หกบทเรียนน่ารู้จาก Amsterdam Smart City

กรุงอัมสเตอร์ดัมเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์นั้น นอกจากจะเป็นที่รู้จักจากวัฒนธรรมจักรยาน โครงข่ายคลองที่ซับซ้อน และร้านกาแฟน่านั่งแล้ว ยังเป็นที่เลื่องลือในด้านการเป็นเมืองตัวอย่างของแนวการสร้างเมืองใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลมาพัฒนาการให้บริการ และการจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือ  Smart City อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของโครงการ  Smart City Amsterdam คือการได้รับรางวัล Europe’s Capital of Innovation เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 จากคณะกรรมาธิการยุโรป รางวัลดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 950,000 ยูโรและถูกนำไปใช้ในการช่วยพัฒนานวัตกรรมและขยายผลเพื่อช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและการดำเนินการธุรกิจต่าง ๆ ที่ดีขึ้น

วารสาร  MIT Sloan Management Review ได้ทำการศึกษาแนวทางการพัฒนาของกรุงอัมสเตอร์ดัมตั้งแต่ได้รับรางวัลจากคณะกรรมธิการสหภาพยุโรป ในการก้าวไปสู่เมืองอัจฉริยะที่มีภาคส่วนนวัตกรรมที่น่าสนใจ รวมทั้งทำการศึกษาประสบการณ์ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ ที่ซับซ้อน ในการผลักดันและพัฒนาเมืองผ่านแนวคิด Smart City

กรุงอัมสเตอร์ดัม เป็นหนึ่งในเมืองขนาดใหญ่ทั่วโลกที่ตระหนักถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในเขตเมือง ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลดิจิตอล และการนำเอาข้อมูลมาพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่นเชื่อมต่อกับการให้บริการและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความยั่งยืนให้สูงขึ้น เมืองอื่น ๆ ที่เป็นผู้นำในการดำเนินการในด้านดังกล่าว ได้แก่ รีโอเดจาเนโร บาร์เซโลนา โคเปนเฮเกน และดับบลิน

การบูรณาการข้อมูลเข้ากับภาคส่วนต่าง ๆ เป็นโอกาสที่น่าดึงดูด แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความท้าทายในการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดการและประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากภาคเอกชนและรัฐ การผลักดันเป้าหมายที่มีผ่านกลไกต่าง ๆ การระดมทุนจากภาคส่วนต่าง ๆ รายงานของ MIT SMR ได้สรุปบทเรียนที่สำคัญหกบทเรียนจากการศึกษากรณีดำเนินการของกรุงอัมสเตอร์ดัม ดังนี้

  1. ภาคเอกชนมีความสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย

โครงการ  Amsterdam Smart City มีโครงการทั้งหมด 8 สาขาด้วยกัน smart mobility, smart living, smart society, smart areas, smart economy, big and open data, infrastructure, และ living labs. โครงการในสาขาต่าง ๆ เหล่านี้ มีผู้มีส่วนร่วมจำนวนมากจากหลายภาคส่วนจากภาคเอกชน เช่น กรุงอัมสเตอร์ดัมได้เริ่มใช้ข้อมูล GPS จากบริษัทเทคโนโลยีที่ตั้งอยู่ในเมืองในการจัดการจราจรแบบ real time บริษัทเอกชนเหล่านี้มีเทคนิคและเทคโนโลยีที่นำมาช่วยพัฒนารูปแบบการจัดการจราจรให้ทันสมัยมากขึ้น และพัฒนาฐานข้อมูลจากข้อมูลเก่าให้ตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการจะช่วยสร้างพลวัตที่น่าสนใจในการพัฒนาแนวคิด Smart City

2. ความสำคัญของ Chief technology officers

ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นส่วนที่สำคัญของโครงการ Smart City Amsterdam โครงการได้จัดตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการด้านข้อมูล (Data work CTO) ตั้งแต่ปีค.ศ. 2004 นาย Ger Baron เป็นผู้ดำเนินการในตำแหน่งดังกล่าวหลังจากทำงานในโครงการเป็นเวลากว่าหกปี มีหน้าที่จัดการข้อมูลและการเชื่อมต่อระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การจัดตั้งตำแหน่งดังกล่าวแสดงถึงการตระหนักถึงความสำคัญต่อการจัดการข้อมูลเพื่อผลักดันแนวคิด Smart City

3. ความสำคัญของการจัดการความคาดหวัง (Expectation management)

กระแสของ Internet of Things และ Big Data ผ่านการรายงานของสื่อต่าง ๆ สร้างความคาดหวังต่อโครงการ Smart city ว่าจะส่งผลด้านบวกอย่างรวดเร็ว เช่น ลดระยะเวลาในการเดินทางลงครึ่งหนึ่ง อำนวยความสะดวกในการหาที่จอดรถ หรือเพิ่มศักยภาพในการใช้พลังงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว โครงการ Smart City อย่างที่ดำเนินการโดยกรุงอัมสเตอร์ดัมไม่ได้ส่งผลด้านบวกให้เห็นในระยะสั้น หลาย ๆ บริษัทที่ย้ายมาดำเนินการในอัมสเตอร์ดัม คาดหวังว่าจะมีข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นถูกจัดระเบียบอย่างเรียบร้อย แต่กลับพบว่าข้อมูลที่มีไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นระบบ ข้อสังเกตดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้อัมสเตอร์ดัมจะได้รับการพัฒนาในด้าน Smart City แต่ก็ยังนับว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง การจัดการความคาดหวังของภาคส่วนต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่เช่นนั้นความต่างระหว่างสิ่งที่คาดหวังและความเป็นจริงอาจจะสร้างกระแสตีกลับและแรงต้านด้านลบให้กับการพัฒนาได้

4. โครงการ Smart city เริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น (inventory)

ก้าวแรกที่สำคัญของกรุงอัมสเตอร์ดัมคือการรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 12,000 dataset จากหน่วยงานต่าง ๆ ของเมืองกว่า 32 หน่วยงาน แต่ละ dataset ต่างได้รับการจัดเก็บโดยมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันและในรูปแบบข้อมูลที่เฉพาะ (idiosyncrasies) การจัดฐานข้อมูลดังกล่าว ใช้ทรัพยากรที่สูงและเป็นสิ่งที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว การลงมือจัดการฐานข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่น่าดึงดูด แต่เป็นส่วนที่สำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านข้อมูล ที่จะถูกสร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต

5. โครงการนำร่อง การเรียนรู้เพื่อทำซ้ำและขยายผล

ภายใต้โครงการ Amsterdam Smart city มีการดำเนินการโครงการนำร่องด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเมืองกว่า 80 โครงการ หนึ่งในโครงการนำร่องดังกล่าว มีจุดประสงค์ในการช่วยรถขนขยะในการลดรอบการเก็บขยะหมุนเวียน โดยทำการแจกถุงสีต่าง ๆ ในการแยกขยะสี่ประเภท ได้แก่ ขยะหีบห่อบรรจุภัณฐ์พลาสติก แก้วและกระจก กระดาษ และขยะชีวภาค โครงการดังกล่าวนอกจากลดจำนวนเที่ยวของรถเก็บขยะแล้วยังสร้างความปลอดภัยด้านการคมนาคมให้กับชุมชนที่มีถนนแคบ เพราะรถขนขยะไม่จำเป็นต้องเข้าออกทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลง นอกจากโครงการดังกล่าวแล้วยังมีโครงการนำร่องอื่น ๆ เช่น การจ่ายค่าธรรมเนียมทางการจดรถผ่านแอปโทรศัพท์ ที่ประสบความสำเร็จ ช่วยผลักดันการเรียนรู้และนำไปสู่การขยายผลระดับโครงการ จะเห็นได้ว่าการผลักดันโครงการนำร่องเป็นกลไกที่สำคัญในการดำเนินการโครงการ Smart City เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการดำเนินการจริง ที่จะนำไปสู่การทำซ้ำในพื้นที่อื่น ๆ และขยายผลหลังจากพบว่าประสบความสำเร็จ ทั้งนี้จำเป็นจะต้องคำนึงถึงความซับซ้อนในการขยายผลด้วย เช่น ระดับการดำเนินการที่ใหญ่ขึ้นอาจจะทำให้โครงการซับซ้อนขี้น

6. การมีส่วนร่วมของประชาชนมีความสำคัญต่อความสำเร็จโครงการ

กรุงอัมสเตอร์ดัมได้จัดการแข่งขันเพื่อสร้างสถาบันด้านเทคโนโยยีระดับนานาชาติ กลุ่มที่ได้รับรางวัลในการประดวกดังกล่าวเป็นทีมจาก Delft University, Wageningen University และ MIT ที่เสนอการสร้างสถาบันวิจัยในชื่อ Advanced Metropolitan Solution (AMS) ที่จะช่วยพัฒนาการแก้ปัญหาด้านเมืองต่าง ๆ ผ่านความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ เช่นสถาบันการศึกษา สถาบันการวิจัย ภาคส่วนเอกชน บริษัทและภาคส่วนรัฐ รวมทั้งประชาชนทั่วไป โดยมีทุนเริ่มต้นกว่า 50 ล้านยูโร ปัจจุบันสถาบัน AMS กลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในโครงการ Smart City Amsterdam หนึ่งในโครงการที่น่าสนใจของ AMS คือโครงการ Urban Mobility Lab และ โครงการ Beautiful Noise ที่ทำการศึกษาข้อมูลที่ได้รับผ่าน Social Media ต่าง ๆ เช่น  Twitter, Flickr และ  Instagram จากประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงอัมสเตอร์ดัม เพื่อหารูปแบบและจัดเตือนเมื่อมีการขัดข้องของระบบจราจรหรือการติดขัดในสถานที่ต่าง ๆ เช่นพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ

อีกหนึ่งตัวอย่างในด้านความร่วมมือได้แก่การสร้าง Amsterdam Smart City หรือ ASC เป็น innovative platform ในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมือง เชื่อมต่อความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ประชาชน รัฐ และ สถาบันความรู้ต่าง ๆ ในการสร้างและทดสอบองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับเมือง และการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ของเมือง ASC มีจุดประสงค์ในการส่งเสริมเศรษฐกิจที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยพัฒนาตลาดเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ๆ โครงการปัจจุบันที่น่าสนใจ ได้แก่ Circular City (โครงการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนลดขยะและมลภาวะ ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 85 ล้านยูโรในภาคการก่อสร้างและ) และโครงการ Mobility

 

 

 

.

 

ที่มา https://amsterdamsmartcity.com/themes/circular-city

https://sloanreview.mit.edu/article/six-lessons-from-amsterdams-smart-city-initiative/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: