สิ่งทอมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการผลิต การใช้ และการทำลายทิ้ง ในปัจจุบันปริมาณและมูลค่าของสิ่งทอที่อยู่ในเศรษฐกิจของโลกนั้นเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สิ่งทอที่ถูกใช้แล้วมักจะถูกนำไปทิ้งโดยไม่มีการหมุนเวียนมาใช้อีกครั้ง หนึ่งในความท้าทายหลักในการจัดการขยะสิ่งทอคือข้อมูลปริมาณและคุณภาพของสิ่งทอที่อยู่ในเศรษฐกิจโลก การรวบรวมข้อมูลดังกล่าวที่จะต้องสำรวจตั้งแต่การผลิต การใช้ และการนำไปกำจัดทิ้งมีความยุ่งยาก ใช้เวลาและงบประมาณที่สูง นอกจากนี้ความซับซ้อนดังกล่าว ยังสร้าง ‘หมอก’ หรือความคลุมเครือและความสับสนให้กับผู้บริโภคกับผลกระทบที่แท้จริงของการบริโภคสิ่งทอของตน

Industry 4.0 – อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมสวมใส่

โครงการการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมสวมใส่ หรือ Matflexend ที่เป็นหนึ่งในโครงการวิจัยของสหภาพยุโรป ระหว่างเยอรมนี (ผู้ประสานงาน), สเปน, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, อังกฤษ, อิตาลี, และ สาธารณรัฐเช็ก ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 5 ล้านยูโร (ระหว่าง ตุุลาคม 2013 – กันยา 2016) โครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาเสื้อผ้าที่สามารถผลิตพลังงานได้ในขณะที่ผู้สวมใส่ทำการเดิน โดยนักวิจัยได้นำเอาวัสตุนาโนที่แตกต่างและมีความหลากหลายมารวมกับเป็น energy harvester Energy Harvester ดังกล่าวได้ถูกออกแบบให้สามารถผลิตพลังงานจากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่และสามารถเก็บพลังงานได้ แม้จะมีความถี่ในการเคลื่อนไหวที่ต่ำและพลังงานที่น้อยก็ตาม คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันต่าง ๆ ภายในสหภาพยุโรปได้ร่วมพัฒนาอุปกรณ์แบตเตอร์รี่ที่มีความเล็ก ยืดหยุ่น ทนทาน และสามารถสอดใส่ในเสื้อผ้าได้ นอกจากนี้วัสดุนาโนที่ว่ายังมีความหนาแน่นทางพลังงานที่สูงมาก จุดโฟกัสหลักของคณะทำงานคือการสามารถผลิตพิมพ์วัสดุดังกล่าว ที่ทำมาจาก Nanofibers และเซรามิคประเภท nanoparticles ได้ โดยมีการความคุมคุณภาพเพื่อให้ความสามารถในการผลิตและเก็บพลังงานของวัสดุนี้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ด้วย จุดมุ่งหมายสุดท้ายของโครงการคือการสร้างองค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถฝังตัวลงในเนื้อผ้าได้ง่าย ความท้าทายหลักคือการตรวจสอบความยืดหยุ่นทางกลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวและแบตเตอร์รี่มีความยืดหยุ่นมากพอในการรักษาลักษณะสิ่งทอได้ที่ถูกฟังตัวลงไปได้ นักวิจัยในโครงการดังกล่าวคาดว่า ภาคอุตสาหกรรมน่าจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาจากนวัตกรรมใหม่ของพวกเขา และนำวางตลาดได้ ภายในเวลาไม่ถึงห้าปีหลังจากนี้ http://ec.europa.eu/research/infocentre/article_en.cfm?id=/research/star/index_en.cfm?p=sf-20170522-matflexend&calledby=infocentre&item=Infocentre&artid=44257

อุตสาหกรรมสิ่งทอในบริบท Industry 4.0

Industry 4.0 หรือการปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นแนวโน้มการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมที่มุ่งนำเอาเทคโนโลยี digital และการสื่อสาร (Information technology) ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้กับภาคอุตสาหกรรม เช่น cyber-physical systems, แนวคิด Internet of Things หรือ Cloud computer ซึ่งเป้าหมายในภาพรวมคือการพัฒนาที่จะนำไปสู่โรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory แนวโน้มดังกล่าวได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากในวงการอุตสาหกรรมปัจจุบัน บทความนี้จะกล่าวถึงผลกระทบของแนวโน้มดังกล่าวต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอในภาพรวม หากมองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นได้ว่าในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งก่อน ๆ ส่งผลกระทบที่สูงต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ การทอผ้าที่เปลี่ยนมาใช้เครื่องกลแทนการทอมือ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงและในขณะที่สามารถเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการผลิตให้สูงขึ้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ผ่านการพัฒนานวัตกรรมด้านโครงสร้าง Digital และ Biological สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เช่น 3-D printing หรือ artificial intelligence และ Biomaterial จึงน่าจะมีผลกระทบต่อภาคดังกล่าวเช่นเดียวกัน นาย Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานของ […]

มองเพื่อนบ้าน: กัมพูชา – ฐานการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอ

กัมพูชาเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มอาเซียนที่น่าจับตามอง เพราะในปัจจุบันกัมพูชาได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ลงทุนและผู้ประกอบการในฐานะประเทศฐานผลิตที่มีแรงงานราคาถูก โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ สิ่งที่ทำให้กัมพูชาเป็นที่สนใจในด้านนี้นั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน โดยแบ่งเป็นปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกได้แก่ ค่าเงินหยวนที่แข็งขึ้น จำนวนแรงงานที่ไม่พอเพียงในจีน อีกทั้งอัตราค่าจ้างที่สูงขึ้นของจีน ส่วนปัจจัยภายในนั้นได้แก่ ค่าแรงที่ถูกว่าจีนถึงสามเท่าในกัมพูชา อัตราภาษีที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และข้อยกเว้นต่างๆด้านภาษีที่กัมพูชาได้รับจากประเทศต่างๆ (เช่น อเมริกาและสหภาพยุโรป) ด้วยปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้กัมพูชาจึงได้รับเลือกโดยผู้ประกอบการรายใหญ่เช่น Adidas, GAP, and H&M ให้เป็นฐานผลิต โดยบริษัทส่วนใหญ่ใช้กัมพูชาเป็นแหล่งผลิตที่เพิ่มจากแหล่งผลิตที่มีอยู่แล้วในจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่เรียกว่า “China plus one”. แท้ที่จริงแล้ว กัมพูชาไม่ใช่ตลาดที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่เลยเสียทีเดียว ผู้ประกอบการจากประเทศเกาหลี จีน และญี่ปุ่นเองก็ได้มีการตั้งฐานการผลิตในกัมพูชามาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยผู้ประกอบการชาวเกาหลีเป็นผู้ประกอบการกลุ่มแรกๆที่มาลงทุนในบริเวณรอบๆพนมเปญ แต่ประเภทของบริษัทเหล่านี้ค่อนข้างที่จะหลากหลายและไม่ได้โฟกัสไปที่อุตสาหกรรมสิ่งทอ อาทิเช่น การผลิตของเล่น, เฟอร์นิเจอร์, และ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการลงทุนจากต่างประเทศในกัมพูชานั้นก็ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆตามรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียหรือ Asian Development Bank แม้ว่ากัมพูชาจะเป็นประเทศที่เล็ก (มีประชากรประมาณ15ล้านคน)แต่ศักยภาพการในการเป็นตลาดของกัมพูชาเองก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้น โดยจะเห็นได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นของ GDP ต่อปีที่สูงถึง ร้อยละ7-8 และการเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนที่มีรายได้ระดับกลาง จุดอ่อนที่สำคัญของกัมพูชาคือโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีคุณภาพไม่สูงและไม่เพียงพอ ทั้งด้านพลังงานและด้านขนส่ง ซึ่งส่งผลทำให้ต้นทุนต่างๆเช่นค่าไฟฟ้า นั้นค่อนข้างที่จะมีราคาที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นไทยและเวียดนาม อย่างไรก็ตามกัมพูชามีท่าทีที่ต้องการจะพัฒนาคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ […]

Organic and Ethical fashion: อีกหนึ่งทางเลือกของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย

Fast fashion (เสื้อผ้าที่ระยะการใช้สั้น เปลี่ยนใหม่เร็ว) นั้นเป็นเทรนของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน ยี่ห้อเสื้อผ้าที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเช่น Zara, H&M, หรือ Topshop ต่างก็เป็นสินค้าประเภท Fast fashion ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จในตลาดโลก แต่ข้อเสียและผลกระทบด้านลบของสินค้าfast fashionนั้นก็เริ่มเป็นที่ตระหนักต่อผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย ทำให้เกิดช่องว่างของตลาดที่ผู้บริโภคเสาะหาสินค้าอื่นมาทดแทน จุดเด่นของสินค้า fast fashionคือที่รูปแบบที่ทันสมัย สวยเก๋ และราคาที่ถูก แต่อีกจุดด้อยของมันคือ เมื่อราคานั้นถูกลงก็ส่งผลให้คุณภาพของสินค้านั้นต่ำลง และทำให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าใหม่มาหมุนเวียนบ่อยขึ้น เพิ่มอัตราการจับจ่ายและปริมาณขยะขึ้นไปอีกด้วย อีกทั้งเพื่อกดราคาสินค้าให้ต่ำ มีการใช้แรงงานเด็กหรือการกดค่าแรงเพื่อลดต้นทุนการผลิต และการใช้สารเคมีในปริมาณที่สูงในการปลูกป่าน และการผลิตฝ้าย ซึ่งสารเคมีเหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ของ fast fashion ส่งผลให้ผู้บริโภคและเจ้าของกิจการเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่น้อยกว่า Organic and Ethical fashion หรือสินค้าที่ผลิตมาจากวัตถูติบและมีกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองว่าปลอดจากสารพิษโดยการใช้แรงงานที่ถูกต้องตามจริยะธรรมนั้น จึงเริ่มได้รับความนิยม Ethical Fashion Forum (EEF)รายงานว่าในปีค.ศ. 2011 ขนาดของตลาดOrganic Cottonหรือฝ้ายอินทรีย์ เติบโตถึง ร้อยละ 72 จนมีมวลค่ากว่า 177 ล้านปอนด์ […]