พลังงานอัดเม็ด (Wood pellet) ที่ส่งออกจากสหรํฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัว

ปริมาณพลังงานอัดเม็ด (Wood pellet) ที่ส่งออกจากสหรํฐอเมริกาได้เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา ในปี 2012 สหรัฐส่งออกพลังงานอัดเม็ต 1.6 ล้าน short tons (ประมาณ 22 ล้านล้าน Btu) และได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.2 ล้าน short tons ในปี 2013 โดยมากกว่าร้อยละ 98 ของการพลังงานอัดเม็ดส่งออกนี้ ถูกส่งไปสู่ยุโรป และประมาณร้อยละ 99 ของพลังงานอัดเม็ดถูกส่งออกทั้งหมด มาจากท่าเรือในเขตตะวันออกเฉียงใต้ และเขต Lower Mid-Atlantic ของสหรัฐอเมริกา

พลังงานอัดเม็ดปกตินั้นผลิตมาจากเศษวัศดุที่มาจากการแปรรูปไม้ เช่นขี้เลื่อย ขี้กบ และเศษไม้ แต่ในบางกรณีก็มีการใช้ต้นไม้ที่ได้รับการปลูกเพื่อนำมาอัดเม็ดโดยเฉพาะมาใช้ แม้จะมีต้นทุนที่สูงกว่า ในสหรัฐอเมริกานั้นพลังงานอัดเม็ดโดยส่วนใหญ่ จะใช้เพื่อการผลิตความร้อนสำหรับที่อยู่อาศัย แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกใช้เพื่อผลิตความร้อนและผลิตกระแสไฟฟ้าในเชิงพานิชย์

หากย้อนหลังไปในปี 2008 องค์กร U.S. Forest Service ได้ทำการประเมินว่ากว่าร้อยละ 80 ของพลังงานอัดเม็ดที่ผลิตในสหรัฐอเมริกานั้นถูกใช้ในการบริโภคภายในประเทศ แต่อุปสงค์ที่สูงของตลาดพลังงานอัดเม็ดในยุโรป ทำให้สัดส่วนการส่งออกของพลังงานอัดเม็ดในสหรัฐนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

แหล่งการส่งออกพลังงานอัดเม็ดในสหรัฐนั้น ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในรัฐบริเวณเขตตะวันออกเฉียงใตั รัฐเหล่านี้จะมีความได้เปรียบในด้านปริมาณวัตถุดิบ และค่าขนส่งไปสู่ยุโรปที่ต่ำ ซึ่งโดยปกตินั้นค่าขนส่งนั้นมีสัดส่วนที่สูงต่อราคาขายของพลังงานอัดเม็ดอยู่แล้ว Bloomberg New Energy Finance ได้ทำการประเมินสัดส่วนของค่าขนส่งต่อราคาของพลังงานอัดเม็ดที่ถูกส่งจากรัฐในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ ไปสู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในช่วงกลางปี 2013 การประเมินพบว่าค่าขนส่งคิดเป็นสัดส่วนต่อราคาของพลังงานอัดเม็ดถึงประมาณร้อยละ 25 ดังนั้นผู้ผลิตในสหรัฐจึงมีความได้เปรียบในด้านต้นทุน เพราะตามปกติแล้วค่าขนส่งนั้นจะเพิ่มขึ้นตามระยะทาง กล่าวคือผู้ผลิตในสหรัฐมีค่าขนส่งไปสู่ยุโรปที่ต่ำกว่าผู้ผลิตในบราซิล หรือแคนาดาตะวันตก

ในปี 2013 ที่ผ่านมา ประเทศที่นำเข้าพลังงานอัดเม็ดจากสหรัฐมากที่สุดห้าอันดับแรก ได้แก่สหราชอาณาจักร เบลเยียม เดนมาร์กเนเธอร์แลนด์ และอิตาลี ซึ่งล้วนเป็นประเทศในสหภาพยุโรป สห ราชอาณาจักรซึ่งนำเข้ามากที่สุดถึงร้่อยละ 59 นั้นมีอัตราการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าพลังงานอัดเม็ดจากสหรัฐถึงสามเท่า ระหว่างปี 2012 และ 2013 โดยในปี 2009 นั้นสหราชอาณาจักรแทบจะไม่มีการนำเข้าพลังงานอัดเม็ดเลย

อุปสงค์ของพลังงานอัดเม็ดในยุโรปที่เพิ่มสูงโดยเฉพาะสหราชอาณาจักร นั้นเป็นเพราะการเปลี่่ยนมาใช้พลังงานอัดเม็ดแทนพลังงานถ่านหินเพื่อการผลิตไฟฟ้าและการให้ความร้อน ซึ่งได้รับการผลักดันจาก European Commission’s 2020 climate and energy package ซึ่งเป็นกฏหมายที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2009 กฏหมายฉบับนี้เป็นการนำเอาเป้าหมายของสหภาพยุโรป 20-20-20 มาปฏิบัติใช้ เป้าหมายนี้มีทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน 1) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลองร้อยละ 20 จากระดับของปี 1990 2) เพิ่มสัดส่วนของการใช้พลังงานทดแทนของสหภาพยุโรปขึ้นอีกร้อยละ 20 3) เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของสหภาพยุโรปขึ้นอีกร้อยละ 20

ส่วนการเจริญเติบโตของการนำเข้าพลังงานอัดเม็ดที่รวดเร็วของสหราชอาณาจักรนั้น เป็นเพราะโครงการ Renewables Obligation ซึ่งบังคับให้กิจการและโรงงานต่างๆ ที่ใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องมีการติดตั้งและดัดแปลง ให้สามารถมีการใช้พลังงานอัดเม็ดในการเผา หรือให้สามารถร่วมเผากับถ่านหินได้ หรือให้สามารถเผาชีวมวล (Biomass) ได้ โรงไฟฟ้า Drax ซึ่งเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร มีศักยภาพในการผลิต กว่า 4,000 megawatts นั้นก็อยู่ในขั้นตอนการดัดแปลงเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าถ่านหินให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานอัดเม็ดได้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: