การส่งเสริมนวัตกรรมในพลังงานชีวภาพของสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปได้จัดตั้งโครงการเงินทุน (EU-funded project) เพื่อสนับสนุน SMEs ในภาคธุรกิจพลังงานชีวภาพของ 6 ประเทศสมาชิกเพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำกำไร ความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในตลาดให้มากขึ้น ผ่านการสนับสนุนด้านเทคนิค เงินทุนและแนวทางในการบริหารจัดการ เนื่องจากสหภาพยุโรปต้องการพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและเป้าหมายพลังงาน

ทั้งนี้ในสหภาพยุโรป พลังงานชีวภาพมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมด (total energy mix) และมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ของการบริโภคพลังงานหมุนเวียน (renewable energy consumption) ซึ่งการใช้พลังงานดังกล่าวจะเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนให้สหภาพยุโรปสามารถไปถีงเป้าหมาย 2030 และ 2050 ด้านพลังงานหมุนเวียนและด้านสภาพภูมิอากาศได้ 

แม้ว่าภาคส่วนนี้กำลังพึงพอใจกับอัตราการเติบโตอย่างโตเนื่องในทุกปีที่ร้อยละ 5 แต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเจอกับอุปสรรคในการนำไอเดียด้านนวัตกรรมเข้าสู่ตลาด

และเพื่อจะส่งเสริมตลาดให้รับแนวคิดมวลชีวภาพ (biomass concept) โครงการสนับสนุนด้านการเงินของสหภาพยุโรปที่มีชื่อว่า “SECURECHAIN” ได้เข้ามาสนับสนุน 20 ธุรกิจ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน

นาย Patrick Reumerman ที่ปรึกษาอาวุโสของ BTG BIO Technology Group ในเนเธอร์แลนด์และผู้ประสานงานโครงการ SECURECHAIN กล่าวว่า “การผลิตพลังงานชีวภาพที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นกับความมั่นคงของพลังงาน นวัตกรรม การเติบโตและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย – ไม่ต้องพูดถึงประโยชน์ทางด้านสภาพภูมิอากาศ” 

SECURECHAIN ได้คัดเลือก 20 โครงการในขอบเขตของการเก็บเกี่ยวมวลชีวภาพ (biomass harvesting) การผลิตน้ำมัน (fuel production) การแปลงและการรีไซเคิลพลังงาน (energy conversion and recycle) โดยแต่ละโครงการจะได้รับการสนับสนุนตามรูปแบบของตนเอง ตั้งแต่การวิเคราะห์วิธีการทำงาน การช่วยเหลือด้านการงินและสร้างโอกาสในการระดมเงินทุน

โดยทาง SECURECHAIN ได้เสนอ innovation vouchers ให้แก่ SMEs เพื่อใช้ประโยชน์จากการสนันสนุน นวัตกรรมเป้าหมาย (targeted innovation support) และการให้ปรึกษาด้านเทคนิค (hands-on technical advice) สำหรับโครงการนำร่องของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งพันธมิตรหลักของภูมิภาค (regional lead partners) เพื่อช่วยเหลือและให้การสนับสนุนภาพรวมในระดับภูมิภาคและเพื่อตรวจวัดประสิทธิภาพของแต่ละโครงการ รวมทั้งจัดตั้งห้องปฏิบัติการการเรียนรู้ระดับภูมิภาค (regional learning labs) เพื่อจัดอบรมพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs อีกด้วย

นอกจากนี้ ทาง SECURECHAIN ยังดำเนินการประเมินภาพรวม (life-cycle assessment) เพื่อวัดผลที่ได้รับภาพรวมของด้านสภาพแวดล้อมในโครงการนำร่องของ SMEs รวมไปถึงการเพิ่มการอบรม การสนับสนุนในกระบวนการรับรอง การประเมินความเสี่ยงทางการเงินและการบริการให้คำปรึกษา โดยนาย Reumerman ได้กล่าวว่า “พวกเราให้ความช่วยเหลือในการตัดสินใจทางกลยุทธ์และลงทุนเพิ่มเติมในระบบและเครื่องมือต่างๆ”

โดยภาพรวมแล้ว SECURECHAIN สามารถเพิ่มมวลชีวภาพเข้าสู่ระบบของสหภาพยุโรปได้ปีละ 142,000 ตันและผลิตพลังงานหมุนเวียนได้กว่า 2.3 ล้านกิกะจูลต่อปี รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 40,100 ตันต่อปี พร้อมทั้งยังก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 10.2 ล้านยูโรอีกด้วย

นาย UWE Kies ผู้ประสานงานของ SUCURECHAIN ได้กล่าวว่า สำหรับโครงการ SMEs ที่ได้รับเลือกในเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวีเดน สเปน กรีซและเอสโตเนีย พวกเราได้ช่วยเหลือโดยการออกแบบเทคโนโลยีให้เหมาะสมที่สุดและพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตได้

สำหรับในสวีเดน SECUECHAIN ได้เข้าช่วย 4 หมู่บ้านในการนำระบบมวลชีวภาพมาใช้แทนที่ oil boilers รวมถึงการขยายเครือข่ายการให้ความร้อน (heating grid) ในเขตท้องถิ่นอีกด้วย โดยโครงการนี้ทำให้ 4 ชุมชนขนาดเล็กสามารถละทิ้งการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างสมบูรณ์และหันไปใช้พลังงานมวลชีวภาพในการให้ความร้อนแทน

สำหรับในสเปน SECURECHAIN ได้สนับสนุนในการเพิ่มระดับของการผลิตเม็ดมวลชีวภาพ (biomass pellet production) โดยการเพิ่มสายการผลิตพิเศษสำหรับเม็ดอุตสาหกรรม (industrial pellets) ในขณะที่ในเยอรมันได้ช่วยปรับปรุงการฟื้นฟูไม้เพื่อนำไปใช้ในโรงงานชีวมวล (wood recovery for use in biomass facilities) จากขยะสีเขียวของครัวเรือน

นอกจากนี้ SECURECHAIN ยังได้ช่วยเหลืออีก 11 ธุรกิจ SMEs ในกระบวนการขอรับรอง (process of certification) ในขณะที่ SMEs อื่นๆ ก็มีส่วนร่วมผ่านการอบรมและห้องปฏิบัติการการเรียนรู้ (learning labs)

นาย Kies ได้กล่าวว่า “ SECURECHAIN ได้ส่งเสริมพลังงานชีวภาพผ่านการสร้างคลัสเตอร์ธุรกิจ โดยการจับคู่พันธมิตรกันทั้งในห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่นวัตกรรม” นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้อีกว่าคำปรึกษาจะสามารถทำงานได้ดีที่สุดเมื่อส่งมอบโดยที่ปรึกษาที่อยู่ในพื้นที่และการยอมรับจากประชาชนโดยการทำผ่านการสื่อสารและการให้ความรู้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สุดท้ายนี้พวกเราเชื่อว่าการสื่อสารบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากทั้งโครงการที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จในสหภาพยุโรปนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อ SMEs

แหล่งที่มา : https://ec.europa.eu/research/infocentre/article_en.cfm?&artid=50325&caller=other

ข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการ : http://www.securechain.eu/

ระยะเวลาของโครงการ SECURECHAIN : เมษายนปี 2015 – กรกฎาคม 2018

เงินสนับสนุนโครงการทั้งสิ้น :  1,809,586 ยูโร

รายงานสรุปโครงการ : http://www.securechain.eu/securechain-summary-report

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: