สหภาพยุโรปผนวกนโยบายอุตสาหกรรมและคมนาคม ผลักดันนวัตกรรมและการแข่งขัน

ประธานคณะกรรมาธิการฯ ยุโรปนาย Juncker ได้ประกาศเป้าหมายสำหรับภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ดิจิตอล และการลดคาร์บอน (decarbonication) ในการกล่าวต่อที่ประชุมเมื่อเดือนกันยายนปีค.ศ. 2017 และมีการดำเนินการผ่านมาตรการ Europe on the move ในเดือนพฤษภาคม (clean, competitive and connected mobility) และพฤศจิกายน (clean vehicle) ปีค.ศ. 2017 ในวันที่ 17 พฤษภาคมค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการได้ประกาศมาตรการสุดท้ายของ Europe on the move ที่มีจุดประสงค์ให้ประชากรในสหภาพยุโรปได้รับประโยชน์จากระบบคมนาคมที่ปลอดภัย รถยนต์ที่มีมลพิษน้อยลง และเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น ในขณะที่พัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรปไปในเวลาเดียวกัน

นโยบายดังกล่าวมีความน่าสนใจในการผนวกเอาเป้าหมายด้านคมนาคม ซึ่งโดยปกติจะแยกออกจากเป้าหมายอุตสาหกรรมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยประสานเอาความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งยานยนต์และโครงสร้างพื้นฐาน จัดมาตรฐานด้านการปล่อยก๊าซ CO2 สำหรับยานยนต์ขนาดใหญ่ มาตรการดำเนินการพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ในสหภาพยุโรป และวางยุทธศาสตร์สำหรับยานยนต์ที่มีความเชื่อมต่อและอัตโนมัติ นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายสุดท้ายของ European on the Move

ในการประกาศมาตรการสุดท้ายนี้ มีผู้นำระดับสูงของสหภาพยุโรปเข้าร่วมจากหลายภาคส่วน นาย Sefcovic รองประธานรับผิดชอบด้าน Energy Union กล่าวว่า ระบบคมนาคมเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีการใช้เทคโนโลยี …ซึ่งจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมของยุโรปอยู่ในแนวหน้า..การผลิตเทคโนโลยีดังกล่าวในจำนวนที่มาก แบตเตอรี่ที่มีความยั่งยืนและการวางโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพยังช่วยให้(ภาคคมนาคมของ)ยุโรปสามารถเข้าสู่เป้าหมาย triple zero ด้านการปล่อยก๊าซ การติดขัดจราจรและอุบัติเหตุได้ นาย Arias Canete กรรมาธิการด้าน Climate Action และ Energy กล่าวชักชวนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในด้านการแก้ไขการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภายใต้สนธิสัญญาปารีส ..และกล่าวย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซของยานยนต์ขนาดใหญ่สหภาพยุโรปที่ได้ผ่านการรับรองเป็นครั้งแรกว่า มาตรฐานดังกล่าวเป็นโอกาสของสหภาพยุโรปที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี นาง Bulc คณะกรรมาธิการด้านคมนาคมได้กล่าวสรุปถึงบทบาทของสหภาพยุโรปในช่วงที่ผ่านมา โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อสนับสนุนระบบคมนาคมที่ปลอดภัย สะอาดและอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ท้ายสุด นาง Blenkowska กรรมาธิการ Internal Market, Industry, Entrepreneurship and SMEs กล่าวถึงอุบัติเหตุบนท้องถนนว่าร้อยละ 90 มาจากความผิดพลาดของมนุษย์ ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ได้รับการประกาศในวันนี้จะช่วยนำไปสู่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างหนทางสู่อนาคตของยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและเชื่อมต่อ (driverless future of connected and automated driving)

คณะกรรมาธิการมุ่งที่จะเปลี่ยนระบบคมนาคมปัจจุบันไปสู่ระบบที่มีความปลอดภัย สะอาด เชื่อมต่อและอัตโนมัติ ผ่านนโยบายดังกล่าว นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับกิจการในสหภาพยุโรปให้เป็นเลิศ และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มีความสะอาดและมีศักยภาพในการแข่งขันได้

นโยบาย Europe on the Move ดังกล่าวประกอบด้วย

  • เอกสารนโยบายที่ยังไม่มีผลบังคับใช้หรือ Communication ด้านนโยบายความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับปีค.ศ. 2020-2030 แบ่งเป็นสองส่วนคือ 1) ความปลอดภัยด้านยานยนต์และผู้เดินถนน (vehicle and pedestrian safety) และการจัดการความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure safety management)
  • เอกสารนโยบายที่ยังไม่มีผลบังคับใช้ ด้านConnected and Automated mobility
  • กฎหมายด้านมาตรฐาน Co2 สำหรับรถบรรทุก การออกแบบให้เพรียวลม การติดฉลากของล้อรถ และวิธีการเปรียบเทียบเชื้อเพลิง รวมทั้งยุทธศาสตร์ด้านแบตเตอร์รี่
  • กฎหมายด้าน Digital environment for information exchange in transport สองฉบับ
  • กฎหมายด้าน streamline permitting procedures for projects on the core European transport network (TEN-T) รายละเอียดของโครงการเหล่านี้สามารถดูได้ที่นี่ สหภาพยุโรปได้กำหนดงบประมาณให้กับโครงการที่เกี่ยวข้องกว่า 450 ล้านยูโรเพื่อทำการสนับสนุนประเทศสมาชิก

Clean mobility

คณะกรรมาธิการได้รับรองมาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซของระบบคมนาคม สำหรับยานยนต์ขนาดใหญ่ โดยได้กำหนดให้ปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 ของรถบรรทุกในปีค.ศ. 2025 มีปริมาณน้อยลงกว่าปีค.ศ. 2019 ร้อยละ 15  เป้าหมายดังกล่าวต่ำกว่าเป้าหมายเดิมร้อยละ 30 และเชื่อมต่อกับเป้าหมายด้านสภาวะอากาศของสหภาพยุโรปที่กำหนดผ่านสนธิสัญญาปารีส มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทและกิจการต่าง ๆ โดยเฉพาะกิจการขนาดกลางและเล็ก สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการใช้พลังงานได้ (กว่า 25000 ยูโรภายในห้าปี) นอกจากนี้ยังมีการกำหนดมาตรฐานการออกแบบรถให้มีความเพรียวลม และล้อยางให้ลดการใช้พลังงาน และยังมีการวางแผนดำเนินการด้านแบตเตอรี่ที่จะช่วยสร้างระบบ ecosystem ด้านแบตเตอรี่ยั่งยืนในสหภาพยุโรปอีกด้วย

Connected & Automated Mobility

ที่ผ่านมา รถยนต์และยานยนต์อื่น ๆ ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ ช่วยเหลือการขับหรือ driver assistance systems คาดว่าการขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือ fully autonomous vehicles นั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม คณะกรรมาธิการมุ่งที่จะให้สหภาพยุโรปเป็นผู้นำโลกในด้าน Fully autonomous and connected mobilty systems และได้ทำการวางแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ใช้ท้องถนน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะนำผลประโยชน์ที่มีนัยสำคัญมาให้กับประชากร ธุรกิจ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในสหภาพยุโรป และมีการวางแผนสร้างสภาวะแวดล้อมด้านดิจิตอลเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการขนส่งต่าง ๆ อีกด้วย

 

ที่มาhttp://europa.eu/rapid/press-release_IP-18-3708_en.htm

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: