ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป (ตอนที่ 1)

ภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและการให้บริการรายใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่าร่อยละ 83 ของการส่งออกทั้งหมดในช่วงค.ศ. 2008 – 2016 กว่าสองในสามของการลงทุนด้านงานวิจัยในภาคเอกชน และร้อยละ 17 ของมูลค่าเพิ่ม (value added) ในสหภาพยุโรป มาจากภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรมยังเป็นแหล่งจ้างงานมากกว่า 32 ล้านตำแหน่งคิดเป็นหนึ่งในสี่ของงานในภาคเอกชน นอกจากนี้การสร้างงานแต่ละตำแหน่งในภาคอุตสาหกรรมยังก่อให้เกิดตำแหน่งงานในภาคอื่น ๆ อย่างน้อย 2.5 ตำแหน่ง โดยเฉพาะภาคการให้บริการ ภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปโดยรวมมีความสามารถในการแข่งขันที่สูง มีศักยภาพการแข่งขันที่สูงเมื่อเทียบกับภูมิภาคที่พัฒนาแล้ว เช่นอเมริกา

สหภาพยุโรปเป็นผู้นำระดับโลกในหลาย ๆ ด้านภายในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านการสร้างมูลค่าที่สูง ด้านลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือ ecological footprint ที่สามารถลดได้ต่ำและด้านเทคโนโลยีร่วมทั้งการให้บริการที่ก้าวหน้า เช่นด้านยานยนต์ ยา เคมี เครื่องกล และแฟชั่น นอกจากนี้บริษัทยุโรปยังเป็นบริษัทแนวหน้าในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีหลากหลาย เช่นด้านการพัฒนาระดับสูง (Advance manufacturing เทคโนโลยีนาโน ไบโอเทคโนโลยี ไมโครและมาโครอิเล็กทรอนิกส์ photonics และวัสดุระดับสูง อื่น ๆ เทคโนโลยีรูปแบบใหม่เหล่านี้ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีความยั่งยืน และ low-carbon

pexels-photo-825262.jpeg

ภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ ซึ่งเป็นการรวมเข้าของภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมและภาคดิจิตอล เพื่อนำไปสู่การรวมตัวระหว่างผลิตภัณฑ์ที่ชาญฉลาดหรือ Smart product และการให้บริการที่ถูกปรับให้เข้ากับผู้บริโภค (intelligent personalized services) การเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งอยู่ในบริบทภาพรวมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การให้บริการในรูปแบบใหม่ ๆ การพัฒนาของหุ่นยนต์ artificial intelligence Internet of Things (IoT) ระบบพลังงาน และเศรษฐศาสตร์ชีวภาค ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปนี้ คาดว่าจะนำไปสู่การสร้างภาคการผลิตสำหรับอนาคตที่มีความยืดหยุ่น มีการปรับเข้ากับความต้องการของผู้ใช้ หรือ customization อีกทั้งเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้นและผลิตได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และที่สำคัญจะเป็นการก้าวกระโดดของประสิทธิภาพการผลิตที่สำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของสหภาพยุโรป และเป็นโอกาสด้านการจ้างงานที่สำคัญในภาคการผลิตเทคโนโลยีระดับกลางและสูง

อย่างไรก็ตามมีความท้าทายจำนวนมากที่สหภาพยุโรปจะต้องก้าวผ่านเพื่อทำการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการพัฒนาเหล่านี้ โดยเฉพาะการจัดการด้านการลงทุน การลดความแตกต่างระหว่างประเทศสมาชิกในด้านศักยภาพการผลิต การผลักดันนวัตกรรมเพื่อลดช่องหน้างระหว่างสหภาพยุโรปและคู่แข่งในระดับโลกเช่น เกาหลีและญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีช่องว่างด้านความสามารถในการจัดการข้อมูลข้ามพรมแดน และการจัดการความขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญและแรงงาน ซึ่งทั้งนี้เป็นความท้าทายในระดับมหาภาพที่สหภาพยุโรปจะต้องจัดการทั้งสิ้น

ความท้าทายดังกล่าวทำให้สหภาพยุโรปต้องกระตื้อรือร้นในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องผ่านการดำเนินการมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2017 คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ทำการประกาศยุทธศาสตร์นโยบายด้านอุตสาหกรรม (Industrial Policy Strategy) ของสหภาพยุโรป ที่จะได้รับการดำเนินการในช่วงปีค.ศ. 2017 เป็นต้นไป การดำเนินการยุทธศาสตร์ดังกล่าว คาดว่าจะมีผลกระทบกับไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้การศึกษายุทธศาสตร์ดังกล่าว น่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องกับนโยบายอุตสาหกรรมและการพัฒนาของไทย รายงานฉบับนี้เป็นการรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าวเพื่อนำเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและสนใจยุทธศาสตร์ด้งกล่าว

บทความตอนที่ 1 นี้จะนำเสนอภาพรวมของอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรป และสรุปการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผ่านมาก ตอนที่2จะสรุปยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปและความเห็นของภาคส่วนอื่น ๆ ต่อยุทธศาสตร์ดังกล่าว ตอนที่ 3 จะรวบรวมรายละเอียดโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว รวมทั้งสรุปส่งท้าย

การพัฒนาอุตสาหกรรมในภาพรวมของสหภาพยุโรป

การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของยุทธศาสตร์ Europe 2020 จำนวนสี่โครงการจากทั้งหมดเจ็ดโครงการภาคใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว ทั้งสี่โครงการนี้เป็นโครงการที่สำคัญในบริบทการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ได้แก่ Innovation Union; Digital agenda for Europe; New skills for new jobs และ Industrial policy for the globalization era โครงการเหล่านี้ มุ่งผลักดันภาคอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ ทั้งการเข้าถึงทรัพยากร วัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างมาตรฐานและเพิ่มความเข็มแข็งของ single market

ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการชุดก่อน (Barroso ชุดที่สอง) ได้ดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรปเพื่อที่จะสร้างงานและคงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การพัฒนาสภาพแวดล้อมของธุรกิจ เพิ่มการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ช่วยการเข้าถึงกองทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนา Single Market ยกระดับความสามารถของแรงงาน และส่งเสริมนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและความยั่งยืน (เช่นด้านการผลิตที่สะอาด เทคโนโลยีระดับสูง ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เครื่องยนต์สะอาดและ smart grid) โดยได้ตั้งเป้าหมายให้สัดส่วนขอ GDP จากภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็นร้อยละ 20 ภายในปีค.ศ. 2020

pexels-photo-113885.jpeg

เพื่อเป็นการสานต่อเป้าหมายเดิมดังกล่าว หนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของคณะกรรมาธิการฯ ในช่วงปีค.ศ. 2014-2019 คือการสร้างตลาดภายในที่มีความเท่าเทียบอยู่บนฐานของภาคอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง คณะกรรมาธิการฯ ได้ดำเนินการนโยบายแนวราบที่ครอบคลุมหลายประเภทอุตสาหกรรม อาทิ แผนการลงทุนเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้ทันสมัย ยุทธศาสตร์ Digital single market โครงการ energy union มุ่งควบคุมราคาพลังงานให้ย่อมเยา ยั่งยืนและมั่งคง โครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของการใช้ทรัพยากร โครงการ capital market union เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและ Single Market Strategy ที่มุ่งกำจัดอุปสรรคในด้านมาตรฐาน ข้อบังคับต่าง ๆ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการทำธุรกิจขนาดกลางและเล็กรวมทั้ง start-up

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯ ยังได้ดำเนินการเพื่อผลักดันการ Digitalizing ภาคอุตสาหกรรมผ่านมาตรการจัดการความท้าทายในด้านการเงิน มาตรฐาน cloud และโครงสร้างพื้นฐานของข้อมูล นวัตกรรม (Internet of Thing การผลิตระดับสูงและเทคโนโลยีดิจิตอล) และความเชี่ยวชาญของแรงงาน

การตระหนักถึงช่องว่างระหว่างความสามารถของแรงงานที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเทคโนโลยีระดับสูง และการขาดแคลนแรงงานในด้านดังกล่าว ทำให้คณะกรรมาธิการได้ผลักดันสองมาตรการภายในวาระปีค.ศ. 2016 คือ New Skills Agenda ที่มุ่งสร้างความเชี่ยวชาญให้กับตลาดแรงงาน ผ่านการ upskilling และ reskilling แรงงานที่มีอยู่ และการสร้าง Digital skills and jobs coalition ที่เปิดให้ประเทศสมาชิกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านการพัฒนายุทธศาสตร์ Digital สร้างองค์ความรู้ในระดับประเทศ และพัฒนาความสามารถที่จะนำไปสู่การศึกษาและฝึกฝนแรงงานของตน

pexels-photo-279949.jpeg

คณะกรรมาธิการฯ ดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมผ่านมาตรการและโครงการหลากหลายรูปแบบ เช่น กองทุน European Structural and investment funds กองทุน Horizon 2020 โครงการ Connecting Europe Facility โครงการ COSME โครงการ Galileo และ โครงการ Copernicus อีกทั้งมีการสนับสนุนเฉพาะประเภทอุตสาหกรรม ผ่านข้อบังคับและกฎหมาย smart legislation โดยเฉพาะประเภทอุตสาหกรรมที่ข้ามพรมแดนและมีความสำคัญ เช่น ด้านอวกาศและการทหาร รวมทั้งเทคโนโลยี key enabling technologies (KETs) ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการของสหภาพยุโรปภายใต้นาย Juncker ก็ให้ความสำคัญต่อการผลักดันด้านอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2015 มีการผลักดันผ่านมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นโยบายล่าสุด จะเป็นการผลักดันด้านอุตสาหกรรมผ่านกลไกที่ออกแบบมาสำหรับภาคส่วนต่าง ๆ (เช่นอุตสาหกรรมอวกาศ อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมเหล็ก) และให้มีการเชื่อมต่อกันในภาพรวม ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี Key Enabling Technology ดังกล่าว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: