International E-waste Day ได้จัดขึ้นอีกครั้งเพื่อกระตุ้นการรีไซเคิลสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น

จากความสำเร็จในการจัดกิจกรรม International E-waste Day (IEWD) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2018 ทำให้ WEEE Forum ซึ่งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิธีการบริหารจัดการขยะจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เห็นพ้องที่จะจัด IEWD อีกครั้งในวันที่ 14 ตุลาคม 2019

ในปี 2019 วันที่ 14 ตุลาคมได้ถูกกำหนดให้เป็น International E-waste Day เพื่อต้องการสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยวัตถุประสงค์เพื่อลดผลกระทบดังกล่าวและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยองค์กรมากกว่า 100 องค์กรจาก 44 ประเทศให้การสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวเพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์

ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกต่อปีอยู่ที่ 50 ล้านเมตริกตัน ซึ่งส่วนมากจะถูกจัดการอย่างไม่ถูกวิธีและไม่ปลอดภัย ส่งผลให้เกิดปัญหามลภาวะ เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์และเกิดการสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าไป โดยขยะอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นขยะที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในบรรดาขยะทั้งหมดและประเทศส่วนใหญ่ต่างประสบปัญหาในการรับมืออย่างมีประสิทธิภาพกับขยะดังกล่าวในปริมาณมหาศาล ทั้งนี้จากสถิติในปี 2016 มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล

สำหรับ International E-waste Day ทำให้เราทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นไปที่การเก็บรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากพอกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการจัดการขยะและการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี จึงทำให้ในปัจจุบันยังขาดแคลนสถานที่บำบัด (treatment facilities) ที่จะจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น หากขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนกับขยะมูลฝอย โดยมากแล้วก็จะถูกนำไปเผา ฝังกลบหรือส่งออกไปประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งโดยทั่วไปผู้ส่งออกขยะอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเลือกปลายทางไปที่ประเทศที่ขาดกฎหมายสำหรับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ในประเทศดังกล่าว สินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะถูกคัดแยกองค์ประกอบด้วยมือ เผาในที่โล่งแจ้งหรือละลายกรดโดยคนงานท้องถิ่น รวมถึงเด็ก ซึ่งมีเครื่องมือป้องกันที่ไม่เพียงพอ สุดท้ายนำมาซึ่งปัญหาด้านสุขภาพอย่างร้ายแรง รายงานการวิจัยพบว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ประกอบด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์จะส่งผลต่อระบบประสาท ตับ ไตและรวมถึงมะเร็งบางชนิดอีกด้วย อีกทั้งสารพิษที่ตกค้างยังสามารถซึมและปนเปื้อนไปกับดิน อากาศและน้ำซึ่งจะส่งผลต่อระบบนิเวศข้างเคียงซึ่งมนุษย์ใช้ในการปลูกพืช ล่าสัตว์และการประมง นอกจากนั้นสารเคมีดังกล่าวยังสามารถแพร่กระจายไปสู่ทวีปอื่นๆ ผ่านอากาศและทะเลอีกด้วย

องค์กร global sustainability certification หรือรู้จักกันอีกชื่อว่า TCO Certified ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบและออกใบรับรองเกี่ยวกับสินค้า IT ในด้านความยั่งยืนในระดับสากล ได้เสนอวิธี circularity เพื่อประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตและการบริโภคสินค้า IT เพื่อป้องกันการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดให้สินค้า IT ต้องมีความทนทาน สามารถซ่อมแซมได้และสามารถอัพเกรดได้ รวมไปถึงการรีไซเคิลด้วย โดยแนวคิดคือต้องการให้สินค้ามีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้นและวัสดุต่างๆสามารถนำมาฟื้นฟูได้ 

ทั้งนี้นาย Andreas Rehn ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาของ TC Development กล่าวว่า “นี้ไม่ใช่แนวทางหลักเดียวในการแก้ปัญหานี้ – ทั้งหมดคือการค่อยๆ ขับเคลื่อนไปทีละขั้นในทิศทางที่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น TCO Certified generation 8 กำหนดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายในสินค้า IT จะถูกลดลงหรือถูกกำจัดออกไปเพื่อให้วัสดุสามารถรีไซเคิลได้เมื่อสินค้าหมดอายุการใช้งาน โดยเขาได้กล่าวเสริมอีกว่า “TCO Certified ยังกำหนดให้ต้องมีการผลิตชิ้นส่วนสำรองที่สำคัญไว้เสมอและแบตเตอรี่ต้องสามารถถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องทิ้งสินค้าเพียงเพราะแบตเตอรี่หมดประสิทธิภาพ”

Source: https://industryeurope.com/second-ever-e-waste-day-aims-for-more-electronics-recycling/

สมาชิกของ WEEE Forum: https://weee-forum.org/members/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: