ยุโรปมุ่งช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในด้านก๊าซเรือนเรือนกระจก

บรัสเซลส์ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558

สหภาพยุโรปแสดงความมุ่งมั่นในการช่วยประเทศกำลังพัฒนาลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของตน โดยจะทำการเพิ่มเงินบริจาคในด้านดังกล่าวในปีที่จะมาถึง ผ่านการรับรองของที่ประชุมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและการเงิน (ECOFIN)

ในปี 2014 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกได้บริจาคเงินกว่า 14.5 พันล้านยูโรให้กับประเทศที่ยากจน และประเทศที่มีความเสี่ยงที่สูง เพื่อทำการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทำการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาวะอากาศที่เกิดขึ้น การเพิ่มขึ้นของเงินบริจาคนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหภาพยุโรปในการมีส่วนร่วมในการบริจาคตามเป้าหมายที่ถูกตั้งในปีค.ศ. 2009 ที่กำหนดให้มีจำนวนเงินจากประเทศพัฒนาแล้วไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาในด้านดังกล่าว 100 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีภายในปีค.ศ. 2020 สหภาพยุโรปได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานการดำเนินการต่างๆ และเป็นผู้บริจาคหลักผ่านกองทุนพัฒนาระดับนานาชาติของตน และได้ตั้งเป้าหมายให้มีการจัดสรรงบประมาณระหว่างปี 2014-2020 ของสหภาพยุโรปเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 20 สำหรับการดำเนินการในด้าน climate action

นาย Pierre Moscovici กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงิน การจัดเก็บภาษีและศุลกากรยุโรปกล่าวว่า สหภาพยุโรปยืนยันความต้องการที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการสนับสนุนการเงินในด้าน Climate Finance ผ่านการรับรองการสนับสนุนด้านการเงินต่อประเทศกำลังพัฒนาในด้านดังกล่าวก่อนการประชุมของสหประชาชาติด้านสภาวะการเปลี่ยนแปลงของอากาศ COP21 ที่จะมาถึง และได้กำหนดหลักการที่ชัดเจนเพื่อให้ climate finance มีประสิทธิภาพสูงสุด (ซึ่งคือ) การที่ทุกฝ่ายจ่ายตามส่วนแบ่งที่สอดคล้องกับความสามารถของแต่ประเทศ การผลักดันให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมผ่านสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และการส่งเงินดังกล่าวไปสู่ประเทศที่มีความเปราะบางมากที่สุด

การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวก่อนการประชุม COP21 แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีด้านการเงินของสหภาพยุโรปจะช่วยเหลือการเงินในด้านดังกล่าวต่อประเทศที่มีความยากจน ในช่วงหลังปีค.ศ. 2020 ซึ่งเป็นปีที่ข้อบังคับด้านสภาพอากาศของโลกฉบับใหม่จะเริ่มมีผลใช้บังคับ คณะกรรมาธิการยังได้แสดงความสนับสนุนให้การเจรจาในกรุงปารีสทำการส่งสัญญาณไปสู่ภาคเอกชนให้มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการลงทุนด้าน low-emission และ climate-resilient นอกจากนี้ Climate finance จำเป็นที่จะต้องมีการสนับสนุนที่เหมาะสมเช่นแผนพัฒนาระดับชาติ กลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ นโยบายต่างๆ กระบวนการ และกรอบกฎระเบียบที่จะมาอำนวยความสะดวกในการดำเนินการของภาคเอกชน

สภารัฐมนตรีได้ทำการสรุปและเน้นถึงความจำเป็นในการเพิ่มการลงทุนในด้านการพัฒนา low-emission และ climate-resilience การลดการลงทุนที่มี high-carbon และความสำคัญของ carbon trading / carbon tax

คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงความยินดีต่อข้อสรุปและข้อตกลงของที่ประชุม และได้กล่าวถึงรายงานของ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) และ the Climate Policy Initiative (CPI) ที่ได้แสดงให้เห็นว่าประเทศพัฒนาแล้วได้ส่งเงินจำนวนเงินกว่า 62 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2014 ในด้าน climate finance และกว่า 52 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2013 จำนวนเงินดังกล่าวแม้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับปี 2020 (100 พันล้านเหรียญสหรัฐ) โดยสหภาพยุโรปได้บริจาคเข้ากองทุนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด

ที่มา http://europa.eu/rapid/press-release_IP-15-6045_en.htm

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: