เหลียวหลัง มองไปข้างหน้า กับนโยบายด้านอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป ตอนที่ 1

เพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึง กองบรรณาธิการ Industry Review ได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป โดยจะเริ่มตีพิมพ์ในรูปแบบของบทความสั้น “เหลียวหลัง มองไปข้างหน้า กับนโยบายด้านอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป” ซึ่งจะลำดับการพัฒนาการนโยบายอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา รวมทั้งเอกสารเชิงนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้อง กองบรรณาธิการหวังว่าบทความชุดนี้จะช่วยสร้างบริบทในการวิเคราะห์นโยบายด้านอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปและบทความต่างๆ ที่นำเสนอผ่านจดหมายข่าว Industry Review ต่อไป

เริ่มตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาสหภาพยุโรปได้ให้ความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น มีการกำหนดแนวทางพัฒนาและนโยบายเฉพาะสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนให้สหภาพยุโรปมีพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง หลากหลาย และมีศักยภาพในการแข่งขัน การดำเนินการเชิงนโยบายที่ว่านี้ สามารถกล่าวได้ว่าเป็นนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจถดถอยของโลก

สหภาพยุโรปได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจค่อนข้างสูง มีการอัตราคนตกงานที่สูง การจ้างงานที่ลดลงและการชะลอตัวของการเติบโตของเศรษฐกิจที่สูง

ในวันที่ วันที่ 28 ตุลาคม 2010 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ทำการเผยแพร่เอกสาร “An integrated industrial policy for the globalisation era” ซึ่งอยู่ภายใต้ Europe 2020 strategy  เอกสารดังกล่าวได้กำหนดนโยบายของสหภาพยุโรปในภาพรวม ที่มุ่งผลักดันเพื่อทำการเพิ่มการจ้างงาน ผลักดันการเติบโต และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรป

คณะกรรมาธิการยุโรปมองว่า การกำหนดนโยบายในภาพรวมที่มีความบูรณาการนั้นมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าการที่ประเทศสมาชิกจะร่างนโยบายเฉพาะสำหรับประเทศตนเอง  นโยบายในรูปแบบดังกล่าวมีความเหมาะสมในบริบทโลกโลกาภิวัตน์มากกว่า อีกทั้งจะนำมาซึ่งการรวบรวมทรัพยากรต่างๆทั้งด้านเงินทุนและบุคลากร และการจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเอกภาพ ที่น่าจะส่งผลให้สหภาพยุโรปสามารถหลุดพ้นออกจากวิกฤติทางเศรษฐกิจได้

การเปลี่ยนแปลงในเบื้องต้นที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดเป็นเป้าหมายมี 4 เป้าหมายด้วยกัน 1. more favourable business environment 2. faster industrial innovation 3. fight protectionism 4. help industry to transform to meet new challenge (source)

นอกจากนี้การร่างนโยบายอุตสาหกรรมที่มีความบูรณาการ ยังจะต้องคำนึงถึงนโยบายด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านการแข่งขัน การค้าขาย หรือด้านพลังงาน เพราะนโยบายในด้านต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมทั้งสิ้น ซึ่งในหมู่นโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนั้น สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับด้าน intellectual property right (IPR) เป็นพิเศษ โดยการปกป้องนั้นครอบคลุม สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า สิทธิของการออกแบบ และลิขสิทธิ์ต่างๆ สหภาพยุโรปให้เหตุผลว่าการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดนั้นช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดในการลงทุนเพื่อพัฒนานวัฒกรรม ส่งเสริมความสำเร็จของ knowledge-based economy และเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าหรือการบริการต่างๆ

ตอนต่อไป: 2012 Communication “A Stronger European Industry for Growth and Economic Recovery

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: