Google และ FAO ร่วมยกระดับข้อมูลดาวเทียมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

องค์กร United Nation Food and Agriculture Organisation (FAO) และ Google ได้ประกาศแผนที่จะทำการร่วมมือกันสร้างฐานข้อมูลดาวเทียมความละเอียดสูง เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของโลก และเป็นส่วนผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ภาย ใต้ความร่วมมือดังกล่าว องค์กร FAO เห็นว่าจะช่วยให้นักวิจัยหลาย ๆ ประเทศสามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงของการใช้พื้นที่ในระดับรายละเอียดที่สูง ผ่านข้อมูลจากดาวเทียม และนำไปสู่การพัฒนาความสามารถในการประเมินปริมาณสารคาร์บอนที่ถูกกักเก็บ อยู่ในพื้นที่ (landscape’s carbon storage capacity) และการวางแผนด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้

ใน เบื้องต้น ความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ภาคป่าไม้ FAO ได้กล่าวว่าผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละประเทศสามารถเริ่มใช้โปรแกรมขององค์กรและ ข้อมูล geospatial data ของ google เพื่อทำแผนที่และจัดแยกหมวดหมู่ (mapping and classification) ได้อย่างรวดเร็วหลังจากผ่านการฝึกฝนเพียงไม่กี่ชั่วโมง

FAO ได้กล่าวเน้นว่าประโยชน์ที่ความร่วมมือดังกล่าวจะนำมาในอนาคตนั้นมหาศาล และอาจจะนำไปสู่นวัตกรรมในด้านต่าง ๆ เช่นการควบคุมศัตรูพืช การจัดการน้ำ และจัดการผลกระทบที่มาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยทำความเข้าใจต่อผลกระทบของเหตุการณ์เหล่านี้ในวงกว้าง และความร่วมมือดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามจำนวนผู้ที่มีส่วนร่วมใน โครงการ

การร่วมมือกันระหว่าง Google และ FAO นับเป็นเป็นการสร้างนวัตกรรม Google ช่วยให้ข้อมูลและกระบวนการประมวลผลสามารถเข้าถึงได้ง่ายและทำได้อย่างสะดวก รวดเร็วมากขึ้น ในขณะที่ FAO ช่วยพัฒนาการเลือกดึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์ ได้มีการเริมใช้นวัตกรรมดังกล่าว ในการประเมิน Global Dryland Assessment (รายงานตีพิมพ์ภายในปีนี้) และการคาดการและควบคุมการแพร่กระจายตั๊กแตนทะเลทราย ซึ่งแม้ข้อมูลภาพดาวเทียมจะไม่สามารถระบุตำแหน่งของแมลงได้แต่ก็สามารถระบุ พื้นที่การแพร่พันธุ์และช่วยในการดำเนินการป้องกันต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคโนโลยีดังกล่าว ยังสามารถนำไปใช้กับเทคโนโลยีที่จะลดการสูญเสียผลิตผลการเกษตร และยกระดับคุณภาพของพืชพันธุ์ โครงการติดตามพื้นที่ป่าไม้ในประเทศคอสตาริกาได้ช่วยชาวไร่กาแฟในการกำจัด แมลง borer beetle เพราะป่าไม้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีจำนวนนกต่าง ๆ ที่ช่วยลดจำนวนแมลงให้น้อยลง

นวัตกรรมในด้านอื่น ๆ จะปรากฏขึ้นตามจำนวนผู้ใช้โปรแกรม FAO Open Foris และ CollectEarth เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ทีจากองค์การ NASA ได้เดินทางมาที่กรุงโรมเพื่อเรียนรู้การใช้โปรแกรมดังกล่าว

แม้ ว่าภาพถ่ายดาวเทียมจะไม่สามารถแทนที่ความรู้และความเชียวชาญในระดับท้องถิ่น ได้ (ground truth) แต่สามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพ คุณภาพ ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ ความรวดเร็ว และความสามารถในการนำไปสู่ผลของการเก็บข้อมูลและการตรวจสอบข้อมูลแผนที่ที่ มีอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ความสามารถในการซูมเพื่อสำรวจดูรายละเอียดระดับพื้นที่ (plot) นักวิจัยสามารถระบุได้ระหว่างความสูญเสียป่าไม้ชั่วคราวจากการบุกรุกป่า เพื่อทำการเกษตร และการสูญเสียอย่างถาวรจากการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ได้ ข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่ายยังจะนำไปสู่ความสามารถที่ประชากรจะใช้ข้อมูลดัง กล่าวช่วยตนเองในการจัดการทรัพยากรและตรวจสอบการใช้อย่างผิดประเภทได้

ความ ร่วมมือระหว่าง Google และ FAO ได้เริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีระยะเวลาทำการทั้งหมดสามปี เป้าหมายความร่วมมือดังกล่าวคือเพิ่มการเข้าถึงข้อมูล geospatial tracking และการทำแผนที่ต่าง ๆ ให้สูงขึ้น

ที่มา UN http://www.un.org/sustainabledevelopment/blog/2016/04/fao-google-collaborate-on-satellite-data-tools-to-manage-natural-resources/

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: