เยอรมันใช้พลังงานทดแทนสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ความท้าทายด้านพลังงานของยุโรปยังสูง

ในครึ่งแรกของปีพ.ศ. 2561 เยอรมันใช้พลังงานที่มาจากแหล่งพลังงานทดแทนมากกว่าพลังงานที่มาจากถ่านหิน เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานสะอาด อย่างไรก็ตามความท้าทายของสหภาพยุโรปที่จะทำตามเป้าหมายสนธิสัญญาปารีสยังคงสูงอยู่ นอกจากนี้เป้าหมายอุณหภูมิไม่เกิน 2 องศาที่ตั้งไว้อาจจะไม่เพียงพอ

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานและน้ำของเยอรมนี (BDEW) เมื่อวันอังคาร (10 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา พลังงานจากลม แสงอาทิตย์ น้ำ และก๊าซชีวภาพเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการทางไฟฟ้าของเยอรมนีในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2561 คิดเป็นสัดส่วนถึง 36.3% ในขณะพลังงานไฟฟ้าที่ถ่านหินถูกใช้เพียง 35.1% เท่านั้น

ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ายินดีของเยอรมัน เพราะ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาระดับเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานหมุนเวียนจะเริ่มแซงหน้าการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่การเพิ่มขึ้นดังกล่าวยังเกิดขึ้นในระยะเวลาช่วงสั้น ๆ เช่นเป็นบางวันหรือช่วงสัปดาห์ แต่หกเดือนแรกที่ผ่านมาเป็น ครั้งแรกที่การใช้พลังงานจากถ่านหินลดลงต่ำกว่าพลังงานทดแทนเป็นช่วงระยะเวลานานถึงหกเดือนในเยอรมนี และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ (พ.ศ. 2560) พลังงานทดแทนถูกใช้เพียง 32.5% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี และพลังงานจากถ่านหินคิดเป็น 38.5% ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการใช้พลังงานทดแทน (ปีที่ผ่านมายุโรปมีสภาพอากาศค่อนข้างอุ่น) และการบริโภคพลังงานที่ลดลง

นอกจากนี้ การลดลงของการใช้ถ่านหินส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของการใช้ถ่านหินหนักหรือแอนทราไซต์ที่มีคาร์บอนหนักในขณะที่การใช้ถ่านลิกไนต์หรือถ่านหินสีน้ำตาล (brown coal) ที่มีความเข้มข้นของคาร์บอนน้อยที่สุด คงตัวอยู่ในช่วงปี 2560 ถึง 2561

อย่างไรก็ตามการลดลงของการใช้พลังงานถ่านหิน คาดว่าจะยังไม่ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเยอรมนีลดลง แม้จะมีความคืบหน้าในการสร้างกำลังการผลิตพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม เพราะความพยายามผันภาคการขนส่งของประเทศ ซึ่งเป็นภาคที่ใช้พลังงานที่สูง ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงยังอยู่ในช่วงตั้งต้น อีกทั้งการตัดสินใจของรัฐบาลกลางในการระงับการใช้พลังงานปรมาณูในปีพ. ศ. 2554 หลังจากเกิดภัยพิบัติจากนิวเคลียร์ฟูกูชิม่ายังคงทำให้เยอรมันต้องหาแหล่งพลังงานใหม่มาแทนที่อยู่ ปัจจัยดังกล่าวทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินยังคงเป็นทางเลือกที่สำคัญในเยอรมัน จากงานวิจัยล่าสุดขององค์กรเอกชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของอังกฤษ องค์กร Sandbag ได้แสดงให้เห็นว่า โรงไฟฟ้าลิกไนต์เจ็ดแห่งในเยอรมนีเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของบริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นปริมาณสูงที่สุดในทวีปยุโรป

BDEW-Powermix-2018-en.png

รัฐบาลเยอรมันได้ให้คำมั่นสัญญาอย่างต่อเนื่องว่าจะนำเสนอแผนการลดการใช้พลังงานถ่านหิน ล่าสุดก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นเพื่อทำภารกิจนี้ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้มีการประชมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการรัฐบาลกลางได้มีการจัดคณะรัฐบาลใหม่เมื่อไม่นานมานี้รวมทั้งมีการเลือกคณะรัฐมนตรีด้านพลังงาน การเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองดังกล่าวกลายเป็นอุปสรรคใหม่ของการดำเนินการด้านพลังงานทดแทน เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ Peter Altmaier ได้ปฏิเสธที่จะพิจารณาเป้าหมายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนใด ๆ ของสหภาพยุโรปที่จะบังคับให้เยอรมนีต้องเพิ่มสัดส่วนด้านพลังงานทดแทนสูงไปกว่า 32% ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้แทนของเยอรมันได้รับการนำเสนอจากผู้แทนของสหภาพยุโรปไปแล้ว การปฏิเสธดังกล่าวบั่นทอความหวังที่รัฐบาลเยอรมันจะสนับสนุนข้อเสนอของสหภาพยุโรปที่มุ่งผลักดันสัดส่วนพลังงานทดแทนของประเทศสมาชิกให้เพิ่มขึ้นไปที่ 35% ภายในปีพ. ศ. 2573 (ค.ศ. 2050) ซึ่ง ท้ายสุดนาย Altmaier ก็สามาถทำการเจรจาเพื่อลดเป้าหมายดังกล่าวตามความต้องการ และทำการลงนามในข้อตกลงที่กำหนดเป้าหมายใหม่ไว้ที่ 32% ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการรับรองโดยสมาชิกของคณะกรรมาธิการด้านพลังงานของรัฐสภายุโรปไปเรียบร้อย

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศค.ศ. 2050 อย่างเป็นทางการที่กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งคณะผู้บริหารของสหภาพยุโรปหวังที่จะนำเสนอผลที่ได้รับที่ที่ประชุมสุดยอด COP24 ในเมือง Katowice ประเทศโปแลนด์สิ้นปีนี้ นาย Miguel Arías Cañeteผู้อำนวยการด้านสภาพอากาศของสหภาพยุโรปกล่าวในการแถลงข่าวว่า คณะกรรมาธิการยุโรปมุ่งที่จะสรุปผลการดำเนินการดังกล่าว ผ่านการจัดสถานการณ์การดำเนินการ Paris Agreement ที่หลากหลายซึ่งจะแสดงถึงทะเยอทะยานของสหภาพยุโรป โดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมได้เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปใช้การจำลองที่ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลปัจจุบันของยุโรป เป็นตัวตั้งในการสร้าง baseline scenario และทำการจำลองสถานการณ์สมมุติต่าง ๆ เพื่อให้เห็นถึงทางเลือกด้านนโยบายที่จะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยที่ 2 องศา ต่ำกว่า 2 องศา และต่ำกว่า 1.5 องศาตามแนวทางของสนธิสัญญาปารีส

ความคับขันของการดำเนินการด้านสภาพแวดล้อมดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น จากรายงานจากคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) จะถูกเผยแพร่ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ที่ในร่างฉบับแรกได้มีการเปิดเผยว่าเป้าหมายของอุณภูมิโลกที่ 2 องศาอาจจะเป็นเป้าหมายที่ต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น

ที่มา – https://www.euractiv.com/section/energy/news/german-coal-trounced-by-renewables-for-first-time/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: