ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ – อุตสาหกรรมยุโรปมูลค่าสูงที่น้อยคนจะตระหนักถึง

หนึ่งในอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปที่ใหญ่ที่สุดคืออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 2.2 ล้านล้านยูโรและมีพนักงาน 18.6 ล้านคนทั่วสหภาพยุโรป แต่ความตระหนักต่ออุตสาหกรรมดังกล่าวน้อยมาก – กว่าหนึ่งในสามของประชาชนในสหภาพยุโรปไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว

“คนทั่วไปไม่ทราบว่าสหภาพยุโรปเป็นอันดับหนึ่งในด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพของโลก และไม่ทราบว่าสหภาพยุโรปทำการลงทุนในเศรษฐกิจชีวภาพ” นาง Susanna Albertini กรรมการผู้จัดการของ FVA บริษัทสัญชาติอิตาลีที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Bioways project กล่าวในที่ประชุม bio-based industries (BBI) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา

การร่วมทุน BBI (BBIJU) เป็นความร่วมมือที่มีกรอบดำเนินกิจการในช่วงปี พ.ศ. 2557-2562 ผ่านหุ้นส่วนระหว่างเอกชน สหภาพยุโรป และภาคอุตสาหกรรม Bio-industry  โครงการดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 3.7 พันล้านยูโร เป็นการการระดมทุนของสหภาพยุโรปผ่านโครงการ Horizon 2020 โดนได้รับเงินสนับสนุนมูลค่า 975 ล้านยูโร และงบประมาณส่วนที่เหลือมาจากการลงทุนภาคเอกชน

ตั้งแต่เริ่มโครงการ จนถึงปัจจุบัน พบว่าแต่ละ 1 ยูโรที่สหภาพยุโรปลงทุน มีลงทุนจากภาคเอกชน 2.59 ยูโร แสดงให้เห็นถึงการระดมทุนที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดความสนใจจากภาคเอกชนเป็นอย่างมาก นาย Philippe Mengel ผู้อำนวยการบริหารของ BBIJU กล่าวว่า [การดำเนินการดังกล่าวทำให้] บริษัทภายนอกสหภาพยุโรปเริ่มสนใจ ต่อโครงการนี้ และส่งผลให้ สหภาพยุโรปกลับมาเป็นที่ตระหนักถึงในการเป็นแหล่งลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพ

การร่วมทุน BBIJU ได้เริ่มต้นในปีค.ศ. 2014 ตลอดเวลาที่ผ่านมามีการพัฒนาโครงการบล็อกใหม่ ๆ กว่า 45 รายการซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในปี 2020 ที่กำหนดไว้ที่ 30 โครงการ รวมทั้งวัสดุชีวภาพที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่กว่า 90 ประเภท เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งขึ้นเดิมที่ 50 ประเภท รวมทั้งมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อผู้บริโภค จำนวน 40 รายการ (เป้าหมายเดิม 30 รายการ)

หนึ่งในนวัตกรรมที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการดังกล่าวและมีศักยภาพสูง คือ PEF (polyethylene furanoate)  PEF เป็นวัสดุทางเลือกชีวภาพที่สามารถใช้แทน PET (polyethylene terephthalate) ซึ่งในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีการใช้ขวดพลาสติก PET เป็นบรรจุภัณฑ์กว่า 70% ทั้งที่ PEF สามารถนำมาใช้ได้ดีกว่า นาย Tom van Aken ประธาน CEO ของบริษัท Avantium กล่าวว่า PEF เป็นตัวอย่างแรกของพอลิเมอร์จากชีวภาค ที่มีคุณภาพดีกว่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพราะ PEF มีคุณสมบัติที่แข็งแรงกว่า และบางลงกว่า PET อีกทั้งสามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้

บริษัท Avantium ได้รับการสนับสนุนผ่าน BBI เป็นเพื่อห่วงโซ่อุปทานสำหรับ FDCA (2,5-furandicarboxylic acid) ที่เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต PEF โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนผ่านกลไกต่าง ๆ เป็นมูลค่ากว่า 25 ล้านยูโร เพราะห่วงโซ่อุปทานมีความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ชีวภาพเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีบริษัทจากภาคเอกชน เช่น Coca-Cola และ Danone ได้ร่วมลงทุนในการทำวิจัยของบริษัท Avantium อีกด้วย

สร้างงาน 700,000 งาน ภายในปีพ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)

มีการคาดการว่าการเติบโตของภาคส่วนดังกล่าว จะสามารถสร้างตลาดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและป่าไม้ที่ใช้ในวัสดุชีวภาพ และอาจสร้างรายได้และสร้างงานได้ประมาณ 700,000 ตำแหน่งภายในปี 2573 โดยร้อยละ 80 ของงานจะเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ชนบท นอกจากนี้การสร้างงานดังกล่าวมีศักยภาพสูงในด้านเศรษฐกิจ และประโยชน์ข้างเคียงอื่น ๆ ในแง่ของความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

มีการคาดว่า PEF จะไม่สามารถใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ก่อนปีพ. ศ. 2563 แต่ก็ PEF จะเป็นส่วนหนึ่งของตลาดพลาสติกชีวภาพระดับโลกที่จะเติบโตในสัดส่วนร้อยละ 20 ภายใน 5 ปีข้างหน้า (ตามผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในงานประชุมพลาสติกชีวภาพของยุโรปในเบอร์ลินในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา) ผลการวิจัยดังกล่าว ประเมินว่าประเทศในเอเชียจะมีส่วนแบ่งการผลิตมากที่สุด (ร้อยละ 50) และในยุโรปจะมีสัดส่วนถึงร้อยละ 20 ในเบื้องต้น และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 25 ภายในปี 2565 ผ่านการผลักดันของคณะกรรมาธิการยุโรปในการก้าวไปสู่รูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งมีการผ่านข้อตกลงทางการเมืองเกี่ยวกับเศรษฐกิจรูปแบบดังกล่าวเมื่อวันที่18 ธันวาคม ที่ผ่านมา

คณะกรรมาธิการวางแผนที่จะทบทวนกลยุทธ์การเศรษฐกิจชีวภาพซึ่งเป็นส่วนเสริมของเศรษฐกิจหมุนเวียน ในปีพ. ศ. 2561 แต่จากรายงานความคืบหน้าที่ได้รับการเปิดเผยในเดือนพฤศจิกายนได้ข้อสรุปว่า มีศักยภาพที่สูงในระบบเศรษฐกิจชีวภาพแบบยั่งยืน การวางแผนในลำดับต่อไปต้องคำนึงถึงการลงทุน นาย คาร์ลอส โมเรส กล่าวถึงการลงทุนของภาคเอกชนในฐานะคณะกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยของยุโรปว่า  “เงินของภาคเอกชนนั้นจะลงไปในพื้นที่การวิจัยที่เสถียรภาพ และนโยบายที่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้นรัฐจึงควรมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการลงทุนที่มีสภาพดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คาดเดาได้ยากกว่าคือมุมมองของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์จากชีวภาพ โครงการ Bioways ได้ทำการสำรวจประชากรจำนวน 500 คน เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ชีวภาพ การสำรวจดังกล่าวพบว่าความเข้าใจของประชาชนทั่วไปต่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นน้อยมาก และในปัจจุบันจำนวนงานวิจัยที่เกี่ยวกับการรับรู้ของผู้คนต่อ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพน้อยเช่นกัน

การศึกษาทางวิชาการที่พบได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ในปัจจุบันความเข้าใจในด้านดังกล่าวยังค่อนข้างสับสน นักวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์ได้สัมภาษณ์ประชากร 89 คนจากห้าประเทศในสหภาพยุโรป (เทียบเป็นการศึกษาที่มีขนาดและคุณภาพปานกลาง) และได้ข้อสรุปว่าประชากรส่วนใหญ่มีคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากชีวภาพจำนวนมาก และรู้สึกไม่แน่ใจ หรือมีความรู้สึกที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากชีวภาพ

ISO14024_biobased-database_paginabeheer_20170809093320

‘ผลิตภัณฑ์จากชีวภาพ’ หมายถึงอะไร?

หนึ่งในผู้ที่ให้สัมภาษณ์การวิจัยได้ตั้งคำถามว่า ผลิตภัณฑ์จากชีวภาพหมายความว่าอย่างไร? และมีการตั้งแง่คิดว่า ผลิตภัณฑ์จากชีวภาพอาจจะเป็นลูกเล่นทางการตลาด ความกังวลดังกล่าวทวีขึ้นอย่างมาก หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้เป็นส่วนประกอบทางชีวภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ (หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวอย่างที่ส่งให้กับผู้ที่ให้สัมภาษณ์คือ ขวดกึ่งพลาสติกกึ่งชีวภาพที่ได้รับมาจากขวดของโรงงานโคคา – โคล่า หรือหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตจากภายนอกสหภาพยุโรป (เช่นเสื้อเส้นใยกัญชาจากประเทศจีน)

ผลการวิจัยดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าบริษัท ต่าง ๆ จะต้องระมัดระวังในการทำการตลาดสินค้าของตน ไม่ว่าจะเป็นครีมทาหน้าที่ผลิตจากไมโครไฟเบอร์เซลลูโลส ดอก thistles ที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ หรือเสื้อผ้าที่ทำจากโปรตีนจากนมย่อยสลายได้ โดยควรจะทำการสื่อสารคุณสมบัติของสินค้ามีความเรียบง่ายและชัดเจน และพบว่าการใช้คำจำกัดความภายใต้ สิ้นค้าชีวภาพ หรือ bio-based จะไม่ช่วยในด้านการสื่อสารนี้ อย่างไรก็ตามผลการสำรวจดังกล่าวไม่ควรจะเป็นสิ่งที่หยุดความพยายามของบริษัทต่าง ๆ ในการสื่อสารถึงผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์

นาย Lambert van Nistelrooij สมาชิกพรรคคริสเตียนเดโมแครต ชาวดัตช์ ที่เป็นสมาชิกพรรคประชาชนยุโรปกล่าวว่าเทคนิคการขายของกิจการและผู้ประกอบการในยุโรปยังด้อยและไม่ทัดเทียมความสามารถในการออกแบบ นาย Lambert เรียกร้องให้ภาคอุตสาหกรรมทำการพัฒนาเทคนิคการขายให้ “มองเห็นได้และสัมผัสได้”

ผู้ประกอบการบางส่วนได้มุ่งพัฒนาไปส่วนด้านดังกล่าวแล้ว จากการสำรวจ 40 แบรนด์ชั้นนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารเศรษฐกิจชีวภาพ Sustainability Consult ที่ได้รับการตีพิมพ์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ร้อยละ 71 ของผู้ประกอบการแสดงความเห็นว่า พวกเขากำลังสื่อสารถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพกับผู้บริโภคแล้ว และยังพบว่า ความต้องการของผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุนของพวกเขา

ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกจำนวนเพิ่มมากขึ้น ที่นำเอากลยุทธ์ทางเศรษฐกิจชีวภาพมาใช้ และสร้างความตระหนักในระดับประเทศ เป็นที่ชัดว่าศักยภาพของเศรษฐกิจชีวภาพในการสร้างงานและการลงทุนมีความสำคัญ นาย John Bell ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจชีวภาพของ DG Research and Innovation กล่าวว่า “ผมคิดว่าปีพ. ศ. 2561 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับเศรษฐกิจชีวภาพ โดยมันจะเปลี่ยนจากการเป็นอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เป็นอุตสาหกรรมหลัก” ซึ่งหากพิจารนาดูระดับมูลค่าของเศรษฐกิจดังกล่าวที่สูงถึง 2.2 ล้านล้านยูโรและจำนวนการจ้างงานที่ 18.6 ล้านตำแหน่งงานแล้ว คำกล่าวของนาย John อาจจะเป็นจริงแล้วในปัจจุบัน

ที่มา https://euobserver.com/science/140395

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: