Open Innovation และ Living Lab สองแนวคิดนวัตกรรมที่น่าสนใจ

หากกล่าวถึงแนวคิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมของสหภาพยุโรปแล้ว แนวคิด Open Innovation และ Living Lab น่าจะเป็นสองคอนเซปที่ได้ยินบ่อยครั้ง

Open innovation เป็นแนวคิดที่ถูกสร้างขึ้นโดย โปรเฟสเซอร์ Henry Chesbrough ในช่วงปี 2000 เพื่ออธิบายปรากฏการณ์การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบริษัทและองค์กรต่าง ๆ อย่างอิสระ ปราศจากอุปสรรคหรือกำแพง ในรูปแบบใด ๆ ที่กั้นระหว่างองค์ความรู้ภายใน (ที่เกิดขึ้นภายในบริษัท) และองค์ความรู้ภายนอก (ที่เกิดขึ้นจากบริษัทอื่น ๆ หรือองค์กรอื่น) กล่าวคือองค์ความรู้และนวัตกรรมสามารถหมุนเวียนเข้าออกแต่ละภาคส่วนได้อย่างอิสระ แก่นของแนวคิด Open innovation คือในโลกที่มีการกระจายตัวขององค์ความรู้และนวัตกรรม บริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะพึ่งพาเพียงองค์ความรู้ที่ตนเองสร้างขึ้น แต่ต้องพร้อมที่จะใช้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจจะได้มาโดยการซื้อสิทธิหรือใบอนุญาต นอกจากนี้องค์ความรู้ที่บริษัทผลิตขึ้นแต่ไม่มีการใช้ประโยชน์ ควรจะถูกนำออกไปจากบริษัท ผ่านการขายสิทธิ Spin-offs หรือร่วมลงทุน

การนำเอาแนวคิด Open Innovation มาใช้นั้นมีประโยชน์ต่อหลายภาพส่วน ในภาพรวมนั้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมลง เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาให้สูงขึ้น สร้างการมีส่วนรวมของผู้ใช้ต่อการพัฒนานวัตกรรม (co-creation) เพิ่มความแม่นยำในการเจาะตลาดและผู้ใช้นวัตกรรม และเพิ่มศักยภาพในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาพส่วนต่าง ๆ  สำหรับแต่ละภาคส่วนนั้นแนวคิดนี้จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถขยายผลแนวคิดนวัตกรรมของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น รวมทั้งเร่งความเร็วของ innovation cycles ของตนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างนวัตกรรม ในด้านผู้บริโภค ก็จะสามารถระบุข้อกำหนดของสินค้าตามความต้องการของตนได้ และผู้ให้บริการสร้างสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตน รวมทั้งสามารถหาช่วงทางและรูปแบบการให้บริการใหม่ ๆ ได้

อย่างไรก็ตามข้อเสียของแนวคิดนี้ก็มีเช่นกัน อาทิ การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเมื่อมีการแชร์และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นความลับทางธุรกิจ หรือความรู้ที่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้ การเพิ่มความซับซ้อนในการควบคุมและติดตามนวัตกรรมและผลที่ได้จากการดำเนินโครงการ และการระบุและนำเอานวัตกรรมที่มาจากภายนอกมาใช้ เป็นต้น

ในสหภาพยุโรป แนวคิด Open innovation ได้รับการพัฒนาเคียงคู่ไปกับแนวคิดการวิจัย Living Labs ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในสภาพแวดล้อมที่นวัตกรรมสามารถหมุนเวียนได้อย่างอิสระ (open-innovation ecosystem) สหภาพยุโรปได้จัดตั้งเครือข่าย European Network of Living Labs (ENoLL) ขี้นในปีค.ศ. 2006 เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการนโยบายนวัตกรรมในสหภาพยุโรป แนวคิด Open innovation และ living lab ถูกประสานเข้าอย่างแนบแน่นผ่านการพัฒนาแนวคิด Open Innovation 2.0 (OI2)  ที่เน้นความสำคัญของบุคลากรในการดำเนินการ quadruple helix innovation approach

แนวคิดดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ในปีค.ศ. 2015 ผ่านคำขวัญ Open science, open innovation, open to the world – กล่าวโดย Commissioner for Research, Science and Innovation นาย Carlos Moedas นอกจากนี้แนวคิดดังกล่าวยังได้รับการผลักดันผ่านนโยบายของสหภาพยุโรปในด้านนวัตกรรม ทั้งทางยุทธศาสตร์และการดำเนินการ เช่นผ่านการประเมินผลการดำเนินการของโปรแกรม Horizon 2020

สหภาพยุโรปนำเอาแนวคิด Living Labs เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างการวิจัยนวัตกรรมและการนำเอานวัตกรรมดังกล่าวมาใช้จริง แนวคิดดังกล่าวรวมเอามิติสังคมเข้ากับมิติเทคโนโลยี (public-private-people partnership – PPPP) ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปได้การตั้งโครงการต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตามแนวคิดนี้ (CIP, FP7 และ RFEC) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Living Labs ในบริบทต่าง ๆ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ประกาศรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่าง ๆ ผ่าน European Innovation Council และดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ openness และ co-creativity ในการดำเนินการต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปผ่าน European Political Strategy Centre (EPSC) อีกดัวย

แนวคิดที่มุ่งสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ผ่านความร่วมระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้สหภาพยุโรปสามารถสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เหมาะสมกับนวัตกรรม รวมทั้งดึงดูดการลงทุนในนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงของยุโรปในด้านต่าง ๆ (clouds, Internet of Things (IoT), open data, big data, 5G) และโครงการจากภาคส่วนการเมื่องต่าง ๆ เช่น นโยบาย digital single market strategy จะสร้างโอกาสสำหรับการสร้างมูลค่าในรูปแบบตลาดที่แตกต่างไป การให้บริการที่แปลกใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่ตื่นตาตื่นใจ ผ่านรูปแบบ co-creative ที่ประชาชน ผู้บริโภค ผู้ผลิต ภาครัฐ และสถาบันการศึกษาต่างมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์

 

ที่มา http://www.springer.com/us/book/9783319628776

https://ec.europa.eu/digital-single-market/en/open-and-participative-innovation

https://en.wikipedia.org/wiki/Open_innovation#Disadvantages

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: