ไบโออีโคโนมีและสหภาพยุโรป

 

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินการของกระทรวง โดยได้กล่าวถึงการดำเนินการไบโออีโคโนมี (หรือ Bioeconomy) ให้เกิดภายใน 5 ปี ผ่านการลงทุนราว 1 ล้านล้านบาท และให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้จุดประกายให้สำนักงานที่ปรึกษาฯ จัดทำบทความนี้เพื่อรายงานการดำเนินการ Bioeconomy ของสหภาพยุโรปที่ผ่านมาเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ผู้สนใจในด้านดังกล่าวพร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจ

อะไรคือ Bioeconomy

เศรษฐกิจ Bioeconomy ประกอบด้วยการผลิตทรัพยากรหมุนเวียนชีวภาพ (renewable biological resource) ที่สามารถเปลี่ยนเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์ชีวภาค และพลังงานชีวภาค ผ่านเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ประสิทธิภาพจากอุตสาหกรรม Biotechonology เศรษฐกิจ bioeconomy นั้นเกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน และเป็นแนวทางที่จะสร้างโอกาสและคำตอบในปัญหาและความท้าทายด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการแก้ปัญหาสภาพวะอากาศเปลี่ยนแปลง พลังงาน ความมั่นคงทางอาหารและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

pumpkin

สหภาพยุโรปและ Bioeconomy

สหภาพยุโรปได้มุ่งพยายามผลักดันเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืนและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับนวัตกรรมของเศรษฐกิจ ลดอัตราการปล่อยของเสีย สร้างความมั่นคงด้านอาหาร จัดระดับการบริโภคที่ยั่งยืนให้กับสินค้าเกษตร ปลาและการใช้ทรัพยากรชีวภาพหมุนเวียนอื่น ๆ และปกป้องความหลากหลายในชีวพันธ์และธรรมชาติ

หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สหภาพยุโรปได้นำมาใช้คือ Bioeconomy Strategy และแผนการดำเนินการที่ประกอบด้วยสามส่วนที่สำคัญได้แก่

  1. การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ และกระบวนการต่าง ๆ สำหรับ Bioeconomy
  2. การพัฒนาตลาดและความสามารถในการแข่งขันของภาคส่วน Bioeconomy
  3. การผลักดันการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ร่างนโยบายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปยังพยายามสร้างแนวการทำงานและการประสานงานระหว่างโครงการต่าง ๆ  อย่างมีความสอดคล้องกัน อาทิเช่น นโยบาย Common Agricultural Policy นโยบาย Common Fisheries Policy โครงการ Horizon 2020 โครงการ Blue Growth initiative สำหรับการประมง และ European Innovative Partnership on Sustainable Agriculture ที่ผลักดันการเกษตรอย่างยั่งยืน

bioeconomy_graphic_full.jpg

ยุทธศาสตร์ Bioeconomy

สหภาพยุโรปได้รับรองนโยบาย Bioeconomy ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2012 โดยให้อยู่ภายใต้ DG Research and Innovation และมีสำนักงานอื่น ๆ ของสหภาพยุโรปลงชื่อมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เช่น DG Agriculture and Rural Development, DG Environment, DG Maritime Affairs, DG Industry and Entrepreneurship ยุทธศาสตร์ดังกล่าวไม่ใช่กรอบกฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แต่เป็นข้อบังคับที่มุ่งโฟกัสการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปให้มีทิศทางที่ถูกต้อง ไปในทางเดียวกัน รวมทั้งทำการ streamline นโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ยุทธศาสตร์ Bioeconomy ประกอบดัวยหลักการสามข้อด้วยกัน คือ 1) การลงทุนด้านการวิจัย นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญ 2) การส่งเสริม policy interaction และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ (stakeholder engagement) การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันการยกระดับการซื้อขาย (Enhancement of markets) ยุทธศาสตร์ดังกล่าวพยายามตอบคำถามที่ท้าทายสหภาพยุโรปและโลกในปัจจุบัน เช่น จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและปัญหาปากท้อง การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ยุทธศาสตร์ดังกล่าว ยังมุ่งเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากพลังงานที่มาจากถ่านหิน (fossil fuels) ไปเป็นพลังงานจากธรรมชาติที่มีความยั่งยืนและเข้าสู่สังคมยุคหลังการใช้พลังงานถ่านหิน (post-petroleum society) คณะกรรมาธิการได้กำหนดการประเมินผลและทบทวนนโยบายดังกล่าวในปีค.ศ. 2017

ผลที่คาดว่าจะได้รับจาก Bioeconomy

ในอาณัติด้าน Job, Growth, Fairness และ Democratic Change นาย Juncker ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ระบุ 10 หัวข้อสำคัญสำหรับการทำงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งใน 3 หัวข้อมี Bioeconomy เป็นแก่นสำคัญ:

  1. A New Boost for Jobs, Growth and Investment – เศรษฐกิจ bioeconomy เป็นแหล่งงานใหม่ที่สำคัญ โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค ในเขตชนบทและชายฝั่ง รวมทั้งมีโอกาสที่สำคัญในการสร้างตลาดใหม่ ๆ สำหรับสินค้า bio-fuels อาหาร และ สินค้าชีวภาพต่าง ๆ
  2. A Resilient Energy Union with a Forward-Looking Climate Change Policy – ยุโรปมีความจำเป็นที่จะต้องขยายฐานแหล่งพลังงานของต้น และสนับสนุนการวิจัยในด้านเทคโนโลยี low-carbon technology รวมทั้งการทำวิจัยอย่างเป็นระบบ โดยการยกเลิกการใช้พลังงานรูปแบบต่าง ๆ ที่มาจากถ่านหินและหันมาใช้พลังงานที่มาจากทรัพยากรชีวภาพเป็นส่วนที่มีความสำคัญขอนโยบายก้าวหน้าด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  3. A Deeper and Fairer Internal Market with a Strengthened Industrial Base – อุตสาหกรรม bio-based และอาหาร ที่เน้นการใช้นวัตกรรมจะสามารถสร้างเม็ดเงินคิดเป็นสัดส่วน GDP ได้ถึงร้อยละ 16 – 20 รวมทั้งสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่มนั้นเป็นภาคส่วนที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ประเด็นการประมงและความมั่นคงด้านอาหารยังเป็นอีกสองส่วนของ bioeconomy ที่สหภาพยุโรปสามารถและควรจะเป็นผู้นำอาณัติดังกล่าวในระดับนานาชาติ

ขับเคลื่อนโดยการวิจัย DG Research and Innovation

คณะกรรมาธิการได้มอบหมายให้นาย Carlos Moedas หนึ่งในทีมงาน รับผิดชอบในการผลักดันให้โครงการวิจัยและการให้ทุนวิจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะ Horizon 2020 มีส่วนช่วยผลักดันการทำงานของคณะกรรมาธิการในด้าน growth และ Investment ผ่านสามยุทธศาสตร์ในระดับสหภาพยุโรปได้แก่ 1) Open Innovation, 2) Open Science, และ 3) Open to the World จะเห็นได้ว่า Bioeconomy สอดคล้องกับการดำเนินการดังกล่าว เพราะ Bioeconomy สามารถช่วยแก้ปัญหาด้านอาหารและพลังงานที่จำเป็นในการใช้ open innovation approach และความร่วมมือที่แน่นเฟ้นระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่งเสริมการวิจัยในรูปแบบ across disciplines และข้ามพรมแดน (Open Science) และการร่วมมือระหว่างนักวิจัยในยุโรปและประเทศอื่น ๆ (Open World)

index

ข้อสังเกต

เห็นได้ว่าการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ Bioeconomy นั้นเป็นแนวทางที่ตามเทรนของโลก โดยเฉพาะสหภาพยุโรป หากมองดูการดำเนินการของสหภาพยุโรปแล้วมีข้อสังเกตดังนี้

  1. Research-driven – สหภาพยุโรปใช้การวิจัยเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนหลักของการผลักดัน Bioeconomy โดยผ่านโครงการ Horizon 2020 ที่มีกระจายเม็ดเงินกว่า 80 พันล้านยูโรในระยะเวลา 6 ปี (2014-2020)
  2. การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ แม้การผลักดัน Bioeconomy จะเป็นภาระหน้าที่ของ DG Research and Innovation แต่ก็มีสำนักงานอื่น ๆ ของสหภาพยุโรปลงชื่อมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เช่น DG Agriculture and Rural Development, DG Environment, DG Maritime Affairs, DG Industry and Entrepreneurship นอกจากนี้โครงการ Horizon 2020 ก็เป็นโครงการที่สำนักงานต่าง ๆ มีส่วนเกี่ยวข้องเช่น DG research and innovation (DG RTD) DG for communications networks, content and Technology หรือ executive agencies เช่นResearch Executive Agency (REA), the Executive Agency for SMEs (EASME) และ the ERC Executive Agency (ERCEA) ความหลากหลายขององค์กรที่มีส่วนร่วมน่าจะทำให้มุมมองและแนวคิดของการดำเนินการมีความหลากหลายตามไปด้วย
  3. การดำเนินการที่ต่อเนื่องรวมทั้งการติดตามและประเมิน นโยบาย Bioeconomy ได้รับการรับรองเมื่อปีค.ศ. 2012 และจะมีการประเมินผลการดำเนินการและทบทวนยุทธศาสตร์ในปีค.ศ. 2017 นี้ จะเห็นได้ว่าการดำเนินการผลักดัน Bioeconomy นั้นเป็นการดำเนินการระยะยาว ดังนั้นการติดตามและประเมินผลการดำเนินการเพื่อนำมาปรับแนวทางการดำเนินการจึงเป็นส่วนสำคัญ

ที่มา

http://www.efibforum.com/about/what-is-the-bioeconomy

https://ec.europa.eu/research/bioeconomy/index.cfm?pg=policy&lib=strategy

https://ec.europa.eu/research/bioeconomy/index.cfm?pg=policy

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: