ความเฉื่อยชาในการปรับตัวให้เข้ากับ Industry 4.0 ของเยอรมนี (ตอนที่ 1)

กรุงเบอร์ลิน – ในหมู่ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป เยอรมนี มีภาคการผลิตหลากหลายประเทศอิจฉา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์หรือส่วนประกอบของเครื่องบินหากได้ประทับตรา Made in Germany ก็เปรียบเหมือนได้ครับการรับรองคุณภาพ

นายกเยอรมันนางอังเกลา แมร์เคิล ได้พยายามผลักดันให้บริษัทขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ในภาคการผลิตของเยอรมนีทำการยอมรับเทคโนโลยีด้านอินเตอร์เนต นางอังเกลาได้กล่าวในงานนิทรรศการด้านอุตสาหกรรมที่เมือง Hanover ซึ่งเป็นนิทรรศการในด้านดังกล่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาว่า เยอรมนีนั้นมาถึงช่วงเวลาที่คับขัน ที่จะต้องรวมนำเอาเทคโนโลยีโทรคมนาคมมาเชื่อมต่อกับภาคการผลิตของประเทศ การเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวมีความสำคัญ เพื่อจะกำหนดความได้เปรียบของเยอรมนีในตลาดอุตสาหกรรมโลก

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประเมินผลของการนำเอาเทคโนโลยีโทรคมนาคมมารวมกับภาคการผลิตว่า น่าจะส่งผลด้านบวกให้กับรายได้สุทธิโดยรวมเป็นมูลค่ากว่า 110 พันล้านยูโรต่อปีในช่วงห้าปีต่อไป จะมีห้าง ร้านและบริษัทที่ได้รับประโยชน์นี้กว่า 2 ล้านกิจการ มีการสร้างงานกว่า 33 ล้านตำแหน่งและสร้างการเติบโดให้กับเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปกว่าร้อยละ 60

อย่างไรก็ตามกิจการส่วนใหญ่ของเยอรมนีกลับไม่ต้องการที่จะเริ่มการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงความท้าทาย Industry 4.0 ด้วยซ้ำ

รัฐบาลของนางอังเกลาได้เริ่มผลักดันการปฎิวัติอุตสาหกรรม Industry 4.0 มาตั้งแต่ปีค.ศ. 2011 โดยเน้นให้กิจการระดับ SME หรือ Mittelstand เป็นหัวหอกในการปรับเปลี่ยน กิจการ SME ในเยอรมนีมีสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของเศรษฐกิจเยอรมันทั้งหมด ( 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) แต่จากการสำรวจครั้งล่าสุดโดยบริษัท ZEW ที่มีบริษัทและกิจการต่าง ๆ กว่า 4,500 กิจการเข้าร่วมมีเพียงร้อยละ 20 ของกิจการในเยอรมนีที่ตระหนักถึงแนวคิด Industry 4.0 และบริษัทที่ดำเนินการยิ่งมีสัดส่วนที่น้อยลงไปอีก

รายงานดังกล่าวได้สรุปว่า แม้นักการเมืองและสถาบันอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะพยายามผลักดันให้กิจการต่าง ๆ ลงทุนใน Industry 4.0 เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียความได้เปรียบต่าง ๆ ที่มี แต่การลงทุนที่แท้จริงนั้นยังมีจำกัดและอยู่ในจำนวนกิจการที่น้อยอยู่ การวิเคราะห์ยังพบว่ามีความแตกต่างระหว่างภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างเห็นได้ชัด เช่นในภาคโทรคมนาคมมีกิจการที่ตระหนักถึง Industry 4.0 กว่าครึ่ง ในขณะที่ในภาคอุตสาหกรรมเหล็กมีบริษัทเพียงหนึ่งในสี่ที่ตระหนักถึงแนวคิดดังกล่าว

ภาคการผลิตส่วนใหญ่ของเยอรมันนั้นยังใช้เทคโนโลยีที่มาจากศตวรรษที่ 19 ซึ่งกิจการต่าง ๆ เหล่านี้ได้ใช้เวลาหลายทศวรรษในการพัฒนาความช่ำชองกระบวนการผลิต และโดยทั่วไปแล้วบริษัทเยอรมันเห็นว่ากระบวนการผลิตนั้นจบสิ้นเมื่อสินค้าออกจากโรงงาน แต่ในโลกของ Industry 4.0 นั้นเมื่อสินค้าออกจากโรงงานกลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การเชื่อมต่อระหว่างเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เนตจะช่วยทำให้ลูกค้าและโรงงานสามารถติดต่อกันเพื่อยกระดับการให้บริการและการผลิต

หากภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันไม่รีบที่จะปรับตัวให้เข้ากับ Industry 4.0 แล้ว มีความเป็นไปได้ที่สูงที่เยอรมันจะถูกแซงโดยภาคอุตสาหกรรมจากอเมริกาหรือเอเชีย ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออกของเยอรมนีและสหภาพยุโรป (ต่อฉบับหน้า)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: