การเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์ : การจัดตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิคสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน

สังคมเราในปัจจุบันเป็นสังคมที่ใช้ทรัพยากรในรูปแบบที่เรียกว่าเส้นตรง คือ “ผลิต ใช้และทิ้ง” ทำให้ทรัพยากรของโลกเริ่มค่อยๆ หมดลง รวมถึงเงินในกระเป๋าอีกด้วย วิธีจัดการกับปัญหานี้ คือแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งเป็นระบบที่ทุกอย่างจะไม่ถูกมองว่าเป็นขยะ แต่จะถูกนำมาใช้ซ้ำหรือเปลี่ยนรูปแบบการใช้ออกไป แต่ในขณะนี้มาตรฐานและแนวทางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่างเช่น การรีไซเคิล ในปัจจุบันยังไม่มีวิสัยทัศน์ที่ทั่วโลกเห็นพ้องกัน ดังนั้น องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization) หรือ ISO จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิค เพื่อพิจารณากำหนดมาตรฐานสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียนขึ้น

เป็นที่ตระหนักดีว่า การเพิ่มขึ้นของระบบบริโภคนิยมและผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้งนั้น สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่โลกมาแล้ว และก่อนที่สถานการณ์ของจำนวนพลาสติกจะมากกว่าจำนวนปลาในท้องทะเล[1] เราควรต้องลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อบรรเทาสิ่งที่จะเกิดขึ้น จากการประชุม World Economic Forum ทุกคนเห็นพ้องกันว่าการมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยและบรรเทาสถานการณ์ต่างๆ ได้ และยังสร้างโอกาสมูลค่ามากกว่าล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐในด้านศักยภาพของนวัตกรรม การสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ[2]

เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นหนึ่งวิธีที่จะมาปฎิรูประบบแทนการซื้อ ใช้และทิ้ง โดยแนวคิดคือจะไม่มีสิ่งใดที่จะถูกทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ โดยจะถูกมาใช้ซ้ำหรือสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยลดทั้งขยะและลดการใช้ทรัพยากรลง

ในขณะที่หลายองค์กรยังคง ‘ทำอย่างเล็กน้อย’ ในการรีไซเคิลหรือการคัดแยกขยะในระดับของตน  พวกเราถือว่ายังอยู่ห่างไกลมากกับโลกที่เรียกว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง กล่าวโดย ประธานของคณะกรรมการว่าด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน นาง Catherine Chevauche “เพื่อมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ได้ ธุรกิจก็ต้องการรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่เช่นกัน –  สิ่งที่ขาดไปคือวิสัยทัศน์ในระดับโลกว่าที่จริงแล้วเศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไรและรูปแบบสากลที่ทุกๆ องค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้”

คณะกรรมการ ISO ด้านเทคนิคชุดนี้มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว โดยปัจจุบัน คณะกรรมการ ISO / TC 323 ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มาจากกว่า 65 ประเทศและคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

แนวคิดการจัดตั้งเริ่มต้นจากงานสัมมนาที่จัดขึ้นโดย AFNOR ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสมาชิก ISO ซึ่งงานดังกล่าวผู้นำทางธุรกิจจากหลายภาคส่วนได้แสดงความต้องการที่จะเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากเส้นตรงเป็นแบบหมุนเวียน ดังนั้นฝรั่งเศสจึงได้จัดทำระบบมาตรฐานขึ้นมาชื่อว่า XP X30-901 circular economy – ระบบการจัดการโครงการแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน – ข้อกำหนดและแนวทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งถูกตีพิมพ์ขึ้นในปี 2018 โดยผลการตอบรับเป็นไปในเชิงบวกและได้มีการเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศขึ้นและในที่สุดคณะกรรมการ ISO / TC 323 จึงได้เกิดขึ้น

คณะกรรมการฯ ตั้งใจที่จะสร้างหลักการที่ยอมรับกันในระดับสากล รวมถึงคำนิยามของศัพท์ต่างๆ และกรอบแนวทางเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมทั้งพัฒนามาตรฐานระบบการบริหารจัดการ นอกจากนี้แล้วยังศึกษาเพื่อหารูปแบบธุรกิจทางเลือกใหม่และวิธีการวัดและประเมินความหมุนเวียนอีกด้วย

นาง Catherine กล่าวว่าพวกเราตระหนักถึงความเร่งด่วนที่ควรจะมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากผลกระทบของทรัพยากรและการเสื่อมลงของความหลากหลายทางชีวภาพ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการเติบโตที่ไม่เท่าเทียมในหลายๆ ประเทศที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการผลิตและการบริโภคของโลก

“สมาชิกของคณะกรรมการเห็นพ้องกันว่าต้องพัฒนามาตรฐานในด้านนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” เธอกล่าว “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องทนกับความไม่เท่าเทียมของความมั่งคั่งและขยะจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว”

ISO/TC 323 circular economy มุ่งที่จะครอบคลุมทุกแง่มุมของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการจัดซื้อภาครัฐ ภาคการผลิตและการขนส่ง การจัดการเกี่ยวกับวัสดุที่หมดอายุการใช้งาน (end of life) พร้อมทั้งขยายขอบเขตไปถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในสังคม และการประเมินผล อย่างเช่น ตัวชื้วัด circularity footprint หรือดัชนี และยังจะได้รับประโยชน์จากการประสานงานกับคณะกรรมการ ISO ด้านเทคนิคเรื่องอื่น ๆ ที่มีต่อมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น การจัดซื้ออย่างยั่งยืน คุณภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมและอื่น ๆ

โดยมาตรฐานที่กล่าวมาจะช่วยทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติได้โดยตรงหลายเป้าหมายด้วยกัน อย่างเช่น เป้าหมายที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก

ผู้เชี่ยวชาญภาคสนามและภาคส่วนต่างๆ ที่สนใจจะเข้าร่วมในคณะกรรมการสามารถติดต่อกับ องค์กร ISO ในประเทศของตนเองได้ โดยในปัจจุบันหน่วยงานของไทยคือ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้เข้าร่วมในคณะกรรมการดังกล่าวด้วย

ข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมของมาตรฐานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยสำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมในต่างประเทศ ประจำกรุงเวียนนาจะติดตามและอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องในลำดับต่อไป

Source: https://www.iso.org/news/ref2402.html


[1] According to the Ellen Macarthur Foundation, if current trends continue, by 2050 there could be more plastic in the sea than fish.

[2] World Economic Forum 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: