สรุป 10 ข้อจากการประชุม Vienna Energy Forum

การจัดประชุมด้านพลังงาน ณ กรุงเวียนนา หรือ Vienna Energy Forum ก็ได้ผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ผู้เข้าร่วมได้จัดทำข้อสรุปที่สะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญของพลังงานต่อการดำเนินการ Sustainable Development Goal (SDG) และข้อตกลงด้านสภาพอากาศ (Paris climate agreement)

การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 1650 คนจาก 128 ประเทศ องค์การ UNIDO เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงานดังกล่าว โดยมี สถาบัน International Institute of Applied Systems Analysis (IIASA) รัฐบาลออสเตรีย และองค์การ Sustainable Energy for All (SEforALL)เป็นพันธมิตร ในท้ายการประชุมผู้เข้าร่วมประชุมได้ ร่วมกัน บรรจุ 10 หัวข้อเพื่อสรุปการประชุมดังกล่าว โดยเน้นบทบาทของพลังงานในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) และข้อตกลงปารีสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาอาศ ข้อสรุปทั้ง 10 ข้อมีดังนี้

  1. การตัดสินใจด้านพลังงานในปัจจุบันมีผลต่ออนาคต – การลงทุนที่จะถูกดำเนินการในปัจจุบันมีอายุการใช้งาน (replacement time หรือ – เวลาที่จะทำการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง) ที่ยาวนาน ดังนั้นการเลือกใช้ประเภทพลังงานในวันนี้จะจำกัดให้เราต้องอยู่ในเส้นทางการพัฒนานั้น ๆ ไปอีกหลายทศวรรษ กลยุทธ์ที่มีความบูรณาการในระยะยาวจึงมีความจำเป็นต่อการดำเนินการ SDGs ซึ่งมีความเร่งด่วนในการดำเนินการ (จะเห็นได้จากการกำหนดเส้นตายของเป้าหมายดังกล่าว) หากเราต้องการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายในปีค.ศ. 2030 แสดงความคืบหน้าในปีค.ศ. 2020 และสร้างพลังขับเคลื่อนเป้าหมายในอนาคตของปีค.ศ. 2050 การตัดสินใจในวันนี้จะต้องอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับปีค.ศ. 2050
  2. พลังงานเป็นกุญแจสำคัญ – พลังงานเป็นกุญแจสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ ดิน และน้ำ และเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาที่รวดเร็วและสมบูรณ์ ความเร่งด่วนของการดำเนินการเป้าหมาย SDG และ Paris Agreement แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการดำเนินการแบบองค์รวมที่ลดผลกระทบด้านลบและผลักดันการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ
  3. การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองและผลกระทบด้านพลังงาน – แนวโน้มการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการเติบโตของความต้องการพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นไปด้วย และมีความต้องการการออกแบบเมือง (Urban Design) และการเปลี่ยนแปลงโดยการใช้นวัตกรรม หนึ่งในคำตอบอาจจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของความต้องการพลังงานโดยไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
  4. การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างพลังงานราคาย่อมเยาและสะอาด – พลังงานที่ราคาไม่แพงและสะอาดเป็นโอกาสในการลดผลกระทบและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ ผู้เข้าร่วมการประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าภาคพลังงานเป็นส่วนที่สำคัญในการบรรลุวัตถุประสงค์ของ Paris Agreement การถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุน การเพิ่มศักยภาพ และการตั้งองค์กรจะช่วยส่งเสริมบทบาทของพลังงานในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อม
  5. นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเป็นแก่นของการพัฒนาพลังงานยั่งยืน – ปัจจุบันมีการเกิดของแนวคิดใหม่ ๆ และเทคโนโลยีที่พลิกเกมส์ธุรกิจ อยู่เรื่อย ๆ แต่ระดับความพร้อมของแนวคิดและเทคโนโลยีเหล่านี้ยังเป็นสิ่งไม่แน่นอน สิ่งใหม่ ๆ นี่เป็นยุคแรกของการนำเอาเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน นโยบายการพัฒนาในปัจจุบันจะต้องมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่องเพื่อสะท้อนถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น
  6. ความสำคัญของรูปแบบธุรกิจ (Business Model) – รูปแบบธุรกิจที่มีส่วนร่วม มีนวัตกรรม สามารถขยายตัว ทำซ้ำและมีความยั่งยืนในตัวของมันเองเป็นส่วนสำคัญในการการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รูปแบบธุรกิจเหล่านี้นั้นเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันและพร้อมจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงิน ธนาคารเพื่อการพัฒนา และนักลงทุนเอกชน ทรัพยากรทางการเงินที่จำเป็นต่อการบรรลุผล SDG ที่ 7 และข้อตกลงปารีสก็มีพร้อยแล้วเช่นกัน หากแต่อุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่ได้รับการนำไปดำเนินการในรูปแบบที่จะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโต และแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการสร้างความร่วมมือ และการเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแก้ปัญหาดังกล่าว
  7. ภาคการเมืองต้องร่วมมือ – รัฐบาลสามารถกระตุ้นนวัตกรรมได้ผ่านการแสดงความมุ่งมั่นจากภาคการเมือง การกำหนดเป้าหมายและแผนที่ท้าทาย เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐสามารถสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมข้ามภาค (cross-sectoral innovation) และสร้างตัวกลางที่จะนำส่งเทคโนโลยีและ integrated solutions ที่จะตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และการพัฒนาระบบพลังงานบนพื้นฐานของเครือข่ายที่บูรณาการมากกว่า Top-down approach
  8. มองหาผู้ช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง – ตระหนักถึงนวัตกรรมในการทำงานในระดับต่าง ๆ และสามารถกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลง การตั้งเป้าหมาย และการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่รวดเร็ว และดำเนินการให้ผลของการนวัตกรรมนั้นแทรกซึมไปในทุกระดับ นอกจากนี้การผลักดันสตรีในเป็นผู้นำเอานวัตรรมไปใช้เพื่อพัฒนาระดับคุณภาพชีวิต และการใช้ภาคเอกชนในการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการนำเอานวัตกรรมมาใช้อย่างแพร่หลายก็เป็นสิ่งสำคัญ
  9. การแก้ปัญหาต้องเป็นไปตามบริบท – พลังงานเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการดำเนินการ 2030 Agenda และข้อตกลงปารีส และการตอบสนองความต้องการด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศต่าง ๆ ด้วย ความเชื่อใจ ความมั่นใจ และความโปร่งใสเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้การแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทแล้วความต้องการของแต่ละประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญต่อบรรลุข้อตกลงเหล่านี้
  10. บทบาทที่เพิ่มขึ้นของภาคเอกชน – บทบาทของภายเอกชนในการดำเนินการ SDG และข้อตกลงปารีสนั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และภาครัฐควรจะยอมรับภาคเอกชนในการเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรม การออกแบบนโยบายต่าง ๆ ควรจะตระหนักถึงความต้องการของกิจการระดับกลางและเล็กในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งสามารถทำควบคู่ไปกับการสร้างกรอบการช่วยให้นักธุรกิจใหม่ ๆ สร้างวิธีแก้ปัญหาที่มีคุณภาพ ใช้ต้นทุนอยากมีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาพลังงานและความต้องการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนไปโดยพร้อมกัน

source http://www.unido.org//news/press/vienna-energy-forum-1.html?tx_ttnews%5Byear%5D=2017&tx_ttnews%5Bmonth%5D=05&cHash=eee59bd0f8d7e0753acf6aeb2bbe257d

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: