สหภาพยุโรปเดินหน้าข้อตกลงด้านการค้าและการคุ้มครองการลงทุนระหว่างสิงคโปร์

เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้นำเสนอข้อตกลงด้านการค้าและข้อตกลงด้านการคุ้มครองการลงทุนระหว่างสิงคโปร์และสหภาพยุโรปต่อคณะมนตรี (European Council) การนำเสนอดังกล่าวเป็นก้าวที่สำคัญของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย ข้อตกลงทั้งสองจะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและสิงคโปร์ในด้านการค้าที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น มีการคาดการว่าจะส่งผลทางบวกต่อสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย โดยการเจรจาด้านการค้าและการลงทุนดังกล่าวถูกดำเนินการมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว และเป็นกิจกรรมคู่ขนานระหว่างการเจรจาข้อตกลง Partnership and Cooperation Agreement ข้อตกลงทวิภาคีดังกล่าวเป็นข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนที่เกิดขึ้นระหว่างสหภาพยุโรปและสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียน นับเป็นก้าวสำคัญหลังจากมีการเริ่มเจรจามาตั้งแต่ปีค.ศ. 2007 และหยุดชะงักไปในปีค.ศ. 2009 จากการไม่สามารถหาข้อตกลงได้ ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทำการเตรียมตัวเริ่มเจรจาข้อตกลงดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อข้อตกลงดังกล่าวได้ผ่านการรับรอง จะเป็นกรอบกฎหมายที่จะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในอนาคต และคาดว่าจะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยการรับรองข้อตกลงระหว่างสหภาพยุโรปและสิงคโปร์จะทำให้ข้อตกลงดังกล่าว เป็นต้นแบบของข้อตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปได้ดำเนินการเจรจากับสิงคโปร์มาตั้งแต่ปีค.ศ. 2010 และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน อาทิ มาเลเซีย (ค.ศ. 2010) เวียดนาม (ค.ศ. 2012) ไทย (ค.ศ. 2013) ฟิลิปปินส์ (ค.ศ. 2015) และ อินโดนีเซีย (ค.ศ. 2016)

ภายในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว สิงคโปร์เป็นคู่ค้าของสหภาพยุโรปที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยคิดเป็นสินค้ามูลค่ากว่า 53.3 พันล้านยุโรปในปีค.ศ. 2017  และ การให้บริการกว่า44.4 พันล้านยูโร ในปีค.ศ. 2016 คิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของการค้าระหว่าง EU-ASEAN ทั้งหมด ในช่วงเดียวกันมีการลงทุนในด้านหุ้น (stock) กว่า 256 พันล้านยูโรในปีค.ศ. 2016 คิดเป็นสัดส่วนสองในสามของการลงทุนระหว่าง EU-ASEAN มีบริษัทยุโรปกว่า 10,000 บริษัทที่ใช้สิงคโปร์เป็นฐานที่ตั้งสำนักงานสำหรับภูมิภาค Pacific Rim

ข้อตกลงดังกล่าวมีความนำสมัย ด้วยมีรายละเอียดที่มากกว่าการยกเว้นภาษีด้านการค้าและการให้บริการ เช่น มีการครอบคลุมการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา การเปิดโอกาสการลงทุน การเข้าร่วมประมูลจัดซื้อ การแข่งขัน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากมุมมองของสหภาพยุโรป ข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่มุ่งสร้างสภาวะที่เหมาะสมเพื่อเปิดโอกาสสำหรับกิจการและธุรกิจในสหภาพยุโรป ในขยายการลงทุนและการค้าไปสู่สิงคโปร์

รายละเอียดข้อตกลงด้านการค้าระหว่างสหภาพยุโรปโดยคร่าว

  1. ยกเว้นภาษีนำเข้า – สิงคโปร์จะทำการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปเช่น เครื่องดื่มมึนเมาและจะสานต่อข้อยกเว้นภาษีที่มีอยู่เดิม ในวันที่ข้อตกลงดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ สินค้าจากสิงคโปร์กว่าร้อยละ 80 จะได้รับการยกเว้นภาษีทันที สัดส่วนที่เหลือจะมีการผ่อนปรนภายในสามถึงห้าปี สินค้าที่จะได้รับประโยชน์จากการผ่อนปรนดังกล่าวได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยา สินค้าปิโตรเลียม และสินค้าเกษตรที่ผ่านกระบวนการแล้ว ส่วนสินค้าประเภทสิ่งทอจะได้รับการผ่อนผันภายในสามปี จักรยาน รองเท้า ผลไม้ และสินค้าเกษตรอื่น ๆ จะได้รับการผ่อนปรนภายในห้าปี
  2. การจัดการห่วงโซ่มูลค่า – ข้อตกลงดังกล่าวให้ความยืดหยุ่นต่อสิงคโปร์ในการจัดการห่วงโซ่มูลค่าของตน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจว่าสินค้าของสิงคโปร์อาจจะมาจากการประกอบของชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มาจากประเทศในอาเซียน ด้วยสหภาพยุโรปมีข้อบังคับด้าน rule of origin ที่เข้มงวด การผ่อนปรนในด้านดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับสิงคโปร์และอาจจะส่งผลประโยชน์ต่อไทยในทางใดทางหนึ่ง
  3. การกำจัดข้อบังคับที่ไม่ใช้อัตราภาษีและเชิงเทคนิคที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า (removes technical and non-tariff barriers to trade) ทั้งสองฝ่ายทำการตกลงการใช้มาตรฐานระดับนานาชาติ (international Standard) และการรับรองการทดสอบต่าง ๆ ในด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ยา เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียน ผลิตภัณฑ์จากสัตว์และพืชทั้งที่ผ่านกระบวนการแล้วและยังไม่ได้ผ่าน ข้อตกลงในด้านดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานและการนำเข้า/ส่งออกระหว่างทั้งสองฝ่าย
  4. ความร่วมมือด้านการศุลกากร ผ่านการจัดมาตรฐาน ลดขั้นตอน และยกระดับการดำเนินการให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาของกระบวนการศุลกากร โดยไม่ให้กระทบกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยจะรวมไปถึงการรับรองโปรแกรมความร่วมมือต่าง ๆ เช่น EU authorized Economic Operators programme
  5. เปิดโอกาสการลงทุนและการให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบข้อตกลงด้านการค้าดังกล่าวจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการริเริ่มและพัฒนาธุรกิจ และนำไปสู่การเพิ่มตัวเลือกผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค ข้อตกลงจะนำไปสู่การเปิดตลาดการให้บริการที่หลากหลาย เช่นด้านโทรคมนาคม การให้บริการด้านสิ่งแวดล้อม วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ และการขนส่งทางทะเล ในด้านการให้บริการทางการเงินธนาคารพาณิชย์ของสหภาพยุโรปจะสามารถเพิ่มจุดการให้บริการลูกค้า (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้) และในบางธุรกิจกิจการจากทั้งสองฝ่ายจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน โดยที่ทั้งสองฝ่ายยังมีสิทธิที่จะจัดตั้งและบังคับใช้มาตรฐานทางคุณภาพและความปลอดภัย รวมทั้งดำเนินการตามนโยบายด้านความปลอดภัย สาธารณะสุข และความปลอดภัยตามที่ตนต้องการได้ และจะมีข้อบังคับพิเศษที่จะช่วยปกป้องภาคส่วนที่มีความอ่อนไหว เช่น ภาพยนตร์ สาธารณะสุข การศึกษา การให้บริการสังคมและการกระจายประปา ข้อตกลงจะเปิดโอกาสให้กับกิจการต่าง ๆ ที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงตลาดของตนทั้งในด้านการให้บริการและการผลิต
  6. การเปิดโอกาสการประมูลการจัดซื้อของภาครัฐ ข้อตกลงดังกล่าวรวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งสิงคโปร์และสหภาพยุโรปล้วนเป็นสมาชิกของข้อตกลง WTO ด้านการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และมีการดำเนินการในการพัฒนาและยกระดับการจัดซื้อให้มีความทันสมัย รวมทั้งนำเอามาตรฐานต่าง ๆ มาบังคับใช้และเพิ่มความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความเท่าเทียม ผ่านข้อตกลงดังกล่าวจะมีการลดขั้นตอนความยุ่งยากของกระบวนการดังกล่าว และจะเพิ่มการจำนวนโครงการที่กิจการต่างชาติสามารถเข้ารวมประมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ โดยเฉพาะ ในด้านอุตสาหกรรมรางและโครงการของ Singaporean National Environment Agency
  7. การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายก็มีการนำเอาระบบที่ทันสมัยมาจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอยู่แล้ว ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยรับรองการดำเนินการนี้ และทำการร่างข้อบังคับต่าง ๆ ที่ไม่ใช้ข้อกฎหมายเพื่อลงโทษการละเมิดข้อบังคับดังกล่าว โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือสิทธิบัตรผ่านศุลกากรในการตรวจจบสินค้าปลอมแปลง และลักลอบใช้ นอกจากนี้สิงคโปร์ได้ตอบรับที่จะทำการยกระดับ Geographical Indications (GI) ของตนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เมื่อมีข้อบังคับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะมีจำนวนสินค้ากว่า 190 รายการของสหภาพยุโรปที่จะได้รับการคุ้มครองโดย GI โดยเฉพาะไวน์ สินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ จากสหภาพยุโรป เช่น ไวน์จากบ๊อกโด พาร์ม่าแฮม และเบียร์จากบาเยิน การได้รับการคุ้มครองจะช่วยให้คุณภาพของสินค้าดังกล่าวเป็นที่ตระหนักถึงอีกด้วย
  8. สัญญาผูกมัดด้านการค้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สหภาพยุโรปต้องการที่จะให้นโยบายการค้าของตนสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในสหภาพยุโรป และในประเทศคู่ค้าด้วยเช่นกัน ข้อตกลงระหว่างสหภาพยุโรปและสิงคโปร์จะมีการกำหนดมาตรฐานและการดำเนินการที่เข้มแข็งที่จะป้องกันการเสื่อมถอยของการดำเนินการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการลงทุนและการค้าสีเขียว ผ่านกลไกเช่น Social Responsibility Sustainability assurance scheme (เช่น eco-labelling และการค้า free and ethical trade) รวมทั้งการจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ข้อตกลงดังกล่าวจะมีการเชิญภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อดำเนินการและทำการติดตามผลที่ได้

ข้อตกลง EU-Singapore investment protection agreement

ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยปกป้องการลงทุนผ่านมาตรการระดับสูง ในขณะที่ไม่ก้าวก่ายสิทธิการจัดการและดำเนินการนโยบายสาธารณะของแต่ละฝ่าย เช่น การป้องกันสาธารณะสุข ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยข้อกำหนดเหล่านี้เป็นข้อกำหนดที่ไม่มีการระบุถึงในสัญญาความร่วมมือด้านการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายฉบับก่อน สหภาพยุโรปได้ทำการบรรจุแนวทางการดำเนินการใหม่ ที่นำสมัยและจะมาแทนที่ข้อตกลงทวิภาคีที่มีอยู่เดิม 12 ฉบับและลดความซับซ้อนให้น้อยลงและเพิ่มความนำสมัยของการดำเนินการในด้านดังกล่าว โดยมีความคล้ายกับสัญญาความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและแคนาดา ที่มีระบบการป้องการสิทธิของแต่ละประเทศในการจัดการและดำเนินการนโยบายของต้น และมีข้อสำคัญดังนี้

  • มีการจัดตั้งศาลการลงทุนชั้นต้น (Permanent Investment Tribunal of First Instance) และศาลอุทธรณ์ (Appellate Tribunal) ซึ่งจะรับรองความถูกต้องตามกฎหมายและความแน่นอนเกี่ยวกับการตีความข้อตกลงต่าง ๆ
  • สมาชิกของศาลทุกคนจะได้รับการแต่งตั้งจากสหภาพยุโรปและสิงคโปร์ล่วงหน้าและต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับความเป็นอิสระ ความซื่อสัตย์ และพฤติกรรมทางจริยธรรม สมาชิกศาลทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่มีพันธะอยู่ในสัญญา
  • สหภาพยุโรปและสิงคโปร์จะแต่งตั้งสมาชิกศาลที่มีความชำนาญเฉพาะด้านในกฎหมายระหว่างประเทศและมีคุณสมบัติที่จำเป็นในประเทศของตนเพื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสำนักงานตุลาการหรือเป็นลูกขุนโดยมีความสามารถที่เป็นที่ยอมรับได้
  • การดำเนินคดีก่อนที่จะไปถึงศาลจะต้องมีความโปร่งใสอย่างที่สุด เอกสารทั้งหมดจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนและการพิจารณาทั้งหมดจะต้องได้รับการเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ บุคคลที่สามที่มีส่วนได้เสียจะได้รับอนุญาตให้ส่งข้อมูลในการดำเนินคดีต่อศาล
  • ข้อห้ามของการดำเนินการคดีแบบคู่ขนาน
  • บทบัญญัติต่อต้านการใช้ประโยชน์จากระบบ เช่นกฎป้องกันการฉ้อโกงหรือหลอกลวง เช่นการจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อมุ่งทำการฟ้องร้องและยื่นคำร้อง

 

เมื่อข้อตกลงทั้งสองได้ผ่านการรับรองจากคณะมนตรีแล้ว ข้อตกลงดังกล่าวจะถูกส่งไปที่ยังรัฐสภายุโรป เพื่อที่จะทำการรับรองและบังคับใช้ โดยคาดว่าจะผ่านกระบวนการทั้งหมดภายในปีค.ศ. 2019 หรือภายในวาระของคณะกรรมาธิการปัจจุบัน และหลังจากนั้นจะต้องมีการรับรองจากประเทศสมาชิกทั้งหมดต่อข้อตกลงด้านการลงทุนต่อไป

 

ที่มา http://europa.eu/rapid/press-release_MEMO-18-3327_en.htm

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: